หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  เข่าเสื่อมรักษาอย่างไร? แนวทางรักษาตั้งแต่ระยะแรกจนถึงผ่าตัด

เข่าเสื่อมรักษาอย่างไร? แนวทางรักษาตั้งแต่ระยะแรกจนถึงผ่าตัด

เข่าเสื่อมรักษาอย่างไร? แนวทางรักษาตั้งแต่ระยะแรกจนถึงผ่าตัด

การรักษาเข่าเสื่อมมีเป้าหมายเพื่อลดอาการปวด เพิ่มความแข็งแรงและความสามารถในการเคลื่อนไหว รวมถึงช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ดีขึ้น ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวิธีใดที่ทำให้ข้อซึ่งเสื่อมแล้วกลับมาเป็นข้อปกติได้ทั้งหมด แต่ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถควบคุมอาการได้โดยไม่ต้องผ่าตัด 

1. ออกกำลังกายและกายภาพบำบัด การออกกำลังกายเป็นแกนหลักของการรักษาข้อเข่าเสื่อม ไม่ใช่สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงทั้งหมด แม้ช่วงเริ่มต้นอาจรู้สึกเมื่อยหรือตึงบ้าง แต่การฝึกอย่างเหมาะสมช่วยลดปวด เพิ่มความแข็งแรง และทำให้ข้อเข่าทำงานดีขึ้น แนวทาง AAOS และ NICE แนะนำทั้งการออกกำลังกายด้วยตนเอง การฝึกภายใต้ผู้เชี่ยวชาญ และการออกกำลังกายในน้ำ กิจกรรมที่มักเหมาะสม ได้แก่

  • ฝึกกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก
  • ปั่นจักรยานอยู่กับที่
  • เดินในระดับที่ไม่กระตุ้นอาการมาก
  • ว่ายน้ำหรือเดินในน้ำ
  • ฝึกการทรงตัวและการเคลื่อนไหวของข้อ
  • ยืดกล้ามเนื้อรอบสะโพก ต้นขา และน่อง

2. ลดน้ำหนักเมื่อมีน้ำหนักเกิน น้ำหนักตัวที่มากทำให้ข้อเข่ารับแรงเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เดิน ลุกนั่ง และขึ้นลงบันได การลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่องจึงช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความสามารถในการใช้ข้อสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน แนวทางที่ควรทำร่วมกัน ได้แก่

  • ลดพลังงานส่วนเกินอย่างเหมาะสม
  • รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ
  • เพิ่มผักและอาหารที่มีใยอาหาร
  • ลดเครื่องดื่มหวานและอาหารทอด
  • ออกกำลังกายโดยไม่เพิ่มแรงกระแทกมากเกินไป

3. ปรับกิจกรรมและใช้อุปกรณ์ช่วย การปรับพฤติกรรมไม่ได้หมายถึงการหยุดใช้เข่า แต่เป็นการลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการและกระจายภาระของข้อให้เหมาะสม 

  • ลดการนั่งยอง คุกเข่า หรือพับเพียบนาน
  • ลดการขึ้นลงบันไดซ้ำ ๆ
  • แบ่งงานเป็นช่วงและพักระหว่างกิจกรรม
  • เลือกรองเท้าที่กระชับและพื้นไม่ลื่น
  • ใช้ไม้เท้าเมื่อเดินไม่มั่นคง
  • ใช้อุปกรณ์พยุงเข่าเฉพาะรายตามคำแนะนำ

4. ยาบรรเทาอาการปวด ยามีบทบาทช่วยควบคุมอาการเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวและออกกำลังกายได้ ไม่ใช่ใช้แทนการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

  • ยาทาต้านการอักเสบ
  • ยาต้านการอักเสบชนิดรับประทาน
  • ยาแก้ปวด

5. การฉีดยาเข้าข้อเข่า การฉีดยาไม่ใช่การรักษาที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยทุกคน โดยทั่วไปจะพิจารณาเมื่อการออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนัก และยาเบื้องต้นยังควบคุมอาการไม่ได้

  • ฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ 
  • ฉีดกรดไฮยาลูโรนิก 

ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาปวดในระยะสั้น เหมาะกับผู้ป่วยบางรายที่มีอาการกำเริบหรือข้ออักเสบ แต่ไม่ควรฉีดบ่อยโดยไม่มีการติดตาม เนื่องจากผลลัพธ์แตกต่างกันและมีข้อควรระวังเฉพาะบุคคล

6. การผ่าตัดข้อเข่า แพทย์อาจประเมินการผ่าตัดเมื่อผู้ป่วย

  • ปวดรุนแรงและต่อเนื่อง
  • เดินหรือลุกนั่งลำบาก
  • ข้อผิดรูปหรือเคลื่อนไหวจำกัดมาก
  • คุณภาพชีวิตลดลงชัดเจน
  • รักษาโดยไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น

การผ่าตัดอาจเป็นการเปลี่ยนข้อเฉพาะส่วนหรือเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของโรค สุขภาพโดยรวม และความเหมาะสมของแต่ละคน ไม่ควรใช้ระยะในภาพเอกซเรย์เพียงอย่างเดียวตัดสินว่าต้องผ่าตัด

การรักษาเข่าเสื่อมในทางการแพทย์จีน

ในทัศนะการแพทย์จีนจัดอาการปวด ฝืด และเคลื่อนไหวข้อไม่สะดวกไว้ในกลุ่มปี้เจิ้ง (痹证) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของชี่และเลือดติดขัด เมื่อมีอาการเรื้อรังร่วมกับเอวเข่าอ่อนแรง อาจพิจารณาภาวะตับและไตพร่องตามทฤษฎีแพทย์จีน การรักษาจึงใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณตามตำรับในการบำรุงเอวและไต เสริมเอ็นและกระดูก กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และบรรเทาอาการปวด 

สรุป

การรักษาเข่าเสื่อมควรเริ่มจากการออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก และปรับกิจกรรมให้เหมาะสม ยาทาหรือยารับประทานใช้เพื่อช่วยควบคุมอาการ ส่วนการฉีดยาและการผ่าตัดพิจารณาเมื่อแนวทางพื้นฐานยังไม่เพียงพอ ไม่มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกคน การวางแผนรักษาจึงต้องดูทั้งระดับความปวด ความสามารถในการใช้ข้อ โรคประจำตัว และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตร่วมกัน

คำถามที่พบบ่อย

โครงสร้างข้อที่เสื่อมแล้วอาจไม่กลับเป็นปกติทั้งหมด แต่สามารถลดอาการ เพิ่มความแข็งแรง และรักษาความสามารถในการใช้ข้อได้ด้วยการดูแลอย่างต่อเนื่อง
ควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสมมากกว่าหยุดเคลื่อนไหวทั้งหมด อาจลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการชั่วคราว แล้วกลับมาฝึกกล้ามเนื้อและเคลื่อนไหวข้ออย่างค่อยเป็นค่อยไป
ไม่จำเป็นทุกคน การฉีดยามักพิจารณาเมื่อการออกกำลังกาย การลดน้ำหนัก และยาเบื้องต้นยังควบคุมอาการไม่ได้
ไม่จำเป็น การผ่าตัดพิจารณาจากความปวด การใช้งานข้อ ผลกระทบต่อชีวิต และผลจากการรักษาที่ผ่านมา ไม่ได้ตัดสินจากภาพเอกซเรย์เพียงอย่างเดียว

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย  แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

คาเนี่ยนแคป (Kanioncap)

คาเนี่ยนแคป

ข้อและกระดูก

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top