หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  รักษาเนื้องอกมดลูกอย่างไร? ต้องกินยาหรือผ่าตัด

รักษาเนื้องอกมดลูกอย่างไร? ต้องกินยาหรือผ่าตัด

รักษาเนื้องอกมดลูกอย่างไร? ต้องกินยาหรือผ่าตัด

การรักษาเนื้องอกมดลูกมีหลายวิธี ตั้งแต่การติดตามอาการ การใช้ยา ไปจนถึงการรักษาด้วยหัตถการหรือการผ่าตัด โดยไม่ใช่ผู้ที่ตรวจพบเนื้องอกมดลูกทุกคนจะต้องได้รับการผ่าตัดทันที การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง จำนวนของก้อน ความรุนแรงของอาการ และความต้องการมีบุตรในอนาคต สำหรับผู้ที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย อาจใช้วิธีติดตามอาการเป็นระยะ ส่วนผู้ที่มีประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อย หรือมีก้อนกดเบียดอวัยวะใกล้เคียง อาจจำเป็นต้องพิจารณาการรักษาเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

เนื้องอกมดลูกรักษาอย่างไร?

หากก้อนไม่ทำให้เกิดอาการหรือผลกระทบต่อสุขภาพ อาจยังไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือผ่าตัด แต่ควรได้รับการประเมินและติดตามตามความเหมาะสม ปัจจัยที่ใช้พิจารณาว่าควรรักษาหรือไม่ ได้แก่

  • อาการ ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อย หรือแน่นท้อง
  • ขนาดและตำแหน่ง ก้อนรบกวนโพรงมดลูกหรือกดเบียดอวัยวะหรือไม่
  • ภาวะแทรกซ้อน เช่น โลหิตจางจากการเสียเลือดเรื้อรัง
  • ผลต่อชีวิตประจำวัน อาการรบกวนการทำงานหรือการใช้ชีวิตมากน้อยเพียงใด
  • แผนการตั้งครรภ์ ก้อนอาจมีผลต่อการมีบุตรในบางกรณี

ดังนั้น การตัดสินใจรักษาจึงไม่ควรพิจารณาจากขนาดก้อนเพียงอย่างเดียว

1. การติดตามอาการโดยยังไม่ต้องรักษา

การติดตามอาการหรือ Watchful Waiting เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยและยังไม่จำเป็นต้องรักษา ระหว่างติดตามอาจมีการประเมินอาการประจำเดือน อาการปวดหรือกดเบียด และตรวจอัลตราซาวนด์ซ้ำเมื่อมีข้อบ่งชี้ โดยความถี่ในการติดตามขึ้นอยู่กับลักษณะของก้อนและอาการแต่ละคน สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่

  • ประจำเดือนมามากขึ้นหรือมานานผิดปกติ
  • ปวดหรือแน่นท้องน้อยมากขึ้น
  • ปัสสาวะบ่อยหรือท้องผูกจากการกดเบียด
  • เหนื่อยง่าย หน้ามืด หรืออ่อนเพลียผิดปกติ

หากอาการเปลี่ยนแปลง ควรเข้ารับการประเมินเพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องรอจนถึงวันนัดเดิม

2. การใช้ยารักษาเนื้องอกมดลูก

การใช้ยาเป็นทางเลือกสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีประจำเดือนมามากหรือปวดประจำเดือนจากเนื้องอกมดลูก อย่างไรก็ตาม ยาที่ใช้รักษามีเป้าหมายแตกต่างกัน บางชนิดช่วยควบคุมอาการ แต่ไม่ได้ทำให้ก้อนเล็กลง ขณะที่ยาบางกลุ่มสามารถช่วยลดขนาดก้อนได้ชั่วคราว

