หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ความดันโลหิตสูงคืออะไร? ทำไมจึงเป็น “ภัยเงียบ”

ความดันโลหิตสูงคืออะไร? ทำไมจึงเป็น “ภัยเงียบ”

ความดันโลหิตสูงคืออะไร? ทำไมจึงเป็น "ภัยเงียบ" ที่ไม่ควรมองข้าม

หลายคนเชื่อว่า หากเป็นโรคความดันโลหิตสูงจะต้องมีอาการ เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หรือหน้ามืด แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติเลย แม้ว่าค่าความดันโลหิตจะสูงกว่าปกติเป็นเวลานาน

ด้วยเหตุนี้ ความดันโลหิตสูงจึงได้รับการขนานนามว่า “ภัยเงียบ” (Silent Killer) เพราะโรคสามารถทำลายหลอดเลือด หัวใจ สมอง และไตอย่างต่อเนื่องโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว จนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือหัวใจวาย

อ่านเพิ่มเติม: ความดันโลหิตสูงคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกัน

ทำไมความดันโลหิตสูงจึงถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ”

  • ผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีอาการผิดปกติ
  • ความเสียหายของหลอดเลือดเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ
  • เมื่อมีอาการ มักเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว
  • หลายคนตรวจพบโรคโดยบังเอิญระหว่างตรวจสุขภาพ

ต่างจากโรคติดเชื้อหรือโรคเฉียบพลันที่มักแสดงอาการชัดเจน ความดันโลหิตสูงสามารถดำเนินโรคต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีโดยไม่มีสัญญาณเตือน

หากไม่มีอาการ แล้วความดันโลหิตสูงทำอันตรายต่อร่างกายได้อย่างไร?

เมื่อความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน ผนังหลอดเลือดจะรับแรงดันมากกว่าปกติ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือด เช่น

  • ผนังหลอดเลือดหนาตัว
  • หลอดเลือดแข็งตัว
  • ความยืดหยุ่นของหลอดเลือดลดลง
  • การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ

เมื่อหลอดเลือดเสื่อมลง อวัยวะที่ต้องอาศัยเลือดไปเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เช่น สมอง หัวใจ และไต ก็มีความเสี่ยงได้รับความเสียหายตามไปด้วย

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • หัวใจล้มเหลว
  • โรคไตเรื้อรัง
  • จอประสาทตาเสื่อม
  • หลอดเลือดแดงโป่งพอง

ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด

อ่านเพิ่มเติม: ความดันโลหิตสูงทำให้ Stroke ได้อย่างไร?

ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ?

แม้โรคนี้จะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันพบในวัยทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น

  • มีคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • อายุเพิ่มขึ้น
  • น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • รับประทานอาหารเค็มเป็นประจำ
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  • เป็นเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง
  • มีความเครียดสะสม
  • นอนหลับไม่เพียงพอ
ปัจจัยเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง

จะรู้ได้อย่างไรว่าตนเองเป็นโรคความดันโลหิตสูง?

เนื่องจากโรคนี้มักไม่มีอาการ การวัดความดันโลหิตจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการคัดกรอง การวัดที่ถูกต้องควร

  • พักอย่างน้อย 5 นาที
  • งดชา กาแฟ บุหรี่ และการออกกำลังกายก่อนวัดประมาณ 30 นาที
  • นั่งพิงพนัก วางเท้าราบกับพื้น
  • วางแขนในระดับเดียวกับหัวใจ
  • วัดอย่างน้อย 2 ครั้ง แล้วนำค่าเฉลี่ยมาประเมิน

หากค่าความดันโลหิตสูงผิดปกติ ไม่ควรวินิจฉัยจากการวัดเพียงครั้งเดียว แต่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติมจากบุคลากรทางการแพทย์

ลดความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างไร?

  • ลดการรับประทานอาหารเค็ม
  • รับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอ
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • งดสูบบุหรี่
  • จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
  • นอนหลับให้เพียงพอ
  • จัดการความเครียด
  • ตรวจสุขภาพและวัดความดันโลหิตเป็นประจำ

สรุป

โรคความดันโลหิตสูงถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ แม้หลอดเลือดและอวัยวะสำคัญกำลังถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง การตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคไตในอนาคต

คำถามที่พบบ่อย

เพราะหลอดเลือดสามารถปรับตัวต่อแรงดันที่เพิ่มขึ้นได้ในระยะหนึ่ง ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่รู้สึกผิดปกติ แม้ค่าความดันจะสูงต่อเนื่อง
จำเป็น เพราะการวัดความดันเป็นวิธีเดียวที่ช่วยตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน
แม้ส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรัง แต่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเป้าหมายได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top