มะเร็งตับปฐมภูมิ (Primary liver cancer) เป็นโรคที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในหลายประเทศโดยเฉพาะในเอเชีย ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยได้แก่ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) หรือไวรัสตับอักเสบซี (HCV) ภาวะตับแข็ง และโรคตับเรื้อรัง
การรักษามะเร็งตับมักต้องใช้แนวทางแบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary treatment) ซึ่งอาจรวมหลายวิธีร่วมกัน เช่น การทำหัตถการผ่านหลอดเลือด (TACE: Trans arterial Chemoembolization) การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) และการรักษาประคับประคอง
ในปัจจุบันตำรับยาสมุนไพรจีนถูกนำมาใช้เป็นการรักษาเสริมร่วมกับการรักษามาตรฐาน เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกาย ลดผลข้างเคียงจากการรักษา และช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพของการรักษาหลัก
ข้อมูลผู้ป่วย
- ผู้ป่วยชาย อายุ 64 ปี
- ตรวจพบค่า AFP (ตัวบ่งชี้มะเร็งตับในเลือด) มีค่าสูงจากการตรวจสุขภาพ
- ตรวจพบก้อนในตับจากการตรวจภาพทางการแพทย์
ประวัติการรักษาก่อนหน้า
- ผู้ป่วยตรวจสุขภาพเมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 พบว่า ค่า AFP > 1000 ng/mL บ่งบอกถึงความผิดปกติของตับหรือความเสี่ยงของมะเร็งตับ จากนั้นตรวจซ้ำพบว่า AFP > 12100 ng/mL ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
- ตรวจอัลตราซาวด์ตับ พบภาวะตับแข็งและพบก้อนในตับ
- ผลการตรวจ CT ช่องท้องส่วนบน พบตับแข็งและม้ามโตเล็กน้อย
- พบก้อนในตับขวาลักษณะสงสัย Hepatocellular carcinoma (HCC)
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
- มีประวัติติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง (Chronic hepatitis B) มากกว่า 40 ปี รับประทานยาต้านไวรัส entecavir
- มีโรคความดันโลหิตสูงประมาณ 6 ปี มีการรับประทานยา amlodipine และ losartan เพื่อควบคุมความดันโลหิต
- ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบ AFP 19257 ng/mL ซึ่งสูงกว่าปกติอย่างมาก และมักพบในผู้ป่วยมะเร็งตับ
- ผลการตรวจ MRI ตับ พบก้อนในตับขวาขนาดประมาณ 6.2 × 4.6 × 4.4 ซม.
- พบลิ่มมะเร็งในหลอดเลือดดำตับขวาและหลอดเลือดดำพอร์ทัล
การวินิจฉัย
- มะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma (HCC) ระยะลุกลาม
- พบลิ่มมะเร็งในหลอดเลือดดำพอร์ทัลและหลอดเลือดดำตับ
- การทำงานของตับยังอยู่ในระดับดี ผู้ป่วยยังสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ
- ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง
- ตับแข็งและม้ามโต
แผนการรักษา
1. การทำหัตถการผ่านหลอดเลือด
TACE (Trans arterial Chemoembolization) เป็นการฉีดยาเคมีบำบัดเข้าสู่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง พร้อมอุดหลอดเลือดเพื่อลดการไหลเวียนเลือดไปยังก้อนมะเร็ง
2. การรักษาด้วยยา
- Camrelizumab เป็นยากลุ่มภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
- Apatinib mesylate เป็นยากลุ่มยามุ่งเป้า (Targeted therapy)
3. การรักษาเสริม
ใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐาน
การประเมินผลการรักษา
- ค่า AFP ลดลงอย่างชัดเจน แสดงว่าการตอบสนองต่อการรักษาดีขึ้น
- ต่อมาในปี 2024 ผู้ป่วยพบการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อปอดแบบ Interstitial change (การอักเสบของเนื้อเยื่อคั่นกลางในปอด) ซึ่งค่อยๆ รุนแรงขึ้น ในเดือนพฤษภาคม 2024 ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยล้าและสภาพจิตใจไม่ดี แพทย์จึงหยุดยากระตุ้นภูมิคุ้ม เพิ่มตำรับยาสมุนไพรจีนและยังคงให้ยามุ่งเป้าต่อไป ผลการรักษาพบว่า ภาวะการอักเสบหรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อคั่นกลางในปอดดีขึ้น อาการเหนื่อยล้าและสภาพจิตใจดีขึ้นอย่างชัดเจน
สรุปกรณีศึกษา
ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma (HCC) ระยะลุกลาม ร่วมกับภาวะตับแข็ง ม้ามโต และการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง โดยพบลิ่มมะเร็งในหลอดเลือดดำพอร์ทัลและหลอดเลือดดำตับ ผู้ป่วยได้รับการรักษาแบบผสมผสาน ได้แก่ การทำหัตถการฉีดยาเคมีบำบัดเข้าสู่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง ร่วมกับการใช้ยากลุ่มภูมิคุ้มกันบำบัด และยามุ่งเป้า พร้อมกับการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม หลังการรักษาพบว่าค่าตัวบ่งชี้มะเร็งตับในเลือดลดลงอย่างชัดเจน แสดงถึงการตอบสนองต่อการรักษา ต่อมาในระหว่างการรักษาผู้ป่วยมีภาวะการอักเสบหรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อคั่นกลางในปอดขึ้นร่วมกับอาการเหนื่อยล้าและสภาพจิตใจไม่ดี แพทย์จึงหยุดยากลุ่มภูมิคุ้มกันบำบัดและเพิ่มการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีน พร้อมคงการรักษาด้วยยากลุ่มยามุ่งเป้าต่อไป หลังจากปรับแผนการรักษาพบว่า ภาวะการอักเสบหรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อคั่นกลางในปอดดีขึ้น และอาการเหนื่อยล้ารวมถึงสภาพจิตใจของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานอาจช่วยสนับสนุนการรักษา ลดอาการไม่พึงประสงค์จากการรักษา และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระหว่างการรักษา
ข้อความสำคัญสำหรับผู้ป่วยและญาติ
- มะเร็งตับมักเกี่ยวข้องกับโรคตับเรื้อรัง เช่น การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี และภาวะตับแข็ง ดังนั้นผู้ที่มีโรคตับควรตรวจสุขภาพและติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ
- ผู้ป่วยมะเร็งตับอาจได้รับการรักษาหลายวิธีร่วมกัน เช่น การทำ TACE ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของก้อนมะเร็ง
- การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานสามารถช่วยบรรเทาอาการไม่สบายจากการรักษา และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างการรักษา
- ผู้ป่วยควรรับการรักษาและติดตามผลกับแพทย์อย่างต่อเนื่องรวมถึงดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น รับประทานอาหารที่เหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และเป็นตัวอย่างกรณีศึกษา ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลได้หากท่านหรือญาติมีคำถามเกี่ยวกับแนวทางรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเสมอ






