ปวดหลังส่วนล่าง หรือ Lower Back Pain เป็นอาการที่พบได้บ่อย โดยตำแหน่งของความปวดอาจอยู่ตรงกลางหลัง ปวดข้างเดียว หรือปวดจากหลังร้าวไปสะโพกและขา แต่ตำแหน่งที่ปวดเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าเป็นโรคอะไร เพราะอาการปวดหลังส่วนล่างส่วนใหญ่เป็น Non-specific Low Back Pain หรืออาการปวดที่ไม่สามารถระบุโครงสร้างต้นเหตุได้อย่างชัดเจน
ปวดหลังส่วนล่างอยู่ตรงไหน?
องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้นิยาม Low Back Pain ว่าเป็นอาการปวดบริเวณตั้งแต่ขอบล่างของซี่โครงลงมาถึงบริเวณก้น โดยอาการอาจเกิดเพียงตรงกลาง ปวดออกด้านข้าง หรือมีอาการร้าวไปยังส่วนอื่นได้ WHO ระบุว่า Low Back Pain ประมาณ 90% เป็นแบบ Non-specific หมายความว่าไม่สามารถระบุได้อย่างมั่นใจว่าเกิดจากโรคหรือความเสียหายของโครงสร้างใดโครงสร้างหนึ่งโดยเฉพาะ
1. ปวดหลังส่วนล่างตรงกลาง มักเกิดจากอะไร? อาการปวดบริเวณกลางหลังส่วนล่างพบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการปวดหลังจากระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ลักษณะที่อาจพบ เช่น
- ปวดตึงหรือเมื่อยบริเวณกลางเอว
- หลังแข็งเมื่อนั่งหรืออยู่ในท่าเดิมนาน
- ปวดมากขึ้นหลังทำงานหรือใช้งาน
- เปลี่ยนอิริยาบถแล้วอาการเปลี่ยน
- อาจมีจุดกดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อข้างกระดูกสันหลัง
ในคนทำงานหน้าคอม อาการลักษณะนี้อาจสัมพันธ์กับการอยู่ในท่าเดิมนาน กล้ามเนื้อล้า และพฤติกรรมการทำงาน แต่ไม่สามารถสรุปจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียวว่าเป็น Office Syndrome โรคของหมอนรองกระดูก ข้อต่อกระดูกสันหลัง หรือโครงสร้างบริเวณหลังส่วนล่างก็สามารถทำให้ปวดใกล้ตำแหน่งเดียวกันได้
อ่านเพิ่มเติม: ปวดหลังจากนั่งนานเกิดจากอะไร? คนทำงานหน้าคอมต้องระวัง
2. ปวดหลังหรือปวดเอวข้างเดียว บอกอะไรได้บ้าง? อาการปวดเอวข้างเดียวพบได้ค่อนข้างบ่อย และไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นโรคไตเสมอไป หากปวดจากระบบกล้ามเนื้อและกระดูก อาจสัมพันธ์กับ
- กล้ามเนื้อด้านใดด้านหนึ่งล้าหรือตึง
- นั่งเอียงหรือลงน้ำหนักไม่สมดุล
- บิดลำตัวซ้ำ ๆ
- ใช้งานร่างกายข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้าง
- ปัญหาบริเวณข้อต่อหลังหรือกระดูกเชิงกราน
ลักษณะที่สนับสนุนว่ากล้ามเนื้ออาจมีส่วน คือปวดสัมพันธ์กับท่าทางหรือการเคลื่อนไหว และอาจกดบริเวณกล้ามเนื้อแล้วเจ็บ แต่ปวดเอวข้างเดียวก็อาจมาจากอวัยวะภายในได้ WHO ระบุว่า Low Back Pain บางส่วนเป็น referred pain หรืออาการปวดที่ส่งมาจากอวัยวะอื่น เช่น ไต
3. ปวดจากหลังไปสะโพก แต่ยังไม่ลงขา เป็นกระดูกทับเส้นไหม? อาการจากกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณหลังสามารถเกิด Referred Pain หรืออาการปวดที่รับรู้ไปยังบริเวณอื่นได้ เช่น จากหลังส่วนล่างไปยังสะโพกหรือก้น สิ่งที่ต้องดูเพิ่มคือ
- ปวดร้าวไปไกลแค่ไหน
- มีชา หรือเสียวซ่าหรือไม่
- มีลักษณะคล้ายไฟฟ้าวิ่งหรือไม่
- กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงหรือไม่
- การตรวจระบบประสาทผิดปกติหรือไม่
4. ปวดหลังร้าวลงขา ต้องระวังเส้นประสาทมากขึ้น หากอาการเริ่มจากหลังหรือสะโพกแล้วร้าวลงขา โดยเฉพาะเมื่อมีชา เสียวซ่า หรืออ่อนแรงร่วมด้วย จะทำให้ต้องพิจารณาความผิดปกติของรากประสาทมากขึ้น ภาวะที่พบได้ เช่น
- หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
- กระดูกสันหลังเสื่อม
- ช่องทางออกของเส้นประสาทแคบ
- กระดูกสันหลังเคลื่อน
- ภาวะอื่นที่กดหรือระคายเคืองรากประสาท
อาการจาก Lumbar Radiculopathy หรือ Sciatica อาจมีลักษณะ
- ปวดจากสะโพกร้าวลงต้นขาหรือน่อง
- ปวดแสบ แปลบ หรือเหมือนไฟฟ้าวิ่ง
- ชาหรือเสียวซ่า
- บางรายมีขาอ่อนแรง
อ่านเพิ่มเติม: ปวดหลังจาก Office Syndrome หรือกระดูกทับเส้น? สังเกตความแตกต่างอย่างไร
5. ปวดข้างเดียวแล้วร้าวลงขา ยิ่งต้องดู “อาการร่วม” ตำแหน่งปวดข้างเดียวไม่ได้อันตรายกว่าปวดตรงกลางโดยอัตโนมัติ แต่หากอาการข้างเดียวร่วมกับ
- ปวดร้าวลงขา
- ชาตามแนวขา
- เสียวซ่าเหมือนไฟฟ้าวิ่ง
- ขาข้างหนึ่งอ่อนแรง
- กระดกข้อเท้าหรือนิ้วเท้าลำบาก
ควรได้รับการตรวจระบบประสาท เพราะอาจมีรากประสาทได้รับผลกระทบ
ปวดหลังส่วนล่างควรดูแลเบื้องต้นอย่างไร?
