มะเร็งตับปฐมภูมิ (Primary liver cancer) เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ของตับโดยตรง และเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อยทั่วโลก ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งตับ ได้แก่ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) หรือไวรัสตับอักเสบซี (HCV) ภาวะตับแข็ง การดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน การได้รับสารพิษบางชนิด เช่น อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) จากอาหารปนเปื้อนเชื้อรา
ผู้ป่วยจำนวนมากมักมาพบแพทย์เมื่อโรคอยู่ในระยะกลางหรือระยะลุกลามแล้ว ทำให้ไม่สามารถผ่าตัดรักษาได้ ในกรณีดังกล่าว แพทย์มักใช้การรักษาแบบผสมผสาน เช่น การทำหัตถการผ่านหลอดเลือด (TACE: Transarterial chemoembolization) การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) การรักษาประคับประคอง
ในปัจจุบันตำรับยาสมุนไพรจีนถูกนำมาใช้ร่วมกับการรักษามาตรฐานเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกาย ลดผลข้างเคียงจากการรักษา สนับสนุนประสิทธิภาพของการรักษาหลัก
ข้อมูลผู้ป่วย
- ผู้ป่วยชาย อายุ 76 ปี
- เคยได้รับการรักษามะเร็งตับด้วยวิธีหัตถการแทรกแซง (Interventional treatment) มากกว่า 3 ปี
- คะแนนสมรรถภาพร่างกาย (Performance Status: PS) อยู่ที่ประมาณ 0–2 คะแนน
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
- มีประวัติโรคด่างขาว (Vitiligo) มากกว่า 20 ปี
- ตรวจพบการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C virus: HCV) ในปี 2020
อาการที่พบก่อนเข้ารับการรักษา
- ปวดบริเวณลิ้นปี่หรือท้องด้านบน
- ปากแห้งและรู้สึกขมในปาก
- เบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อย
- นอนไม่ค่อยหลับ
- ท้องผูก
- ปัสสาวะสีเหลือง
การตรวจเพิ่มเติม
1. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- HCV-RNA ให้ผลบวก แสดงว่ามีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี
- AFP (Alpha-fetoprotein) 2582.11 ng/mL เป็นค่าที่ใช้ช่วยวินิจฉัยและติดตามมะเร็งตับ ซึ่งพบว่าสูงกว่าปกติมาก
2. การตรวจ CT ตับ
- ตับมีลักษณะตับแข็ง (Liver cirrhosis)
- พบน้ำในช่องท้อง (Ascites)
- พบก้อนเนื้องอกที่ตับกลีบขวา ขนาดประมาณ 123 × 109 มม.
- พบก้อนหลายตำแหน่งภายในตับ แสดงถึงการกระจายของโรค
- พบม้ามโต (Splenomegaly)
- พบนิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) และการอักเสบของถุงน้ำดี
- พบต่อมน้ำเหลืองขนาดเล็กบริเวณหลังเยื่อบุช่องท้อง
จากผลตรวจดังกล่าว ลักษณะของก้อนสอดคล้องกับมะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด
การวินิจฉัย
- มะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma
- มีการกระจายของก้อนหลายตำแหน่งในตับ
- มะเร็งตับระยะลุกลาม แต่ยังจำกัดอยู่ภายในตับ
- ภาวะตับแข็งร่วมกับน้ำในช่องท้อง
- การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี
- โรคด่างขาว (Vitiligo)
แผนการรักษา
1. การรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน
- ทำหัตถการ TACE (Transarterial chemoembolization) เป็นการฉีดยาเคมีบำบัดเข้าสู่หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็งโดยตรง
- ยามุ่งเป้า Lenvatinib ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
- ยาภูมิคุ้มกันบำบัด Pembrolizumab เป็นยาในกลุ่ม Immune checkpoint inhibitors ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำลายเซลล์มะเร็ง
- การรักษาอื่น ๆ เช่น การดูแลและปกป้องการทำงานของตับ การรักษาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี และการรักษาภาวะโปรตีนต่ำและภาวะบวมน้ำ
2. การรักษาเสริม
ใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเพื่อช่วยเสริมการรักษา
3. การรักษาเพิ่มเติมในระยะต่อมา
การจี้ทำลายก้อนมะเร็งด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency ablation – RFA)
การประเมินผลการรักษา
หลังจากได้รับการรักษาแบบผสมผสาน ผลการตรวจภาพทางรังสีพบว่า
- ขนาดของก้อนมะเร็งไม่เพิ่มขึ้น
- โรคอยู่ในภาวะ Stable Disease (SD) ซึ่งหมายถึงโรคคงที่ ไม่ลุกลามเพิ่มขึ้น
- ค่าตัวบ่งชี้มะเร็งในเลือด เช่น AFP มีแนวโน้มลดลงหลังการรักษา
สรุปกรณีศึกษา
ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma ระยะ CNLC IIb ร่วมกับภาวะตับแข็งและการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี เนื่องจากโรคอยู่ในระยะที่ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ จึงได้รับการรักษาแบบผสมผสาน ได้แก่ การทำหัตถการ TACE (Trans arterial chemoembolization) การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) การจี้ทำลายก้อนมะเร็งด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency ablation) และการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม หลังการรักษาพบว่าโรคอยู่ในภาวะ Stable Disease (SD) ซึ่งแสดงว่าการรักษาสามารถควบคุมการลุกลามของโรคได้ นอกจากนี้การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานช่วยสนับสนุนการรักษา ลดอาการไม่สบาย และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระหว่างการรักษา
ข้อความสำคัญสำหรับผู้ป่วยและญาติ
- มะเร็งตับอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ภาวะตับแข็ง หรือการดื่มแอลกอฮอล์ การตรวจสุขภาพและติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญ
- ผู้ป่วยมะเร็งตับในระยะกลางอาจไม่สามารถผ่าตัดได้แต่ยังมีวิธีรักษาหลายแบบ เช่น การทำ TACE ยามุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของก้อนมะเร็งได้
- การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานสามารถช่วยลดอาการไม่สบายจากโรคและช่วยสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยระหว่างการรักษา
- ผู้ป่วยควรรับการรักษาและติดตามผลกับแพทย์อย่างต่อเนื่องรวมถึงดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น รับประทานอาหารที่เหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และเป็นตัวอย่างกรณีศึกษา ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลได้หากท่านหรือญาติมีคำถามเกี่ยวกับแนวทางรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเสมอ






