PCOS สามารถทำให้เกิดสิว ขนดก และผมบางได้จริง โดยมีความเกี่ยวข้องกับระดับหรือการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนแอนโดรเจนที่มากกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ที่เป็น PCOS ทุกคนจะมีอาการเหล่านี้ และการมีสิวหรือขนดกเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็น PCOS เสมอไป
ทำไม PCOS จึงทำให้สิวและขนดก?
หัวใจสำคัญคือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) เช่น Testosterone ไม่ได้มีเฉพาะในผู้ชาย ผู้หญิงก็มีฮอร์โมนกลุ่มนี้ตามธรรมชาติ เพียงแต่มีในระดับต่ำกว่า ในผู้ที่เป็น PCOS รังไข่อาจสร้างแอนโดรเจนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีภาวะดื้ออินซูลินร่วมด้วย อินซูลินที่สูงสามารถกระตุ้นรังไข่ให้สร้างแอนโดรเจนมากขึ้น และยังอาจทำให้ระดับโปรตีน Sex Hormone-Binding Globulin หรือ SHBG ลดลง ส่งผลให้ฮอร์โมนแอนโดรเจนในรูปที่ออกฤทธิ์ได้มีมากขึ้น เมื่อแอนโดรเจนออกฤทธิ์มากขึ้น จึงส่งผลต่อผิวหนังและรูขุมขนหลายด้าน
อ่านเพิ่มเติม: PCOS เกิดขึ้นได้อย่างไร?

สิวจาก PCOS มีลักษณะแบบไหน?
ไม่มีลักษณะของสิวชนิดใดที่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจาก PCOS แต่สิวที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนอาจมีลักษณะ เช่น
- เป็นต่อเนื่องหลังพ้นวัยรุ่น
- เป็นซ้ำบ่อย
- มีสิวอักเสบ
- พบมากบริเวณคาง แนวกราม หรือส่วนล่างของใบหน้า
- อาจเกิดร่วมกับประจำเดือนผิดปกติ ขนดก หรือผมบาง
อย่างไรก็ตาม สิวเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งพันธุกรรม เครื่องสำอาง ยาบางชนิด ความมันของผิว และโรคทางฮอร์โมนอื่น จึงไม่ควรใช้ตำแหน่งของสิวเพื่อวินิจฉัย PCOS ด้วยตนเอง
ขนดกจาก PCOS คืออะไร?
ขนดกหรือ Hirsutism หมายถึงการมีขนเส้นใหญ่ สีเข้ม และหยาบ ในบริเวณที่มักตอบสนองต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน เช่น
- เหนือริมฝีปาก
- คาง
- หน้าอก
- หน้าท้อง
- หลัง
- ต้นขาด้านใน
ไม่ใช่ขนอ่อนตามแขนหรือขาทั่วไป แพทย์อาจใช้ Modified Ferriman-Gallwey Score (mFG) ช่วยประเมินความรุนแรงของขนดก โดยต้องคำนึงถึงเชื้อชาติและพื้นฐานการขึ้นของขนแต่ละคน แนวทางสากลระบุว่าขนดกในผู้ใหญ่มีความสัมพันธ์กับภาวะแอนโดรเจนสูงมากกว่าสิวหรือผมบางเพียงอย่างเดียว
ทำไม PCOS ทำให้ขนดก แต่กลับผมบาง?
ฟังดูขัดกัน แต่เกิดขึ้นได้เพราะรูขุมขนในแต่ละบริเวณตอบสนองต่อแอนโดรเจนต่างกัน บริเวณใบหน้า หน้าอก หรือหน้าท้อง แอนโดรเจนอาจกระตุ้นให้ขนอ่อนเปลี่ยนเป็นขนเส้นใหญ่และเข้มขึ้น แต่บริเวณหนังศีรษะของผู้ที่มีความไวต่อแอนโดรเจน รูขุมขนอาจค่อย ๆ เล็กลง ทำให้เส้นผมบางและสั้นลงจนเกิด Female Pattern Hair Loss ลักษณะที่อาจพบคือผมบางบริเวณกลางศีรษะหรือแนวแสกกว้างขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีศีรษะล้านเป็นหย่อม
สิวและขนดกจาก PCOS ดูแลอย่างไร?
