หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ลดความดันโลหิตด้วยตัวเอง ทำอย่างไร?

ลดความดันโลหิตด้วยตัวเอง ทำอย่างไร?

ลดความดันโลหิตด้วยตัวเอง ทำอย่างไร? 10 วิธีช่วยควบคุมความดันอย่างถูกต้อง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้จริง และเป็นส่วนสำคัญของการรักษาในผู้ป่วยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในระยะก่อนเป็นโรค ผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัย หรือผู้ที่รับประทานยาลดความดันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การดูแลตัวเองไม่สามารถใช้แทนการรักษาด้วยยาได้ในผู้ป่วยทุกราย โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมาก มีโรคหัวใจ โรคไต หรือเคยเกิดโรคหลอดเลือดสมอง 

การปรับพฤติกรรมช่วยลดความดันโลหิตได้อย่างไร?

ความดันโลหิตสูงไม่ได้เกิดจากสาเหตุเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ความแข็งของหลอดเลือด น้ำหนักตัว การรับประทานโซเดียมมากเกินไป ความเครียด และการไม่ออกกำลังกาย เมื่อปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสม จะช่วย

  • ลดแรงต้านของหลอดเลือด
  • ลดปริมาณโซเดียมและน้ำส่วนเกินในร่างกาย
  • ช่วยให้หัวใจทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น
  • ควบคุมน้ำหนักตัว
  • ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

10 วิธีลดความดันโลหิตด้วยตัวเอง

1. ลดการรับประทานอาหารเค็ม การรับประทานโซเดียมมากเกินไปทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ ส่งผลให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดมากขึ้นและความดันโลหิตเพิ่มขึ้น อาหารที่มีโซเดียมสูง ได้แก่

  • อาหารแปรรูป
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • อาหารหมักดอง
  • ไส้กรอกและแฮม
  • น้ำปลา ซีอิ๊ว และซอสปรุงรส

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่รับประทานโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวันหรือเทียบเท่าเกลือประมาณไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน

2. เลือกรับประทานอาหารตามหลัก DASH รูปแบบการรับประทานอาหาร DASH (Dietary Approaches to Stop Hypertension) เป็นแนวทางที่ได้รับการศึกษาว่าช่วยลดความดันโลหิตได้ ควรเน้น

  • ผักหลากหลายสี
  • ผลไม้สด
  • ธัญพืชไม่ขัดสี
  • ปลา
  • ถั่วและเมล็ดพืช
  • นมไขมันต่ำ (หากไม่มีข้อห้าม)

อ่านเพิ่มเติม: ความดันสูงกินอะไรดี?

3. ลดน้ำหนัก หากมีน้ำหนักเกิน น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น และเพิ่มแรงดันภายในหลอดเลือด สำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน การลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป ร่วมกับการรับประทานอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกาย สามารถช่วยควบคุมความดันโลหิตได้

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่นขึ้น หัวใจทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยควบคุมน้ำหนัก กิจกรรมที่แนะนำ เช่น

  • เดินเร็ว
  • ปั่นจักรยาน
  • ว่ายน้ำ
  • เต้นแอโรบิก
  • วิ่งเหยาะ ๆ (หากไม่มีข้อห้าม)

ผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์

5. งดสูบบุหรี่ นิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัว เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และเร่งการเสื่อมของผนังหลอดเลือด แม้ว่าการสูบบุหรี่จะไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยทุกคน แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง 

6. จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นประจำสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของความดันโลหิต หากดื่ม ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ และหลีกเลี่ยงการดื่มหนักในคราวเดียว

7. นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อคืนอย่างต่อเนื่อง หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจเพิ่มความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง ควร

  • นอนวันละประมาณ 7–9 ชั่วโมง
  • เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา
  • ลดการใช้โทรศัพท์หรือหน้าจอก่อนนอน
  • หากนอนกรนเสียงดังหรือสะดุ้งหายใจบ่อย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

8. จัดการความเครียด ความเครียดเรื้อรังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วและหลอดเลือดหดตัว วิธีช่วยลดความเครียด เช่น

  • ฝึกหายใจช้า ๆ
  • นั่งสมาธิ
  • โยคะ
  • เดินเล่น
  • ฟังเพลง
  • พูดคุยกับคนใกล้ชิด
  • ทำกิจกรรมที่ชอบ

9. วัดความดันที่บ้านเป็นประจำ การวัดความดันที่บ้านช่วยให้ทราบแนวโน้มของระดับความดันในชีวิตประจำวัน และช่วยให้แพทย์ประเมินผลการรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น ควร

  • วัดในช่วงเวลาเดิมของทุกวัน
  • ใช้เครื่องวัดที่ได้มาตรฐาน
  • วัดอย่างถูกวิธี
  • บันทึกค่าทุกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม: วัดความดันอย่างไรให้ถูกต้อง?

10. รับประทานยาและพบแพทย์ตามนัด ผู้ป่วยที่แพทย์สั่งยาลดความดันแล้ว ควรรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควร

  • หยุดยาเอง
  • ลดขนาดยาเอง
  • ใช้สมุนไพรหรืออาหารเสริมแทนยา
  • ซื้อยารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

การปรับพฤติกรรมเป็นส่วนเสริมของการรักษา ไม่ใช่การทดแทนยาในผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยา

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง หากต้องการลดความดัน

นอกจากการปรับพฤติกรรมแล้ว ยังควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้ความดันสูงขึ้น ได้แก่

  • รับประทานอาหารเค็มเป็นประจำ
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • สูบบุหรี่
  • นอนดึกเป็นประจำ
  • ไม่ออกกำลังกาย
  • มีความเครียดสะสม
  • รับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือยาลดคัดจมูกบางชนิดติดต่อกันโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • หยุดยาลดความดันเอง

สรุป

การลดความดันโลหิตด้วยตัวเองสามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น ลดอาหารเค็ม รับประทานอาหารตามหลัก DASH ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย นอนหลับให้เพียงพอ ลดความเครียด และติดตามค่าความดันอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้ว ไม่ควรหยุดยาด้วยตนเอง เพราะการปรับพฤติกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ไม่ใช่การทดแทนการใช้ยา

คำถามที่พบบ่อย

ได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ผู้ป่วยที่แพทย์สั่งยาควรรับประทานยาต่อเนื่องและปรับพฤติกรรมร่วมกัน
การดื่มน้ำให้เพียงพอมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม แต่ไม่ได้เป็นวิธีรักษาความดันโลหิตสูงโดยตรง การควบคุมความดันต้องอาศัยหลายปัจจัยร่วมกัน
องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่รับประทานเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน หรือโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
ไม่ควรหยุดยาเอง หากควบคุมความดันได้ดีจากการปรับพฤติกรรม แพทย์อาจพิจารณาปรับลดยาเป็นรายบุคคล

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top