ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป มีอาการปวดข้อขณะใช้งาน และข้อฝืดตอนเช้าไม่นานหรือไม่มีข้อฝืด อาจได้รับการวินิจฉัยข้อเสื่อมจากอาการทางคลินิกโดยไม่จำเป็นต้องตรวจภาพทุกราย แนวทาง NICE ระบุว่าการวินิจฉัยโรคข้อเสื่อมโดยทั่วไปอาศัยอาการและการตรวจร่างกาย และมักไม่ต้องใช้ภาพถ่ายเพื่อยืนยัน หากไม่มีอาการผิดปกติที่ชวนสงสัยโรคอื่น
เข่าเสื่อมต้องเอกซเรย์หรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์ทุกคน หากอาการและผลตรวจร่างกายเข้ากับข้อเข่าเสื่อมอย่างชัดเจนและไม่มีสัญญาณที่สงสัยโรคอื่น แพทย์อาจเริ่มให้คำแนะนำและดูแลตามอาการได้โดยไม่ต้องตรวจภาพก่อน แพทย์อาจพิจารณาเอกซเรย์เมื่อ
- อาการไม่ชัดเจนหรือไม่ตรงกับข้อเข่าเสื่อมทั่วไป
- ปวดมากหรือข้อผิดรูป
- อาการเป็นต่อเนื่องแม้ได้รับการดูแลแล้ว
- ต้องประเมินความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงในข้อ
- กำลังวางแผนฉีดยา หัตถการ หรือผ่าตัด
- ต้องการแยกโรคกระดูกหรือข้อชนิดอื่น
สำหรับอาการปวดเข่าเรื้อรัง การเอกซเรย์เป็นการตรวจภาพเริ่มต้นที่เหมาะสมตามเกณฑ์ของ American College of Radiology
เอกซเรย์ข้อเข่าเห็นอะไรบ้าง?
ภาพเอกซเรย์สามารถแสดงการเปลี่ยนแปลงของกระดูกและช่องว่างข้อ เช่น
- ช่องว่างระหว่างข้อแคบลง
- กระดูกงอกรอบข้อ
- กระดูกใต้ผิวข้อหนาหรือแข็งขึ้น
- แนวข้อผิดปกติหรือข้อเข่าผิดรูป
- ร่องรอยกระดูกหักหรือการบาดเจ็บเดิม
แพทย์อาจให้ผู้ป่วยยืนลงน้ำหนักขณะถ่ายภาพ เพื่อดูช่องว่างข้อในสภาพที่ข้อเข่ารับน้ำหนักจริง
MRI เข่าใช้ตรวจอะไร?
MRI ใช้สนามแม่เหล็กสร้างภาพเนื้อเยื่อภายในข้อ จึงมองเห็นโครงสร้างที่เอกซเรย์ไม่เห็นชัด เช่น
- กระดูกอ่อนผิวข้อ
- หมอนรองข้อเข่า
- เอ็นไขว้และเอ็นรอบข้อ
- เยื่อบุข้อ
- ไขกระดูก
- ของเหลวหรือก้อนภายในข้อ
MRI จึงมีประโยชน์เมื่อแพทย์สงสัยหมอนรองข้อฉีก เอ็นบาดเจ็บ กระดูกอ่อนเสียหาย หรือความผิดปกติอื่นที่ไม่สามารถอธิบายได้จากเอกซเรย์
เข่าเสื่อมจำเป็นต้องทำ MRI หรือไม่?
แพทย์อาจพิจารณา MRI เมื่อ
- เอกซเรย์ปกติ แต่อาการยังรุนแรงหรือผิดปกติ
- มีอาการเข่าล็อกหรือสงสัยหมอนรองข้อฉีก
- เข่าหลวม ทรุด หรือสงสัยเอ็นบาดเจ็บ
- มีประวัติอุบัติเหตุหรือเล่นกีฬา
- สงสัยความเสียหายของกระดูกอ่อน
- ต้องประเมินเนื้อเยื่อก่อนหัตถการหรือผ่าตัดบางชนิด
เกณฑ์ ACR ระบุว่า หากมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง ควรเริ่มจากเอกซเรย์ และเลือก MRI ในกรณีที่ผลเอกซเรย์ไม่สามารถอธิบายอาการหรือสงสัยความผิดปกติภายในข้อเพิ่มเติม
สัญญาณที่ควรรีบไปพบแพทย์
- ข้อบวมแดงและร้อนมาก
- มีไข้ร่วมกับอาการปวดข้อ
- ไม่สามารถลงน้ำหนักได้
- เข่าผิดรูปหลังเกิดอุบัติเหตุ
- เข่าล็อกหรือเหยียดไม่ได้
- ปวดรุนแรงแม้ขณะพัก
- อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว
อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากข้อเข่าเสื่อมทั่วไป และต้องตรวจหาการติดเชื้อ กระดูกหัก หรือการบาดเจ็บภายในข้อ
สรุป
การตรวจข้อเข่าเสื่อมเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์หรือ MRI ทุกราย หากต้องตรวจภาพ เอกซเรย์มักเป็นตัวเลือกแรก เพราะช่วยดูช่องว่างข้อ กระดูกงอก และแนวข้อ ส่วน MRI เหมาะเมื่อสงสัยความเสียหายของกระดูกอ่อน หมอนรองข้อ เอ็น หรือเมื่ออาการไม่สอดคล้องกับผลเอกซเรย์ การเลือกตรวจจึงควรพิจารณาจากอาการและดุลยพินิจของแพทย์ ไม่ใช่เลือกจากความละเอียดของเครื่องมือเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









