ต่อมลูกหมากโต (BPH) ไม่ใช่มะเร็ง และผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเล็กน้อยและได้รับการติดตามอย่างเหมาะสม แต่ในผู้ป่วยบางราย ต่อมลูกหมากที่โตอาจกดท่อปัสสาวะจนปัสสาวะออกได้ไม่ดี ทำให้มีปัสสาวะเหลือค้างในกระเพาะปัสสาวะมากขึ้น และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น ปัสสาวะไม่ออก ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือในรายที่มีการอุดกั้นรุนแรงอาจส่งผลต่อไตได้
ทำไมต่อมลูกหมากโตจึงเกิดภาวะแทรกซ้อนได้?
ต่อมลูกหมากอยู่บริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะและล้อมรอบส่วนต้นของท่อปัสสาวะ เมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณนี้อาจเพิ่มแรงต้านต่อการไหลของปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะต้องออกแรงบีบตัวมากขึ้นเพื่อดันปัสสาวะออก ในระยะแรก ผู้ป่วยอาจสังเกตเพียงว่า
- ปัสสาวะไหลเบาหรือไม่พุ่ง
- ต้องรอกว่าจะเริ่มปัสสาวะ
- ปัสสาวะสะดุด
- รู้สึกปัสสาวะไม่สุด
- ปัสสาวะบ่อย
หากการอุดกั้นรุนแรงขึ้นในผู้ป่วยบางราย ปัสสาวะอาจเหลือค้างมากขึ้น และเกิดปัญหาต่อกระเพาะปัสสาวะหรือทางเดินปัสสาวะตามมาได้
1. ปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน
หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนสำคัญของต่อมลูกหมากโตคือ ภาวะปัสสาวะคั่งเฉียบพลัน (Acute Urinary Retention) ผู้ป่วยอาจมีอาการ
- ปวดปัสสาวะมาก แต่ปัสสาวะไม่ออก
- ปัสสาวะออกเพียงเล็กน้อยทั้งที่รู้สึกว่ากระเพาะปัสสาวะเต็ม
- ปวดหรือแน่นบริเวณท้องน้อย
สาเหตุเกิดจากปัสสาวะไม่สามารถไหลออกจากกระเพาะปัสสาวะได้ตามปกติ โดย BPH เป็นหนึ่งในสาเหตุของการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะที่พบได้ในผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ถ้าปวดปัสสาวะมากแต่ปัสสาวะไม่ออกเลย ไม่ควรรอดูอาการเอง เพราะจำเป็นต้องได้รับการระบายปัสสาวะและประเมินสาเหตุโดยเร็ว
2. ปัสสาวะค้างเรื้อรัง
บางคนไม่ได้ปัสสาวะไม่ออกทันที แต่กระเพาะปัสสาวะระบายปัสสาวะออกได้ไม่หมดเป็นเวลานาน จึงอาจมีอาการ เช่น
- ปัสสาวะไม่สุด
- ปัสสาวะบ่อยครั้งละน้อย
- ปัสสาวะไหลอ่อน
- ต้องเบ่งหรือรอนาน
- ปัสสาวะหยดหลังถ่ายเสร็จ
หากมีปัสสาวะค้างมากต่อเนื่อง ความเสี่ยงของปัญหาอื่น เช่น การติดเชื้ออาจเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: ปัสสาวะไม่สุด รู้สึกเหมือนปัสสาวะค้าง เกี่ยวกับต่อมลูกหมากโตหรือไม่?
3. ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ
หากมีการอุดกั้นและกระเพาะปัสสาวะระบายปัสสาวะได้ไม่ดี ปัสสาวะที่เหลือค้างอาจเอื้อต่อการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) ได้ง่ายขึ้น อาการที่อาจพบ เช่น
- ปัสสาวะแสบหรือขัด
- ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
- ปวดท้องน้อย
- ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นผิดปกติ
- มีไข้หรือหนาวสั่นในบางราย
4. นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
การระบายปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะไม่ดีเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ในผู้ชายอายุมากกว่า 40 ปีที่มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ แพทย์จึงอาจต้องประเมินร่วมด้วยว่ามีการอุดกั้นบริเวณทางออกของกระเพาะปัสสาวะหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การพบนิ่วไม่ได้หมายความว่าต่อมลูกหมากโตเป็นสาเหตุเสมอไป เพราะนิ่วสามารถเกิดจากปัจจัยอื่นได้เช่นกัน
5. กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ
เมื่อมีการอุดกั้นเป็นเวลานาน กระเพาะปัสสาวะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดันปัสสาวะผ่านบริเวณที่มีแรงต้าน ในผู้ป่วยบางราย หากมีปัสสาวะคั่งเป็นเวลานาน กระเพาะปัสสาวะอาจยืดมากและกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำงานได้ไม่ดี ส่งผลให้ระบายปัสสาวะออกได้ไม่หมด แม้ภายหลังจะจัดการกับสาเหตุของการอุดกั้นแล้วก็ตาม
6. ต่อมลูกหมากโตทำให้ไตเสื่อมได้ไหม?