หากไม่มีสัญญาณอันตราย อาการปวดหลังส่วนล่างส่วนใหญ่ไม่ควรจัดการด้วยการนอนพักเป็นเวลานาน แนวทางปัจจุบันให้ความสำคัญกับการกลับไปเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมตามความเหมาะสม แนวทางดูแลอาจประกอบด้วย
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าเดิมต่อเนื่อง
- เปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวัน
- เคลื่อนไหวและออกกำลังกายตามความเหมาะสม
- ปรับพื้นที่ทำงานให้เหมาะกับร่างกาย
- ฝึกความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ
- ประเมินโดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด หากอาการเป็นต่อเนื่องหรือรบกวนการใช้ชีวิต
สำหรับ Chronic Primary Low Back Pain แนวทาง WHO เน้นการดูแลแบบองค์รวม โดยใช้การให้ความรู้ การออกกำลังกาย และการรักษาอื่นตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
ปวดหลังแบบไหนควรพบแพทย์?
- ปวดร้าวลงขาร่วมกับอ่อนแรง
- อาการชาหรืออ่อนแรงเพิ่มขึ้น
- เดินผิดปกติ
- ชาบริเวณก้นหรือรอบอวัยวะเพศ
- กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระผิดปกติ
- มีไข้ร่วมกับปวดหลัง
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ปวดหลังหลังอุบัติเหตุรุนแรง
- มีประวัติมะเร็งร่วมกับอาการปวดหลังผิดปกติ
อ่านเพิ่มเติม: ปวดหลังแบบไหนไม่ใช่แค่ Office Syndrome? สัญญาณที่ควรพบแพทย์
สรุป
ตำแหน่งของอาการปวดหลังส่วนล่างช่วยให้เห็นเบาะแส แต่ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้เพียงอย่างเดียว ปวดตรงกลางหรือข้างเดียวอาจสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อและระบบกระดูกและข้อ ขณะที่อาการปวดร้าวลงขาร่วมกับชา เสียวซ่า หรืออ่อนแรงทำให้ต้องพิจารณาความผิดปกติของเส้นประสาทมากขึ้น นอกจากนี้ ปวดเอวข้างเดียวยังอาจมาจากอวัยวะภายในได้ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่ถามว่า “ปวดตรงไหน” แต่ต้องดูทั้งลักษณะปวด การร้าว อาการร่วม และสิ่งที่กระตุ้นอาการก่อนเลือกวิธีรักษา
คำถามที่พบบ่อย
Q: ปวดหลังส่วนล่างตรงกลาง เป็น Office Syndrome ไหม?
A: เป็นไปได้หากสัมพันธ์กับการทำงาน การอยู่ท่าเดิม และมีลักษณะปวดตึงหรือกดเจ็บ แต่ตำแหน่งตรงกลางเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยัน Office Syndrome ได้
Q: ปวดเอวข้างเดียว เป็นโรคไตหรือไม่?
A: ไม่เสมอไป กล้ามเนื้อและระบบกระดูกสามารถทำให้ปวดข้างเดียวได้เช่นกัน แต่หากมีไข้ ปัสสาวะผิดปกติ คลื่นไส้ หรืออาการไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว ควรตรวจหาสาเหตุจากอวัยวะภายในเพิ่มเติม
Q: ปวดหลังร้าวลงสะโพก คือกระดูกทับเส้นหรือไม่?
A: ไม่จำเป็น เพราะกล้ามเนื้อสามารถเกิด referred pain มายังสะโพกได้ ต้องดูว่ามีปวดลงขา ชา เสียวซ่า หรืออ่อนแรงร่วมด้วยหรือไม่
Q: ปวดหลังร้าวลงขาต้องทำ MRI ไหม?
A: ไม่ใช่ทุกคน แพทย์จะประเมินอาการ ระยะเวลาที่เป็น ผลตรวจระบบประสาท และสัญญาณอันตรายก่อนพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจ MRI หรือไม่
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