  • ยาช่วยลดเลือดประจำเดือน เช่น Tranexamic Acid เป็นยาที่ช่วยลดปริมาณเลือดประจำเดือน โดยอาจใช้ในผู้ที่มีเลือดประจำเดือนออกมากตามความเหมาะสม ยานี้ไม่ได้ทำให้ก้อนเนื้องอกมดลูกยุบลง แต่ช่วยควบคุมปัญหาการเสียเลือด และต้องพิจารณาข้อห้ามใช้ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติลิ่มเลือดอุดตันบางประเภท
  • ยาฮอร์โมน ยาฮอร์โมนบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน หรือห่วงอนามัยชนิดปล่อยฮอร์โมน อาจช่วยลดเลือดประจำเดือนและอาการปวดได้ในผู้ที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งก้อน ลักษณะโพรงมดลูก ความต้องการคุมกำเนิด และข้อห้ามใช้ของแต่ละวิธี
  • ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบฮอร์โมน GnRH ยากลุ่ม GnRH Agonist และ GnRH Antagonist ออกฤทธิ์ต่อระบบควบคุมฮอร์โมนเพศ ซึ่งมีบทบาทต่อการเติบโตของเนื้องอกมดลูก ยาบางสูตรสามารถช่วยลดเลือดประจำเดือน และบางสูตรช่วยลดขนาดก้อนในระหว่างการรักษาได้ แต่อาจมีผลข้างเคียงจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง เช่น ร้อนวูบวาบหรือมวลกระดูกลดลง การใช้ยากลุ่มนี้จึงต้องพิจารณาระยะเวลารักษาและการใช้ฮอร์โมนเสริมเพื่อลดผลข้างเคียงในบางสูตร โดยไม่ใช่ยาที่เหมาะสำหรับทุกคน

3. การรักษาเนื้องอกมดลูกโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

นอกจากการใช้ยา ยังมีหัตถการบางชนิดที่ช่วยลดอาการหรือขนาดก้อน โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง 

  • การอุดหลอดเลือดที่เลี้ยงเนื้องอกมดลูก (Uterine Artery Embolization; UAE) เป็นการใส่สายสวนเข้าไปในหลอดเลือดและปล่อยอนุภาคขนาดเล็กเพื่ออุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อน ทำให้ก้อนได้รับเลือดลดลงและค่อย ๆ มีขนาดเล็กลง วิธีนี้อาจช่วยลดเลือดประจำเดือนและอาการกดเบียดได้ แต่มีข้อจำกัดและความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องการตั้งครรภ์ในอนาคต
  • การรักษาด้วยคลื่นเสียงความเข้มสูง (High-Intensity Focused Ultrasound; HIFU) หรือเทคนิคคลื่นเสียงแบบโฟกัส เป็นการใช้พลังงานคลื่นเสียงไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมายเพื่อทำลายเนื้อเยื่อของก้อนบางส่วน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ก้อนทุกตำแหน่งหรือทุกขนาดจะเหมาะกับวิธีนี้ และผลการรักษาระยะยาว รวมถึงข้อมูลด้านการตั้งครรภ์ ยังต้องพิจารณาตามเทคนิคที่ใช้และหลักฐานที่มีอยู่

4. การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก

การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกเมื่อมีอาการรุนแรง การรักษาวิธีอื่นไม่ได้ผล หรือก้อนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน การผ่าตัดที่สำคัญมี 2 แนวทาง ได้แก่

  • การผ่าตัดเฉพาะก้อนเนื้องอก (Myomectomy) เป็นการนำก้อนเนื้องอกออกโดยเก็บมดลูกไว้ เหมาะกับผู้ป่วยบางรายที่ต้องการรักษามดลูกหรือวางแผนมีบุตร แต่ยังมีโอกาสเกิดก้อนใหม่ในอนาคต
  • การผ่าตัดมดลูก (Hysterectomy) เป็นการนำมดลูกออก ซึ่งเป็นวิธีรักษาเนื้องอกมดลูกได้อย่างถาวรในแง่ที่ไม่สามารถเกิดก้อนในมดลูกอีก แต่ผู้ที่ผ่าตัดมดลูกแล้วจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้

การเลือกวิธีผ่าตัดต้องพิจารณาร่วมกับความต้องการของผู้ป่วยและลักษณะของโรค

เปรียบเทียบวิธีรักษาเนื้องอกมดลูก

วิธีรักษาเป้าหมายหลักข้อควรทราบ
ติดตามอาการเฝ้าดูอาการและความเปลี่ยนแปลงเหมาะกับบางรายที่ไม่มีอาการ
ยาลดเลือดประจำเดือนลดปริมาณเลือดที่เสียไม่ได้ทำให้ก้อนยุบ
ยาฮอร์โมนควบคุมเลือดออกหรืออาการปวดผลขึ้นอยู่กับชนิดยา
ยากลุ่ม GnRHลดอาการและอาจลดขนาดก้อนมีข้อจำกัดเรื่องผลข้างเคียงและระยะเวลา
UAEลดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนต้องพิจารณาผลต่อการมีบุตร
HIFUทำลายเนื้อเยื่อก้อนด้วยคลื่นเสียงไม่เหมาะกับทุกตำแหน่ง
Myomectomyนำก้อนออกและเก็บมดลูกไว้มีโอกาสเกิดก้อนใหม่
Hysterectomyนำมดลูกออกไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก

