หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ใจสั่น เหนื่อยง่าย เวียนหัว เกิดจากอะไร? อาการแบบไหนอันตราย

ใจสั่น เหนื่อยง่าย เวียนหัว เกิดจากอะไร? อาการแบบไหนอันตราย

ใจสั่น เหนื่อยง่าย เวียนหัว เกิดจากอะไร? อาการแบบไหนอันตราย

อาการใจสั่น เหนื่อยง่าย และเวียนหัวที่เกิดร่วมกัน อาจมีสาเหตุจากหลายภาวะ เช่น โลหิตจาง ความดันโลหิตต่ำ ภาวะขาดน้ำ ไทรอยด์ทำงานมากเกินไป หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องรักษา หากมีอาการบ่อยขึ้น เป็นลม เจ็บหน้าอก หรือหายใจลำบาก ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว

ใจสั่น เหนื่อยง่าย เวียนหัว เกิดจากอะไร?

อาการทั้งสามอย่างอาจเกิดร่วมกันเมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ความดันโลหิตลดลง หรือหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ความเครียดและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็อาจกระตุ้นอาการได้เช่นกัน สาเหตุสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่

1. ภาวะโลหิตจาง ภาวะโลหิตจางเกิดจากการที่ร่างกายมีฮีโมโกลบินหรือเม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ ทำให้ความสามารถในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อลดลง หัวใจจึงอาจเต้นเร็วขึ้นเพื่อชดเชย อาการที่อาจพบร่วมกัน ได้แก่

  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  • ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด
  • ผิวซีดหรือเยื่อบุตาซีด

ภาวะโลหิตจางมีหลายสาเหตุ เช่น ขาดธาตุเหล็ก เสียเลือดเรื้อรัง หรือโรคบางชนิด จึงควรตรวจหาสาเหตุก่อนรับประทานธาตุเหล็กเสริม

2. ความดันโลหิตต่ำ เมื่อความดันโลหิตลดลง เลือดอาจไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอชั่วคราว ทำให้รู้สึกเวียนหัวหรือหน้ามืด โดยเฉพาะขณะเปลี่ยนจากท่านั่งหรือนอนเป็นท่ายืน บางคนอาจมีหัวใจเต้นเร็วร่วมด้วย เนื่องจากร่างกายพยายามรักษาการไหลเวียนของเลือด อาการที่สังเกตได้ เช่น 

  • หน้ามืดเมื่อลุกขึ้นเร็ว
  • รู้สึกโคลงเคลงหรือจะเป็นลม
  • อ่อนแรงหรือเหนื่อยง่าย
  • ใจสั่นร่วมกับความดันลดลง

หากมีอาการบ่อย ควรตรวจวัดความดันโลหิตและประเมินสาเหตุเพิ่มเติม

3. หัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดจากความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ช้า หรือไม่สม่ำเสมอ หากจังหวะหัวใจผิดปกติจนส่งผลต่อการสูบฉีดเลือด อาจทำให้มีอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย เวียนหัว หรือหน้ามืดร่วมด้วย ตัวอย่างภาวะที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่

  • Atrial Fibrillation (AF) หัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ ทำให้ชีพจรอาจไม่สม่ำเสมอ
  • Supraventricular Tachycardia (SVT) หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะที่มีจุดกำเนิดเหนือหัวใจห้องล่าง มักเกิดอาการใจสั่นอย่างฉับพลัน
  • ภาวะหัวใจเต้นช้าผิดปกติ อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอและเกิดอาการเวียนหัว

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่มีหัวใจเต้นผิดจังหวะจะมีอาการรุนแรง และไม่สามารถระบุชนิดของความผิดปกติจากอาการเพียงอย่างเดียวได้

4. ไทรอยด์ทำงานมากเกินไป ฮอร์โมนไทรอยด์มีบทบาทควบคุมการเผาผลาญพลังงานและส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ หากต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไป อาจทำให้หัวใจเต้นเร็วและรู้สึกใจสั่นได้ อาการที่อาจพบร่วมกัน ได้แก่

  • ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว
  • เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • เหงื่อออกมาก ขี้ร้อน
  • น้ำหนักลดทั้งที่รับประทานอาหารตามปกติหรือมากขึ้น
  • มือสั่น

หากมีอาการหลายข้อร่วมกัน อาจพิจารณาตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์

5. ภาวะขาดน้ำหรือเสียสมดุลเกลือแร่
เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำมาก เช่น จากเหงื่อออกมาก ท้องเสีย หรือดื่มน้ำน้อย ปริมาณเลือดที่ไหลเวียนอาจลดลง ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและเกิดอาการเวียนหัวได้ ในบางกรณี การเสียสมดุลของเกลือแร่ เช่น โพแทสเซียมหรือแมกนีเซียม อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบไฟฟ้าหัวใจด้วย

6. ความเครียดและความวิตกกังวล เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะกระตุ้นระบบประสาทที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น บางคนอาจหายใจเร็วร่วมด้วยจนรู้สึกเวียนหัวหรือหน้ามืด อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าอาการใจสั่นร่วมกับเวียนหัวเกิดจากความเครียดเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อมีอาการเกิดซ้ำหรือรุนแรงขึ้น

ใจสั่นร่วมกับเวียนหัว แบบไหนควรระวัง?

