หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ท้องอืดกับกรดไหลย้อนเกี่ยวข้องกันหรือไม่? สังเกตอาการอย่างไร

ท้องอืดกับกรดไหลย้อนเกี่ยวข้องกันหรือไม่? สังเกตอาการอย่างไร

ท้องอืดกับกรดไหลย้อนเกี่ยวกันไหม? สังเกตอาการอย่างไร

ท้องอืดกับกรดไหลย้อนสามารถเกิดพร้อมกันได้ แต่เป็นคนละอาการและมีกลไกไม่เหมือนกัน ท้องอืดคือความรู้สึกแน่น เต็ม หรือมีแรงดันในท้อง ส่วนกรดไหลย้อนเกิดเมื่อสิ่งที่อยู่ในกระเพาะไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร จึงมักมีอาการแสบร้อนกลางอกหรือมีอาหารและน้ำย่อยย้อนขึ้นมาในคอร่วมด้วย 

ท้องอืดกับกรดไหลย้อน ต่างกันตรงไหน?

ความสับสนเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะอาการทั้งสองมักเกิดหลังรับประทานอาหาร และอาจมีอาการเรอหรือแน่นบริเวณท้องส่วนบนคล้ายกัน แต่หากดูอาการเด่น จะมีความแตกต่างดังนี้

ท้องอืดกรดไหลย้อน
รู้สึกแน่น เต็ม หรือมีแรงดันในท้องแสบร้อนบริเวณกลางอก
อาจรู้สึกท้องป่องหรือขยายมีอาหารหรือน้ำย่อยย้อนขึ้นคอ
อาจมีเรอหรือผายลมร่วมด้วยอาจมีรสเปรี้ยวหรือขมในปาก
อาจสัมพันธ์กับอาหาร ท้องผูก หรือ IBSมักเกิดหลังอาหาร และบางคนเป็นมากขึ้นเมื่อนอนราบหรือก้มตัว
ไม่จำเป็นต้องมีกรดไหลย้อนไม่จำเป็นต้องมีท้องอืด

ทำไมท้องอืดกับกรดไหลย้อนถึงเกิดพร้อมกันได้?

มีหลายปัจจัยที่ทำให้อาการสองกลุ่มนี้เกิดซ้อนกันได้

1. มื้ออาหารขนาดใหญ่อาจกระตุ้นอาการได้ทั้งสองแบบ

เมื่อรับประทานอาหารปริมาณมาก กระเพาะจะขยายตัวเพื่อรองรับอาหาร จึงอาจรู้สึกแน่น เต็ม หรือท้องอืด หลังอาหารได้ ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีกรดไหลย้อนอาจมีอาการหลังอาหาร โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารแล้วนอนเร็วเกินไป

2. อาการเรออาจเกิดร่วมกับทั้งสองภาวะ

การเรอเป็นวิธีที่ร่างกายใช้ระบายอากาศออกจากกระเพาะ และสามารถเกิดได้ตามปกติ หากกินเร็ว เคี้ยวหมากฝรั่ง ดื่มน้ำอัดลม หรือกลืนอากาศมาก อาจมี เรอร่วมกับแน่นและท้องอืด ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นกรดไหลย้อน ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ที่มี GERD ก็อาจรายงานอาการเรอร่วมด้วยได้ 

อ่านเพิ่มเติม: เรอบ่อยเกิดจากอะไร? เกี่ยวข้องกับท้องอืดหรือไม่

3. บางครั้งอาการที่คิดว่าเป็นกรดไหลย้อน อาจมีอาหารไม่ย่อยร่วมด้วย

อีกภาวะที่ทำให้แยกอาการยากคือ Dyspepsia หรืออาการอาหารไม่ย่อย ซึ่งทำให้เกิด

  • ปวด แสบ หรือไม่สบายบริเวณท้องส่วนบน
  • อิ่มเร็วกว่าปกติ
  • แน่นหลังอาหาร
  • ท้องอืด
  • คลื่นไส้
  • เรอ

Heartburn หรืออาการแสบร้อนกลางอกเป็นอาการที่แยกออกจาก Dyspepsia แม้ทั้งสองอย่างจะเกิดพร้อมกันได้ 

อ่านเพิ่มเติม: อาหารไม่ย่อยกับท้องอืด ต่างกันอย่างไร?

ท้องอืดร่วมกับกรดไหลย้อน ควรปรับอย่างไร?

