ประจำเดือนมา 2 รอบใน 1 เดือน ไม่ได้หมายความว่าผิดปกติเสมอไป เพราะบางครั้งอาจเกิดจากรอบเดือนที่ค่อนข้างสั้น เช่น ประจำเดือนมาช่วงต้นเดือนและรอบถัดไปมาอีกครั้งช่วงปลายเดือน แต่ในบางคน เลือดที่ออกครั้งที่ 2 อาจไม่ใช่ประจำเดือน แต่เป็นเลือดออกระหว่างรอบเดือน ซึ่งมีสาเหตุตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การคุมกำเนิด ไปจนถึงโรคของมดลูกหรือปากมดลูก
ประจำเดือนมา 2 รอบใน 1 เดือน เป็นไปได้ไหม?
“เป็นไปได้และบางครั้งยังอยู่ในช่วงรอบเดือนปกติ” รอบเดือนของผู้ใหญ่โดยทั่วไปสามารถอยู่ประมาณ 21–35 วัน โดยนับจากวันแรกของประจำเดือนรอบหนึ่งถึงวันก่อนประจำเดือนรอบถัดไป ลองดูตัวอย่าง
- ประจำเดือนรอบแรกเริ่ม วันที่ 2
- รอบเดือนยาว 26 วัน
- ประจำเดือนรอบต่อไปจึงเริ่มประมาณ วันที่ 28
เท่ากับในเดือนปฏิทินเดียวกันเห็นประจำเดือน 2 ครั้ง แต่ระยะห่างระหว่างสองรอบยังอยู่ในช่วงปกติ ควรนับจำนวนวันระหว่างรอบ มากกว่าดูจำนวนครั้งในเดือนปฏิทิน
ก่อนอื่นต้องแยกว่าเป็น “ประจำเดือนรอบใหม่” หรือ “เลือดออกระหว่างรอบ”
หากเลือดออกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นหลังจากประจำเดือนรอบแรกเพิ่งหมดไปไม่นาน ไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นประจำเดือนรอบใหม่ เพราะอาจเป็น Intermenstrual bleeding หรือเลือดออกระหว่างรอบเดือน สังเกตเบื้องต้นได้ดังนี้
อาจเป็นประจำเดือนรอบใหม่
- ระยะห่างจากวันแรกของรอบก่อนประมาณ 21 วันขึ้นไป
- ลักษณะเลือดคล้ายประจำเดือนตามปกติของตัวเอง
- ระยะเวลาที่เลือดออกใกล้เคียงกับรอบอื่น
- ไม่มีเลือดออกผิดปกติช่วงอื่นของรอบ
อาจเป็นเลือดออกระหว่างรอบ
- ประจำเดือนเพิ่งหมดแล้วมีเลือดออกอีก
- มีเลือดเพียงเล็กน้อยหรือกะปริบกะปรอย
- เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
- เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่ควรเป็นประจำเดือน
- เกิดซ้ำหลายรอบ
ประจำเดือนมา 2 รอบใน 1 เดือน เกิดจากอะไร?
หากตรวจแล้วพบว่าไม่ได้เป็นเพียงรอบเดือนสั้นตามธรรมชาติ สาเหตุที่ทำให้มีเลือดออกถี่ขึ้นมีหลายอย่าง
1. ฮอร์โมนและการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ รอบเดือนถูกควบคุมด้วยการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลายชนิด หากการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ เยื่อบุโพรงมดลูกอาจหลุดลอกไม่เป็นรอบ ทำให้มีเลือดออกผิดเวลาและดูเหมือนประจำเดือนมาเดือนละ 2 ครั้งได้ ภาวะนี้สามารถพบได้ในช่วงที่ระบบฮอร์โมนกำลังเปลี่ยนแปลง เช่น
- วัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มมีประจำเดือน
- ช่วงใกล้หมดประจำเดือน
- ผู้ที่มีภาวะบางอย่างที่รบกวนการตกไข่
2. การคุมกำเนิดแบบฮอร์โมน ยาคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด หรือห่วงคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมน สามารถทำให้รูปแบบเลือดประจำเดือนเปลี่ยนได้ โดยเฉพาะช่วงแรกหลังเริ่มใช้ อาจเกิดเลือดออกกะปริบกะปรอยหรือเลือดออกระหว่างรอบได้ หากมีเลือดออกหลังเริ่มหรือเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิด ควรจดระยะเวลาและปริมาณเลือดไว้ และปรึกษาแพทย์หากเลือดออกต่อเนื่องหรือกังวล
3. PCOS ผู้ที่มี PCOS มักมีปัญหาการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ จึงสามารถมีรอบเดือนที่ผิดปกติได้ บางคนประจำเดือนมาห่างหรือขาด แต่บางคนอาจมีเลือดออกผิดปกติจากการที่เยื่อบุโพรงมดลูกไม่ได้หลุดลอกอย่างเป็นรอบ หากมีเลือดผิดปกติร่วมกับ
- รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ
- สิวมาก
- ขนบริเวณใบหน้าหรือลำตัวมากขึ้น
