โลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยพบได้บ่อยจากการขาดธาตุเหล็ก เนื่องจากร่างกายต้องใช้ธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างเม็ดเลือดแดงและรองรับการเจริญเติบโตของทารก นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการขาดโฟเลต วิตามิน B12 หรือโรคเลือดบางชนิด หากมีภาวะโลหิตจางรุนแรงหรือไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักแรกเกิดน้อย และภาวะแทรกซ้อนของมารดา จึงควรตรวจเลือดตามนัดฝากครรภ์เพื่อค้นหาสาเหตุและรักษาตั้งแต่ระยะแรก
ทำไมคนท้องจึงเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง?
ระหว่างตั้งครรภ์ ร่างกายของมารดาจะมีปริมาณเลือดเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารก โดยส่วนที่เป็นน้ำเลือดหรือพลาสมาจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปริมาณเม็ดเลือดแดง ทำให้เลือดมีความเข้มข้นลดลงตามธรรมชาติ เรียกว่า ภาวะเลือดเจือจางจากการตั้งครรภ์ (Physiological Hemodilution) การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ค่า Hb ลดลงได้ แม้ไม่ได้เกิดจากการขาดธาตุเหล็กเสมอไป อย่างไรก็ตาม หากร่างกายมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น ก็อาจเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กร่วมด้วย
โลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์เกิดจากอะไร?
สาเหตุที่พบได้มีหลายประการ โดยเฉพาะการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง
1. การขาดธาตุเหล็ก
เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ เพราะร่างกายต้องใช้ธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างเม็ดเลือดแดงของมารดา รวมถึงสนับสนุนการเจริญเติบโตของรกและทารก หากมีธาตุเหล็กสะสมต่ำตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ หรือได้รับธาตุเหล็กจากอาหารไม่เพียงพอ ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็ก
2. การขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12
โฟเลตและวิตามิน B12 จำเป็นต่อการแบ่งตัวและพัฒนาของเซลล์เม็ดเลือดแดง หากได้รับไม่เพียงพออาจทำให้เกิดโลหิตจางได้ โดยเฉพาะโฟเลตมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบประสาทของทารกในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ จึงมีคำแนะนำให้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ได้รับกรดโฟลิกอย่างเหมาะสมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์
3. โรคธาลัสซีเมียหรือความผิดปกติของเม็ดเลือด
ธาลัสซีเมียเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้การสร้างฮีโมโกลบินผิดปกติ ผู้หญิงบางคนอาจทราบว่าตนเองเป็นพาหะหรือมีโรคธาลัสซีเมียจากการตรวจคัดกรองระหว่างฝากครรภ์ ภาวะนี้มีความสำคัญทั้งต่อสุขภาพของมารดาและการประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรมของทารก จึงอาจต้องตรวจคัดกรองคู่สมรสร่วมด้วยตามแนวทางฝากครรภ์
ค่า Hb คนท้องเท่าไรจึงถือว่าโลหิตจาง?
เกณฑ์การประเมินภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์อาจแตกต่างกันตามแนวทางที่ใช้และช่วงอายุครรภ์ เนื่องจากระดับ Hb เปลี่ยนแปลงตามการเพิ่มขึ้นของปริมาณเลือด ตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2024 สำหรับหญิงตั้งครรภ์ สามารถสรุปได้ดังนี้
| ช่วงอายุครรภ์ | ค่า Hb ที่เข้าข่ายโลหิตจาง |
|---|---|
| ไตรมาสที่ 1 | ต่ำกว่า 11.0 g/dL |
| ไตรมาสที่ 2 | ต่ำกว่า 10.5 g/dL |
| ไตรมาสที่ 3 | ต่ำกว่า 11.0 g/dL |
หากตรวจพบ Hb ต่ำ แพทย์อาจพิจารณาผล CBC และตรวจเพิ่มเติม เช่น Ferritin เพื่อประเมินธาตุเหล็กสะสมตามความเหมาะสม
โลหิตจางขณะตั้งครรภ์มีอาการอย่างไร?
อาการโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์อาจคล้ายกับอาการที่พบได้ระหว่างตั้งครรภ์ทั่วไป ทำให้บางคนไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะโลหิตจาง อาการที่ควรสังเกต ได้แก่
- เหนื่อยง่ายหรืออ่อนเพลียมากกว่าปกติ
- เวียนศีรษะหรือหน้ามืดบ่อย
- ผิวหนังหรือเยื่อบุตาซีด
- ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว
- หายใจเหนื่อยง่ายเมื่อออกแรง
- ไม่มีแรงหรือทำกิจกรรมประจำวันได้น้อยลง
อย่างไรก็ตาม หญิงตั้งครรภ์บางรายอาจไม่มีอาการชัดเจนแม้ค่า Hb ต่ำ จึงไม่ควรรอให้มีอาการก่อนตรวจเลือด
โลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ส่งผลต่อแม่และทารกอย่างไร?
ผลกระทบขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระดับความรุนแรง และระยะเวลาที่เกิดภาวะโลหิตจาง โดยเฉพาะเมื่อมีโลหิตจางรุนแรงหรือไม่ได้รับการรักษา
ผลกระทบต่อมารดา
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และความสามารถในการทำกิจกรรมลดลง
- อาจมีอาการใจสั่นหรือหายใจเหนื่อยมากขึ้น
- หากโลหิตจางรุนแรง อาจทนต่อการเสียเลือดระหว่างคลอดได้น้อยลง
- อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนบางอย่างระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด
ผลกระทบต่อทารก
ภาวะโลหิตจางของมารดา โดยเฉพาะจากการขาดธาตุเหล็ก มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ
- การคลอดก่อนกำหนด
- ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย
- การมีธาตุเหล็กสะสมต่ำในทารกบางราย
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีโลหิตจางทุกคนจะเกิดภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และการตรวจพบพร้อมดูแลอย่างเหมาะสมช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้
คนท้องเป็นโลหิตจางต้องรักษาอย่างไร?