แนวทางดูแลขึ้นอยู่กับอาการ ความรุนแรง และมีแผนตั้งครรภ์หรือไม่
1. ดูแล PCOS และปัจจัยด้านเมตาบอลิซึม การรับประทานอาหารสมดุล ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และดูแลภาวะดื้ออินซูลินเป็นพื้นฐานของการดูแล PCOS แม้การปรับพฤติกรรมไม่ได้ทำให้ขนหายทันที แต่ช่วยดูแลสุขภาพโดยรวมและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน
2. ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ในผู้ที่ยังไม่ต้องการตั้งครรภ์และไม่มีข้อห้าม แพทย์อาจพิจารณายาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม เพื่อช่วยควบคุมรอบเดือนและลดอาการจากแอนโดรเจน เช่น ขนดก แนวทางสากลจัดการใช้ยาคุมกำเนิดร่วมกับวิธีกำจัดขนเป็นแนวทางสำคัญในการดูแลขนดกจาก PCOS
3. ยาต้านแอนโดรเจน หากรักษาด้วยวิธีแรกแล้วอาการยังรบกวนมาก แพทย์อาจพิจารณายาต้านแอนโดรเจนในบางราย แต่ต้องใช้การคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ เพราะยากลุ่มนี้อาจส่งผลต่อพัฒนาการของทารกหากเกิดการตั้งครรภ์ จึงไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง
4. รักษาสิวโดยตรง การรักษาสิวอาจประกอบด้วยยาทา ยารับประทาน หรือการรักษาโดยแพทย์ผิวหนัง ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของสิว โดยเฉพาะผู้ที่มีสิวอักเสบมากหรือเริ่มเกิดแผลเป็น ควรรักษาเร็วเพื่อลดรอยแผลเป็นถาวร
5. กำจัดขนด้วยวิธีทางกายภาพ การกำจัดขนช่วยลดขนที่มีอยู่ ส่วนการรักษาฮอร์โมนมีเป้าหมายลดการเกิดขนใหม่ จึงมักใช้ร่วมกันในผู้ที่มีอาการมาก สามารถใช้วิธีต่าง ๆ เช่น
- โกน
- ถอน
- แว็กซ์
- เลเซอร์กำจัดขน
อ่านเพิ่มเติม: PCOS รักษาอย่างไร?
เมื่อไรควรพบแพทย์?
ควรเข้ารับการประเมินหากมีสิวหรือขนดกร่วมกับ
- ประจำเดือนมาห่างหรือขาด
- น้ำหนักเพิ่มง่าย
- ผมบางผิดปกติ
- มีบุตรยาก
- ผิวคล้ำบริเวณคอหรือรักแร้
โดยเฉพาะหาก ขนดก สิว หรืออาการจากแอนโดรเจนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุอื่น เช่น เนื้องอกที่สร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนหรือความผิดปกติของรังไข่บางชนิด ไม่ควรสรุปว่าเป็น PCOS โดยอัตโนมัติ
สรุป
PCOS สามารถทำให้เกิดสิว ขนดก และผมบางได้ โดยมีภาวะแอนโดรเจนสูงหรือการตอบสนองต่อแอนโดรเจนเป็นกลไกสำคัญ ขนดกเป็นหนึ่งในอาการที่สัมพันธ์กับภาวะแอนโดรเจนสูงค่อนข้างชัดในผู้ใหญ่ ขณะที่สิวหรือผมบางเพียงอย่างเดียวอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน การดูแลจึงควรเริ่มจากการประเมินว่าอาการเกี่ยวข้องกับ PCOS จริงหรือไม่ จากนั้นจึงเลือกการรักษาตามความรุนแรงและเป้าหมายของแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อย
Q: เป็นสิวที่คาง แปลว่าเป็น PCOS หรือไม่?
A: ไม่จำเป็น ตำแหน่งของสิวไม่สามารถใช้วินิจฉัย PCOS ได้ ต้องพิจารณาร่วมกับรอบเดือน ขนดก ผลตรวจฮอร์โมน และเกณฑ์วินิจฉัยอื่น
Q: PCOS ทุกคนต้องขนดกหรือไม่?
A: ไม่ทุกคน อาการของ PCOS แตกต่างกัน ผู้ป่วยบางรายมีประจำเดือนผิดปกติหรือภาวะมีบุตรยากโดยไม่มีขนดก
Q: รักษา PCOS แล้วขนจะหายทันทีหรือไม่?
A: ไม่ ขนที่ขึ้นแล้วจะไม่หายทันที เพราะวงจรของเส้นขนใช้เวลาหลายเดือน การรักษาฮอร์โมนมีเป้าหมายลดการเกิดขนใหม่ จึงอาจต้องใช้ร่วมกับวิธีกำจัดขน
Q: สิวและขนดกเกิดขึ้นเร็วมาก ควรรอดูอาการก่อนไหม?
A: ไม่ควรรอนาน หากอาการแอนโดรเจนสูงเกิดขึ้นรวดเร็วหรือรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่นนอกเหนือจาก PCOS
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