อาการร่วมและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นช่วยบอกได้ว่าควรได้รับการประเมินเร่งด่วนเพียงใด

ลักษณะอาการสิ่งที่ควรทำ
ใจสั่นเล็กน้อยหลังออกแรงและดีขึ้นเมื่อพักสังเกตอาการและปัจจัยกระตุ้น
ใจสั่น เหนื่อยง่าย เวียนหัวเป็น ๆ หาย ๆนัดตรวจหาสาเหตุ
ใจสั่นพร้อมหน้ามืดมากหรือเกือบเป็นลมควรได้รับการประเมินโดยเร็ว
ใจสั่นร่วมกับเจ็บหน้าอก หายใจลำบากรุนแรง หรือเป็นลมขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

หากมีอาการรุนแรงควรโทร 1669 ไม่ควรขับรถไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง

เมื่อมีอาการใจสั่นร่วมกับเวียนหัว ควรทำอย่างไร?

หากอาการไม่รุนแรงและไม่มีสัญญาณฉุกเฉิน สามารถดูแลเบื้องต้นได้ดังนี้

  1. หยุดกิจกรรมและนั่งพัก หากรู้สึกจะเป็นลมควรนอนในท่าที่ปลอดภัย
  2. หายใจช้า ๆ อย่างผ่อนคลาย โดยไม่ฝืนกลั้นหายใจ
  3. จิบน้ำเมื่อสงสัยว่าขาดน้ำ หากไม่มีข้อจำกัดเรื่องการดื่มน้ำ
  4. หลีกเลี่ยงการออกแรงและสารกระตุ้นเพิ่มเติม ระหว่างมีอาการ
  5. จดบันทึกอาการ เช่น ระยะเวลาที่ใจสั่น ชีพจร และอาการร่วม

หากอาการไม่ดีขึ้น เกิดซ้ำ หรือรุนแรงขึ้น ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรรับประทานยาควบคุมจังหวะหัวใจด้วยตนเอง

สรุป

อาการใจสั่น เหนื่อยง่าย และเวียนหัวที่เกิดร่วมกันอาจมีสาเหตุจากภาวะโลหิตจาง ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไทรอยด์ทำงานมากเกินไป หรือภาวะขาดน้ำ การสังเกตอาการร่วมและความถี่ของอาการช่วยให้ประเมินเบื้องต้นได้ แต่ไม่สามารถยืนยันสาเหตุด้วยตนเอง หากอาการเกิดซ้ำบ่อยหรือเป็นมากขึ้นควรตรวจเพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่อมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบากรุนแรง หรือเป็นลม ซึ่งต้องได้รับความช่วยเหลือฉุกเฉิน

คำถามที่พบบ่อย

Q: ใจสั่น เหนื่อยง่าย เวียนหัว เป็นโรคหัวใจหรือไม่?
A: ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะอาจเกิดจากภาวะโลหิตจาง ความดันโลหิตต่ำ หรือสาเหตุอื่น แต่หากมีอาการซ้ำบ่อยควรตรวจหาสาเหตุ

Q: ใจสั่นและหน้ามืดเกิดจากความดันต่ำได้ไหม?
A: ได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขณะลุกขึ้นยืน แต่ต้องพิจารณาสาเหตุอื่นร่วมด้วย เพราะหัวใจเต้นผิดจังหวะก็ทำให้หน้ามืดได้เช่นกัน

Q: โลหิตจางทำให้ใจสั่นและเหนื่อยง่ายได้อย่างไร?
A: เมื่อเลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้น้อยลง หัวใจอาจเต้นเร็วขึ้นเพื่อชดเชย จึงเกิดอาการใจสั่นและเหนื่อยง่ายได้

Q: ใจสั่นร่วมกับเวียนหัว ต้องไปโรงพยาบาลทันทีไหม?
A: หากมีอาการรุนแรง เช่น เป็นลม เจ็บหน้าอก หรือหายใจลำบากมาก ต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ส่วนอาการที่เกิดซ้ำหรือไม่ทราบสาเหตุควรได้รับการประเมินโดยไม่ปล่อยทิ้งไว้

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

RHYMLOC

RHYMLOC

หัวใจ // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top