เป็นไปได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรเข้าใจว่าคนที่เป็น BPH ทุกคนจะเกิดไตเสื่อม หากมีการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะรุนแรง ปัสสาวะอาจระบายออกได้ไม่ดีจนเกิดแรงดันย้อนขึ้นไปยังทางเดินปัสสาวะส่วนบน ทำให้เกิดการขยายตัวของระบบทางเดินปัสสาวะและอาจสัมพันธ์กับการทำงานของไตที่ลดลงได้
อ่านเพิ่มเติม: ไตเสื่อมเกิดจากอะไร? ปัจจัยเสี่ยงที่ควรรู้
อาการแบบไหนไม่ควรรอดูเอง?
สิ่งที่ต้องแยกออกจากอาการ BPH ทั่วไปคือ ภาวะที่อาจบ่งบอกว่ามีปัญหามากกว่าปัสสาวะไหลช้าธรรมดา ควรได้รับการประเมินโดยเร็วหากมี
- ปวดปัสสาวะมากแต่ปัสสาวะไม่ออก
- มีไข้หรือหนาวสั่นร่วมกับอาการทางปัสสาวะ
- ปัสสาวะเป็นเลือด
- ปวดท้องน้อยมากหรือท้องน้อยโป่งตึง
- อาการปัสสาวะแย่ลงอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะปัสสาวะไม่ออกเลย ถือเป็นภาวะที่ควรได้รับการดูแลทันที ไม่ควรรอให้อาการหายเอง
สรุป
ต่อมลูกหมากโตไม่ใช่มะเร็ง และผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แต่หากการอุดกั้นมากขึ้นจนปัสสาวะออกไม่ดีหรือมีปัสสาวะค้าง อาจนำไปสู่ปัสสาวะไม่ออก การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะได้ ในรายที่มีการอุดกั้นรุนแรง อาจส่งผลต่อทางเดินปัสสาวะส่วนบนและการทำงานของไต แต่ไม่ควรเหมารวมว่า BPH ทุกคนจะทำให้ไตเสื่อม ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ขนาดของต่อมลูกหมากเพียงอย่างเดียว แต่คือ อาการ ระดับการอุดกั้น ปริมาณปัสสาวะค้าง และการมีภาวะแทรกซ้อนร่วมด้วย ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะติดตามอาการ ใช้ยา หรือพิจารณาการรักษาด้วยวิธีอื่นต่อไป
คำถามที่พบบ่อย
Q: ต่อมลูกหมากโตอันตรายถึงชีวิตไหม?
A: โดยทั่วไป BPH เป็นโรคไม่ร้ายและไม่ใช่มะเร็ง ผู้ป่วยจำนวนมากมีเพียงอาการทางปัสสาวะและไม่ได้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แต่หากเกิดการอุดกั้นมากจนปัสสาวะไม่ออก ติดเชื้อรุนแรง หรือกระทบต่อไต จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
Q: ต่อมลูกหมากโตปล่อยไว้ได้ไหม?
A: ถ้าอาการไม่มาก ผู้ป่วยบางรายสามารถติดตามอาการร่วมกับปรับพฤติกรรมได้ แต่ควรผ่านการประเมินก่อนว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรือสาเหตุอื่นที่ต้องรักษา EAU ระบุว่า watchful waiting เป็นทางเลือกสำหรับผู้ชายจำนวนมากที่มีอาการไม่รบกวนชีวิตมาก
Q: ต่อมลูกหมากโตทำให้ปัสสาวะไม่ออกได้ไหม?
A: ได้ BPH สามารถเพิ่มแรงต้านบริเวณท่อปัสสาวะและเป็นหนึ่งในสาเหตุของ urinary retention โดยเฉพาะในผู้ชายสูงอายุ หากปัสสาวะไม่ออกเลยควรได้รับการดูแลทันที
Q: ต่อมลูกหมากโตทำให้ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ไหม?
A: หากมีการอุดกั้นและปัสสาวะค้าง การระบายปัสสาวะที่ไม่สมบูรณ์อาจเพิ่มโอกาสเกิด UTI ได้ แต่การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะยังเกิดจากสาเหตุอื่นได้ จึงควรตรวจหาสาเหตุเมื่อมีอาการ
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









