ไม่ใช่ทุกคนที่ท้องผูกต้องตรวจพิเศษหรือส่องกล้องลำไส้ แพทย์มักเริ่มจากการถามลักษณะการขับถ่าย ระยะเวลาที่เป็น อาหาร ยาและอาหารเสริมที่ใช้ โรคประจำตัว และตรวจร่างกายก่อน หากท้องผูกเป็นเรื้อรัง รักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น หรือสงสัยว่ามีความผิดปกติของการขับถ่าย จึงพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมให้ตรงกับปัญหา
ตรวจร่างกายช่วยหาสาเหตุท้องผูกได้อย่างไร?
การตรวจร่างกายอาจประกอบด้วยการตรวจช่องท้อง และในบางรายแพทย์อาจตรวจทวารหนักด้วยนิ้วมือ หรือ Digital Rectal Examination (DRE) การตรวจนี้ไม่ได้ดูเพียงว่ามีก้อนหรืออุจจาระอยู่หรือไม่ แต่ยังประเมินว่ากล้ามเนื้อหูรูดคลายตัวเหมาะสมหรือไม่
ท้องผูกต้องส่องกล้องลำไส้ทุกคนไหม?
อาการท้องผูกเพียงอย่างเดียวไม่ควรทำ colonoscopy หากไม่มีสัญญาณเตือน เว้นแต่บุคคลนั้นมีข้อบ่งชี้ในการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตามอายุและความเสี่ยงแต่ยังไม่ได้รับการตรวจตามที่ควร ดังนั้น การส่องกล้องไม่ได้ใช้เพื่อ “ตรวจว่าท้องผูกหรือไม่” แต่ใช้เมื่อแพทย์ต้องการตรวจหาความผิดปกติภายในลำไส้ตามข้อบ่งชี้
กรณีไหนอาจพิจารณาส่องกล้อง?
แพทย์อาจพิจารณาตรวจโครงสร้างของลำไส้เพิ่มเติมเมื่อมีข้อมูลที่ทำให้ต้องค้นหาสาเหตุอื่น เช่น
- มีเลือดในอุจจาระ
- มีภาวะซีดที่หาสาเหตุไม่ได้
- น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
- รูปแบบการขับถ่ายเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
- มีปัจจัยเสี่ยงหรือประวัติครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้ใหญ่
- ถึงเกณฑ์ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่แต่ยังไม่ได้รับการตรวจ
Anorectal Manometry คืออะไร?
Anorectal Manometry เป็นการตรวจการทำงานของบริเวณไส้ตรงและทวารหนัก โดยวัดแรงดันของกล้ามเนื้อในขณะพัก ขมิบ และจำลองการเบ่งถ่าย การตรวจช่วยประเมินว่า
- กล้ามเนื้อหูรูดทำงานอย่างไร
- ขณะเบ่งกล้ามเนื้อคลายตัวเหมาะสมหรือไม่
- ไส้ตรงรับความรู้สึกได้เหมาะสมหรือไม่
- การทำงานของไส้ตรงกับทวารหนักสัมพันธ์กันหรือไม่
หากขณะพยายามถ่าย กล้ามเนื้อที่ควรคลายกลับไม่คลายหรือทำงานสวนทาง อาจสนับสนุนว่ามีความผิดปกติของการขับถ่าย แต่ผล manometry ไม่ควรใช้เพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัย ต้องพิจารณาร่วมกับอาการและการตรวจอื่นด้วย
Balloon Expulsion Test ตรวจอะไร?
Balloon Expulsion Test เป็นการทดสอบความสามารถในการขับสิ่งที่อยู่ในไส้ตรงออกมา โดยทั่วไปจะใส่บอลลูนขนาดเล็กเข้าไปในไส้ตรง เติมน้ำหรืออากาศตามวิธีของสถานพยาบาล แล้วให้ผู้ป่วยลองขับบอลลูนออกคล้ายกับการถ่ายอุจจาระ หากขับออกได้ยากกว่าที่คาด อาจสนับสนุนว่ามีปัญหาในการขับถ่าย
Defecography คืออะไร?