การรักษาเนื้องอกมดลูกในทางการแพทย์จีน

การแพทย์จีนพิจารณาอาการทางนรีเวชจากแบบแผนความผิดปกติของแต่ละคน ความผิดปกติที่พบในอาการทางนรีเวชคือ ภาวะเลือดคั่ง ซึ่งในทฤษฎีการแพทย์จีนหมายถึงการไหลเวียนของเลือดไม่คล่อง ทำให้เกิดการคั่งสะสมในบางบริเวณ การแพทย์จีนจึงมีการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนที่ประกอบด้วย Guizhi, Taoren, Mudanpi, Baishao, Fuling ฯลฯ ซึ่งมีสรรพคุณส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด ลดภาวะเลือดคั่ง และดูแลการเกิดก้อนตามทฤษฎีการแพทย์จีน

ตำรับยาสมุนไพรจีนดูแลเนื้องอกมดลูกได้อย่างไร?

จากการศึกษา วิจัย และทดลองทางคลินิกตามหลักการแพทย์สากล พบกลไกการออกฤทธิ์สำคัญ โดยเฉพาะกลไกการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้องอกมดลูก ดังนี้

  1. ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์เนื้องอก โดยลดการทำงานของเส้นทางสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นให้เซลล์เนื้องอกแบ่งตัวเพิ่มจำนวน
  2. กระตุ้นการตายของเซลล์ที่ผิดปกติ สามารถกระตุ้นกระบวนการ Apoptosis หรือการตายของเซลล์ตามกลไกธรรมชาติในเซลล์เนื้องอกมดลูก

กล่าวให้เข้าใจง่ายคือ ตำรับยานี้ออกฤทธิ์ต่อกระบวนการที่ทำให้ก้อนเนื้องอกเติบโต ทั้งการลดการแบ่งตัวของเซลล์และส่งเสริมการกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติ

สรุป

การรักษาเนื้องอกมดลูกมีหลายทางเลือก ตั้งแต่การติดตามอาการ การใช้ยาควบคุมเลือดประจำเดือนและอาการปวด ไปจนถึงการรักษาด้วยหัตถการหรือการผ่าตัด โดยไม่ใช่ทุกคนที่ตรวจพบก้อนจะต้องผ่าตัดทันที การเลือกวิธีรักษาควรพิจารณาจากอาการ ตำแหน่ง ขนาด จำนวนก้อน ภาวะแทรกซ้อน และแผนการมีบุตร เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมกับสุขภาพและความต้องการของแต่ละคน

คำถามที่พบบ่อย

Q: เนื้องอกมดลูกรักษาโดยไม่ผ่าตัดได้ไหม?
A: ได้ในหลายกรณี เช่น การติดตามอาการ การใช้ยาควบคุมเลือดประจำเดือน หรือการรักษาด้วยหัตถการบางชนิด ขึ้นอยู่กับอาการและลักษณะของก้อน

Q: กินยาแล้วเนื้องอกมดลูกจะยุบไหม?
A: ยาบางกลุ่มสามารถช่วยลดขนาดก้อนได้ในระหว่างการรักษา แต่ยาที่ใช้ลดเลือดประจำเดือนหรือบรรเทาปวดไม่ได้ทำให้ก้อนยุบเสมอไป และก้อนอาจกลับมาโตหลังหยุดยาบางชนิด

Q: เนื้องอกมดลูกขนาดใหญ่ต้องผ่าตัดทุกคนไหม?
A: ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดจากขนาดเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาอาการ ตำแหน่ง ภาวะแทรกซ้อน และความเหมาะสมของการรักษาแต่ละวิธีร่วมกัน

Q: รักษาเนื้องอกมดลูกแล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม?
A: หากรักษาด้วยการผ่าตัดเฉพาะก้อน ยังมีโอกาสเกิดก้อนใหม่ได้ ส่วนการผ่าตัดมดลูกเป็นการรักษาถาวรสำหรับเนื้องอกที่เกิดในมดลูก

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Naree Herb Cap

Naree Herb Cap

สุขภาพเพศหญิง

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top