- กรณีขาดธาตุเหล็ก แพทย์อาจให้ยาธาตุเหล็กชนิดรับประทาน และตรวจเลือดติดตามการตอบสนอง หากมีภาวะขาดธาตุเหล็กรุนแรง รับประทานยาไม่ได้ หรือจำเป็นต้องแก้ไขภาวะโลหิตจางอย่างรวดเร็ว อาจพิจารณาให้ธาตุเหล็กทางหลอดเลือดดำในช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสม
- กรณีขาดโฟเลตหรือวิตามิน B12 จำเป็นต้องเสริมวิตามินที่ขาดตามคำแนะนำ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาการดูดซึมสารอาหารอาจต้องได้รับการดูแลเฉพาะทาง
- กรณีธาลัสซีเมีย ต้องประเมินชนิดและความรุนแรงของโรค รวมถึงความเสี่ยงต่อทารก ไม่ควรรับประทานธาตุเหล็กเพิ่มเติมเองหากไม่มีข้อบ่งชี้ว่าขาดธาตุเหล็ก
หากมีโลหิตจางรุนแรงหรืออาการผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาเพิ่มเติมตามความจำเป็น
หญิงตั้งครรภ์ควรดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อป้องกันโลหิตจาง?
การดูแลที่สำคัญคือการฝากครรภ์ตามนัด รับประทานอาหารที่มีสารอาหารเพียงพอ และใช้ผลิตภัณฑ์เสริมธาตุเหล็กหรือกรดโฟลิกตามคำแนะนำ
- ฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะแรก เพื่อประเมินภาวะโลหิตจางและตรวจคัดกรองโรคเลือดที่เกี่ยวข้อง
- รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ปรุงสุก ปลา ถั่ว และผักใบเขียว
- รับประทานอาหารที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่งหรือส้ม เพื่อช่วยการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืช
- ได้รับกรดโฟลิกอย่างเหมาะสม ตามคำแนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์
- รับประทานยาหรือวิตามินเสริมตามที่ได้รับคำแนะนำ ไม่เพิ่มขนาดเอง
- ตรวจเลือดติดตามตามนัด เพื่อประเมินระดับ Hb และการตอบสนองต่อการรักษา
หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงตับและผลิตภัณฑ์จากตับ เนื่องจากอาจได้รับวิตามินเอรูปแบบเรตินอลมากเกินไป รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือปรุงไม่สุกที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
คนท้องโลหิตจางแบบไหนควรรีบไปโรงพยาบาล?
- หายใจลำบากมากหรือเหนื่อยแม้ขณะพัก
- เจ็บหน้าอกหรือใจสั่นรุนแรง
- หน้ามืดเป็นลมหรือหมดสติ
- อ่อนแรงมากผิดปกติ
- มีเลือดออกทางช่องคลอด โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดท้องหรือหน้ามืดร่วมด้วย
หากอาการรุนแรงควรไปห้องฉุกเฉินทันที และไม่ควรรอให้การรับประทานอาหารหรือยาบำรุงเลือดช่วยให้อาการดีขึ้นเอง
สรุป
โลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะการขาดธาตุเหล็ก เนื่องจากร่างกายต้องใช้ธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างเม็ดเลือดแดงและรองรับการเจริญเติบโตของทารก หากมีภาวะโลหิตจางรุนแรงหรือไม่ได้รับการดูแล อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักแรกเกิดน้อย และภาวะแทรกซ้อนของมารดา การฝากครรภ์และตรวจเลือดตามนัดจึงมีความสำคัญ เพื่อค้นหาสาเหตุ รักษาอย่างเหมาะสม และดูแลสุขภาพของทั้งมารดาและทารก
คำถามที่พบบ่อย
Q: คนท้องค่า Hb ต่ำทุกคนเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กไหม?
A: ไม่ใช่ เพราะระหว่างตั้งครรภ์อาจมีภาวะเลือดเจือจางตามธรรมชาติ หรือมีสาเหตุอื่น เช่น การขาดโฟเลต วิตามิน B12 และธาลัสซีเมีย จึงต้องพิจารณาผลตรวจและอายุครรภ์ร่วมกัน
Q: คนท้องโลหิตจาง ลูกจะเป็นโลหิตจางด้วยไหม?
A: ไม่จำเป็น แต่ภาวะขาดธาตุเหล็กของมารดาอาจส่งผลต่อธาตุเหล็กสะสมของทารกได้ โดยความเสี่ยงขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาของการขาดธาตุเหล็ก
Q: คนท้องเป็นโลหิตจางต้องกินธาตุเหล็กทุกคนไหม?
A: หญิงตั้งครรภ์จำนวนมากได้รับคำแนะนำให้เสริมธาตุเหล็กเพื่อป้องกันภาวะขาดธาตุเหล็ก แต่หากตรวจพบโลหิตจาง การรักษาต้องพิจารณาสาเหตุและขนาดยาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล ไม่ควรเพิ่มขนาดยาด้วยตนเอง
Q: โลหิตจางตอนตั้งครรภ์รักษาหายไหม?
A: หากเกิดจากการขาดธาตุเหล็กหรือสารอาหารบางชนิด มักรักษาให้ดีขึ้นได้เมื่อได้รับการเสริมสารอาหารอย่างเหมาะสม แต่หากเกิดจากโรคเลือดหรือโรคเรื้อรัง อาจต้องดูแลต่อเนื่องตามสาเหตุ
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









