โรค ข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) เป็นโรคข้อเรื้อรังที่พบได้บ่อยที่สุดชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบในวัยทำงานมากขึ้น เนื่องจากภาวะน้ำหนักเกิน การใช้งานข้อซ้ำ ๆ การบาดเจ็บจากกีฬา และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
เข่าเสื่อมคืออะไร?
ข้อเข่าเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักและช่วยในการเดิน วิ่ง ลุก นั่ง และขึ้นลงบันได ที่บริเวณปลายกระดูกจะมีกระดูกอ่อนผิวข้อ (Articular Cartilage) ทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานและกระจายแรงกด ทำให้ข้อเคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหล เมื่อกระดูกอ่อนค่อย ๆ เสื่อมลง ร่างกายจะไม่สามารถดูดซับแรงกระแทกได้ดีเหมือนเดิม จึงเกิดอาการปวด ข้อฝืด และการเคลื่อนไหวลดลง ซึ่งเรียกว่า “โรคข้อเข่าเสื่อม”
เข่าเสื่อมเกิดขึ้นได้อย่างไร?
โรคข้อเข่าเสื่อมไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ ดำเนินไปเป็นเวลาหลายปี
ระยะที่ 1 กระดูกอ่อนเริ่มเสื่อม
กระดูกอ่อนสูญเสียความยืดหยุ่นและความสามารถในการรับแรงกระแทก
- ผิวข้อเริ่มไม่เรียบ
- กระดูกอ่อนบางลง
- ยังไม่มีอาการชัดเจน
ระยะที่ 2 เกิดการอักเสบภายในข้อ
เมื่อกระดูกอ่อนเริ่มเสียหาย ร่างกายจะเกิดการอักเสบระดับต่ำ (Low-grade inflammation) ส่งผลให้
- เยื่อบุข้ออักเสบ
- น้ำในข้อเพิ่มขึ้น
- เริ่มมีอาการปวด
- ข้อฝืดหลังใช้งาน
ระยะที่ 3 กระดูกเสียดสีกันมากขึ้น
เมื่อกระดูกอ่อนบางลงมาก
- กระดูกรับแรงโดยตรง
- เกิดแรงเสียดสีเพิ่มขึ้น
- ปวดเวลาเดิน
- ปวดเวลาขึ้นลงบันได
- เข่ามีเสียงกรอบแกรบ
ร่างกายจะเริ่มสร้างกระดูกงอก (Bone Spur หรือ Osteophyte) รอบข้อ เพื่อเพิ่มความมั่นคง แต่กลับทำให้ข้อเคลื่อนไหวได้ลดลง
ระยะที่ 4 ข้อเข่าเสื่อมรุนแรง
ในระยะท้าย
- กระดูกอ่อนสึกมาก
- ช่องว่างข้อแคบลง
- ข้อผิดรูป
- ขาโก่ง
- ปวดแม้ขณะพัก
- เดินได้ระยะสั้นลง

ทำไมเข่าเสื่อมจึงทำให้ปวด?
อาการปวดไม่ได้เกิดจากกระดูกอ่อนโดยตรง แต่เกิดจากโครงสร้างอื่นภายในข้อ เช่น
- เยื่อบุข้ออักเสบ
- กระดูกใต้ผิวข้อรับแรงมากขึ้น
- เอ็นและกล้ามเนื้อรอบข้อทำงานหนัก
- มีน้ำในข้อเพิ่มขึ้น
- กระดูกงอกกดเนื้อเยื่อรอบข้อ
จึงทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวด แม้กระดูกอ่อนเองจะไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึก
การแพทย์จีนอธิบายเข่าเสื่อมอย่างไร?
ในทัศนะการแพทย์แผนจีน โรคข้อเข่าเสื่อมจัดอยู่ในกลุ่ม ปี้เจิ้ง (痹证) ซึ่งหมายถึงภาวะที่ชี่และเลือดไหลเวียนติดขัดจากลม ความเย็น ความชื้น หรือความร้อน ทำให้เกิดอาการปวด ฝืด และเคลื่อนไหวลำบาก เมื่อโรคดำเนินเป็นเวลานาน มักพบร่วมกับภาวะตับและไตพร่อง ซึ่งเชื่อว่าทำให้กระดูกและเส้นเอ็นขาดการหล่อเลี้ยง จึงเสื่อมและอ่อนแอลง ดังนั้น หลักการรักษาของการแพทย์จีนจึงมุ่งเน้น
- บำรุงตับและไต
- เสริมกระดูกและเส้นเอ็น
- กระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด
- ขับลม ความชื้น และความเย็น
- บรรเทาอาการปวดและข้อฝืด
สรุป
โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมของโครงสร้างภายในข้อเข่าทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงกระดูกอ่อนเท่านั้น กระบวนการของโรคเริ่มจากกระดูกอ่อนเสื่อม ตามด้วยการอักเสบ การเกิดกระดูกงอก และการเปลี่ยนแปลงของข้อจนส่งผลต่อการเคลื่อนไหว การเข้าใจกลไกของโรคจะช่วยให้ผู้ป่วยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลข้อเข่าตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อชะลอการเสื่อมและลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต
คำถามที่พบบ่อย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









