หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  PCOS ทำให้มีลูกยากจริงหรือไม่? เข้าใจสาเหตุและวิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

PCOS ทำให้มีลูกยากจริงหรือไม่? เข้าใจสาเหตุและวิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

PCOS ทำให้มีลูกยากจริงหรือไม่? เข้าใจสาเหตุและวิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) หรือ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ สิ่งแรกที่ผู้หญิงหลายคนกังวลคือ “จะมีลูกได้หรือไม่?” 

คำตอบคือ PCOS สามารถทำให้ตั้งครรภ์ได้ยากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีบุตรไม่ได้ ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถตั้งครรภ์ได้ตามธรรมชาติ หรือหลังได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยหัวใจสำคัญคือการค้นหาสาเหตุที่ทำให้ไข่ไม่ตกและแก้ไขตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ทำไม PCOS จึงทำให้มีลูกยาก?

การตั้งครรภ์ตามธรรมชาติต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายระบบ โดยเฉพาะการตกไข่ โดยปกติ ในแต่ละรอบเดือน รังไข่จะมีฟองไข่หลายใบเริ่มเจริญ แต่จะมีเพียง 1 ใบที่เติบโตเต็มที่และตกไข่ออกมา เพื่อรอการปฏิสนธิกับอสุจิ แต่ในผู้ป่วย PCOS กระบวนการนี้เกิดความผิดปกติ ฟองไข่จำนวนมากเริ่มเจริญ แต่หยุดการพัฒนาก่อนถึงระยะตกไข่ ทำให้ไข่ไม่ตก (Anovulation) หรือตกไข่ไม่สม่ำเสมอ (Oligo-ovulation) เมื่อไม่มีไข่ออกมา โอกาสเกิดการปฏิสนธิจึงลดลง ส่งผลให้ใช้เวลาตั้งครรภ์นานกว่าปกติ

มีลูกยาก ไม่ได้หมายความว่ามีลูกไม่ได้

หลายคนเข้าใจผิดว่า เมื่อเป็น PCOS จะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เลย ซึ่งไม่เป็นความจริง ผู้ป่วยจำนวนมากยังสามารถมีบุตรได้ เพียงแต่โอกาสการตั้งครรภ์ในแต่ละรอบเดือนอาจลดลง เพราะไข่ไม่ได้ตกเป็นประจำ หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เช่น

  • ปรับน้ำหนักตัว
  • ควบคุมภาวะดื้ออินซูลิน
  • กระตุ้นการตกไข่
  • รักษาความผิดปกติของฮอร์โมน

ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถตั้งครรภ์ได้ทั้งด้วยวิธีธรรมชาติหรือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) ตามข้อบ่งชี้ของแพทย์

ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้โอกาสตั้งครรภ์ลดลง?

นอกจากการตกไข่ผิดปกติแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่พบร่วมในผู้ป่วย PCOS เช่น

  • ภาวะดื้ออินซูลิน ระดับอินซูลินที่สูงส่งผลต่อการสร้างฮอร์โมนของรังไข่ ทำให้ไข่เจริญเติบโตได้ไม่สมบูรณ์
  • ฮอร์โมนเพศชายสูง ฮอร์โมนแอนโดรเจนที่สูงเกินไปอาจรบกวนการเจริญของฟองไข่และการตกไข่
  • น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินมักมีภาวะดื้ออินซูลินรุนแรงขึ้น ทำให้การตกไข่ผิดปกติมากขึ้น
  • อายุ แม้จะเป็น PCOS หรือไม่ก็ตาม คุณภาพและจำนวนไข่จะลดลงตามอายุ โดยเฉพาะหลังอายุ 35 ปี

หากเป็น PCOS ควรเริ่มวางแผนมีบุตรเมื่อไร?

  • หากอายุน้อยกว่า 35 ปี และพยายามตั้งครรภ์โดยมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอเป็นเวลา 12 เดือน แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ควรเข้ารับการประเมินจากสูตินรีแพทย์ 
  • หากอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรพบแพทย์เมื่อพยายามตั้งครรภ์ นานกว่า 6 เดือน เนื่องจากคุณภาพของไข่จะลดลงตามอายุ
  • ในผู้ป่วย PCOS ที่ประจำเดือนขาดบ่อยหรือไม่ตกไข่ แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการประเมินเร็วกว่านั้น เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการวางแผนการรักษา

สรุป

PCOS เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยาก เนื่องจากส่งผลให้การตกไข่ผิดปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การปรับพฤติกรรม การรักษาตามมาตรฐาน และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Naree Herb Cap

Naree Herb Cap

สุขภาพเพศหญิง

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top