หากอาการไม่รุนแรงและยังไม่มีสัญญาณอันตราย สามารถเริ่มจากพฤติกรรมที่อาจช่วยลดอาการหลังอาหารได้ เช่น

  • ลดขนาดอาหารต่อมื้อ หากมื้อใหญ่ทำให้แน่นมาก ลองแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กลง
  • กินให้ช้าลง ช่วยลดการกลืนอากาศ ซึ่งอาจช่วยเรื่องเรอและความแน่นจากอากาศ
  • ลดน้ำอัดลม ช่วยลดแก๊สที่เข้าสู่กระเพาะโดยตรง
  • ไม่นอนทันทีหลังอาหาร หากมีอาการกรดไหลย้อนร่วมด้วย แนะนำให้รับประทานอาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอนหรือนอนราบ
  • สังเกตอาหารกระตุ้นของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องงดอาหารทุกชนิดที่มีรายชื่อว่าเป็น “ของแสลงกรดไหลย้อน” หากกินแล้วไม่มีอาการ
  • ดูแลท้องผูกหากมีร่วมด้วย เพราะท้องผูกสามารถสัมพันธ์กับอาการท้องอืดได้

อ่านเพิ่มเติม: ท้องอืดทำอย่างไร? วิธีบรรเทาอาการอย่างถูกต้อง

อาการที่อาจไม่ใช่แค่ท้องอืดหรือกรดไหลย้อนธรรมดา?

ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติมหากอาการเกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น

  • กลืนอาหารลำบากหรือเจ็บเวลากลืน
  • อาเจียนบ่อย
  • อาเจียนเป็นเลือด
  • ถ่ายดำหรือมีเลือดปน
  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • เบื่ออาหารหรือกินได้น้อยลงอย่างชัดเจน
  • ปวดท้องรุนแรงหรือปวดต่อเนื่อง
  • เจ็บหน้าอก โดยเฉพาะหากไม่แน่ใจว่าเกิดจากกรดไหลย้อนหรือสาเหตุอื่น

โดยเฉพาะอาการเจ็บหน้าอกไม่ควรสรุปเองว่าเป็นกรดไหลย้อน เพราะอาการจากหัวใจและโรคอื่นสามารถมีลักษณะคล้ายกันได้ 

สรุป

ท้องอืดกับกรดไหลย้อนสามารถเกิดร่วมกันได้ แต่ไม่ใช่อาการเดียวกัน โดยท้องอืดมักเด่นที่ความรู้สึกแน่น เต็ม หรือท้องป่อง ส่วนกรดไหลย้อนมักมีอาการแสบร้อนกลางอกหรือมีอาหารและน้ำย่อยย้อนขึ้นมา อาการเรอและแน่นหลังอาหารสามารถพบร่วมกันได้ จึงไม่ควรใช้เพียงสองอาการนี้ตัดสินว่าเป็นกรดไหลย้อน หากมีอาการทั้งสองแบบ ควรสังเกตว่าอาการใดเด่นและเลือกวิธีดูแลให้ตรงกับสาเหตุ และหากมีอาการต่อเนื่องร่วมกับกลืนลำบาก เลือดออก น้ำหนักลด หรือเจ็บหน้าอก ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

Q: ท้องอืดเป็นอาการของกรดไหลย้อนหรือไม่?

A: ท้องอืดสามารถเกิดร่วมกับกรดไหลย้อนได้ แต่ไม่ใช่อาการจำเพาะของ GERD หากมีเพียงท้องอืดอย่างเดียว ยังมีสาเหตุอื่นอีกหลายอย่างที่ควรพิจารณา

Q: ท้องอืดและเรอบ่อย แปลว่าเป็นกรดไหลย้อนหรือไม่?

A: ไม่เสมอไป การเรอบ่อยอาจเกิดจากการกลืนอากาศ เช่น กินเร็ว ดื่มน้ำอัดลม หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง หากมีแสบร้อนกลางอกหรือมีสิ่งในกระเพาะย้อนขึ้นมาร่วมด้วย จึงมีอาการที่เข้ากับกรดไหลย้อนมากขึ้น

Q: ท้องอืดร่วมกับแสบร้อนกลางอกควรกินยาลดกรดไหม?

A: ยาลดกรดหรือยาลดการสร้างกรดอาจใช้ในผู้ที่มีข้อบ่งใช้เกี่ยวกับกรด แต่ไม่ได้รักษาท้องอืดทุกสาเหตุ หากอาการเกิดซ้ำบ่อยควรประเมินว่ามี GERD หรือภาวะอื่นร่วมด้วย

Q: ทำไมกินมื้อใหญ่แล้วทั้งท้องอืดและกรดไหลย้อน?

A: มื้อใหญ่ทำให้กระเพาะขยายมากขึ้น จึงอาจรู้สึกแน่นหรือท้องอืด และในผู้ที่มีแนวโน้มเกิดกรดไหลย้อน อาการ reflux ก็อาจเกิดหลังอาหารได้เช่นกัน จึงสามารถมีอาการสองกลุ่มพร้อมกันได้

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

ยาฮั่วเซียงเจิ่งชี่เย่ ตราไท่จี่ (Huo Xiang Zheng Qi Ye Taiji Brand)

ยาฮั่วเซียงเจิ่งชี่เย่ ตราไท่จี่

ทางเดินอาหาร // โควิด-19 // อื่นๆ

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top