Defecography เป็นการตรวจที่ดูการเคลื่อนไหวของไส้ตรงและอุ้งเชิงกรานในขณะที่ผู้ป่วยจำลองการขับถ่าย ช่วยประเมินความผิดปกติบางอย่าง เช่น
- Rectocele
- Rectal Prolapse
- การเคลื่อนไหวของอุ้งเชิงกรานผิดปกติ
- ปัญหาการขับอุจจาระออก
แต่ Defecography ไม่ใช่การตรวจแรกสำหรับผู้ที่ท้องผูกทุกคน แนวทาง AGA แนะนำให้พิจารณาหลัง Anorectal Manometry และ Balloon Expulsion Test หากผลการตรวจดังกล่าวยังไม่สามารถอธิบายปัญหาการขับถ่ายได้ชัดเจน
ตรวจการเคลื่อนไหวของลำไส้ทำอย่างไร?
หากไม่พบปัญหาการขับถ่ายบริเวณทวารหนัก แต่ยังสงสัยว่าอุจจาระเคลื่อนผ่านลำไส้ใหญ่ช้า อาจตรวจ Colonic Transit วิธีหนึ่งคือให้รับประทานแคปซูลที่มีตัวบ่งชี้ซึ่งมองเห็นได้จากเอกซเรย์ แล้วติดตามว่าตัวบ่งชี้เคลื่อนผ่านลำไส้เร็วหรือช้าเพียงใด การตรวจนี้ช่วยแยกว่าอาจเป็น Slow-transit Constipation หรือไม่ AGA แนะนำให้ประเมิน colonic transit เมื่อการตรวจบริเวณทวารหนักไม่พบ defecatory disorder หรือเมื่ออาการยังคงอยู่แม้รักษาความผิดปกติของการขับถ่ายแล้ว
สรุป
ท้องผูกไม่ได้หมายความว่าต้องส่องกล้องลำไส้ทุกคน การตรวจมักเริ่มจากประวัติ ยาที่ใช้ โรคประจำตัว และตรวจร่างกายก่อน จากนั้นจึงเลือกการตรวจให้ตรงกับปัญหา หากสงสัยความผิดปกติของการขับถ่าย อาจใช้ Anorectal Manometry และ Balloon Expulsion Test ส่วน Colonic Transit ช่วยประเมินการเคลื่อนไหวของลำไส้ และ Colonoscopy ใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้ในการตรวจโครงสร้างหรือการคัดกรองมะเร็งลำไส้ การเลือกตรวจอย่างเป็นขั้นตอนจึงช่วยหาสาเหตุได้ตรงกว่าการส่องกล้องทุกคน
คำถามที่พบบ่อย
Q: ท้องผูกต้องส่องกล้องทุกคนไหม?
A: ไม่ต้อง หากไม่มีสัญญาณเตือนและไม่มีข้อบ่งชี้ในการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ การมีอาการท้องผูกเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าต้องส่องกล้องลำไส้
Q: ท้องผูกตรวจเลือดรู้สาเหตุไหม?
A: ตรวจเลือดช่วยค้นหาสาเหตุบางอย่างได้ เช่น ภาวะซีด ไทรอยด์ หรือความผิดปกติทางเมตาบอลิซึมในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ แต่ไม่มีการตรวจเลือดเพียงค่าเดียวที่สามารถบอกสาเหตุของท้องผูกได้ทั้งหมด
Q: ท้องผูกเรื้อรังแต่ส่องกล้องปกติ แปลว่าไม่มีปัญหาใช่ไหม?
A: ไม่เสมอไป การส่องกล้องปกติช่วยลดความกังวลเรื่องความผิดปกติทางโครงสร้างบางชนิด แต่ยังอาจมีความผิดปกติของการเคลื่อนไหวของลำไส้หรือกล้ามเนื้อที่ใช้ในการขับถ่าย ซึ่ง colonoscopy ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อตรวจการทำงานเหล่านี้
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)