- น้ำหนักเพิ่มหรือลดน้ำหนักยาก
- มีบุตรยาก
4. ติ่งเนื้อในมดลูกหรือปากมดลูก Polyp หรือติ่งเนื้อ เป็นก้อนเนื้อที่ส่วนใหญ่มักไม่ใช่มะเร็ง แต่สามารถทำให้เกิดเลือดออกผิดปกติได้ บางคนอาจพบ
- เลือดออกระหว่างรอบเดือน
- เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
- ประจำเดือนผิดปกติ
5. เนื้องอกมดลูก เนื้องอกมดลูก (Fibroids) เป็นก้อนกล้ามเนื้อชนิดไม่ใช่มะเร็งที่เกิดบริเวณมดลูก อาการที่พบได้ในบางคน เช่น
- ประจำเดือนมามาก
- ประจำเดือนนาน
- เลือดออกผิดปกติ
- ปวดหรือรู้สึกแน่นบริเวณท้องน้อย
อ่านเพิ่มเติม: เนื้องอกมดลูกคืออะไร? อาการแบบไหนควรตรวจ
6. การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด เช่น Chlamydia สามารถทำให้มีเลือดออกระหว่างประจำเดือนหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ได้ อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น
- ตกขาวผิดปกติ
- ปวดท้องน้อย
- ปัสสาวะแสบขัด
- เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
7. ความผิดปกติบริเวณปากมดลูก หากเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์บ่อย ๆ ไม่ควรคิดว่าเป็นประจำเดือนรอบใหม่ เลือดอาจมาจากบริเวณปากมดลูก เช่น ติ่งเนื้อ การเปลี่ยนแปลงของผิวปากมดลูก หรือสาเหตุอื่นที่ควรได้รับการตรวจ ในบางกรณี เลือดออกผิดปกติอาจสัมพันธ์กับโรคที่ร้ายแรงกว่าได้ แม้จะพบไม่บ่อย ดังนั้นเลือดออกระหว่างรอบหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ที่เกิดซ้ำไม่ควรปล่อยไว้
ความเครียดทำให้ประจำเดือนมาเดือนละ 2 ครั้งได้ไหม?
ความเครียดสามารถทำให้รอบเดือนเปลี่ยนแปลงได้ เพราะมีผลต่อระบบฮอร์โมนที่ควบคุมการตกไข่ NHS จัดความเครียดและความวิตกกังวลเป็นสาเหตุหนึ่งของรอบเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ควรดูว่าเลือดครั้งที่ 2 เป็นประจำเดือนจริงหรือเป็นเลือดออกระหว่างรอบ และหากเกิดซ้ำควรตรวจหาสาเหตุอื่นด้วย
ประจำเดือนมา 2 รอบใน 1 เดือน แบบไหนควรพบแพทย์?
ควรปรึกษาแพทย์หากมีเลือดออกระหว่างรอบเดือน โดยเฉพาะเมื่อเกิดซ้ำ เพราะต้องแยกสาเหตุจากฮอร์โมน การคุมกำเนิด การติดเชื้อ ติ่งเนื้อ เนื้องอก และความผิดปกติอื่น ควรได้รับการประเมินเช่นกันหาก
- รอบเดือนสั้นกว่า 21 วันบ่อย ๆ
- มีเลือดออกระหว่างรอบซ้ำ
- มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
- ประจำเดือนนานเกิน 7 วัน
- เลือดออกมากผิดปกติ
- ปวดท้องน้อยผิดปกติ
- มีตกขาวผิดปกติ
- รอบเดือนที่เคยสม่ำเสมอเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
สรุป
ประจำเดือนมา 2 รอบใน 1 เดือนไม่ได้ผิดปกติเสมอไป เพราะผู้ที่มีรอบเดือนค่อนข้างสั้นอาจมีประจำเดือนช่วงต้นและปลายเดือนเดียวกันได้ สิ่งสำคัญคือต้องแยกว่าเลือดครั้งที่ 2 เป็น ประจำเดือนรอบใหม่หรือเลือดออกระหว่างรอบ หากมีเลือดออกหลังประจำเดือนเพิ่งหมด เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ รอบเดือนสั้นกว่า 21 วันบ่อย ๆ หรือมีเลือดออกผิดปกติซ้ำ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ไม่ควรพยายามปรับรอบเดือนด้วยตนเองโดยที่ยังไม่ทราบว่าเลือดออกเกิดจากอะไร
คำถามที่พบบ่อย
Q: ประจำเดือนมา 2 รอบใน 1 เดือน ถือว่าผิดปกติไหม?
A: ไม่เสมอไป หากรอบแรกมาต้นเดือนและรอบถัดไปมาปลายเดือน โดยมีระยะห่างอย่างน้อยประมาณ 21 วัน อาจเป็นเพียงรอบเดือนที่ค่อนข้างสั้น แต่ยังอยู่ในช่วงทั่วไปของผู้ใหญ่
Q: ประจำเดือนหมดแล้ว 1 สัปดาห์ มีเลือดออกอีก เป็นประจำเดือนรอบใหม่ไหม?
A: ยังสรุปไม่ได้ หากประจำเดือนเพิ่งหมดแล้วมีเลือดออกอีกครั้ง อาจเป็นเลือดออกระหว่างรอบมากกว่าประจำเดือนรอบใหม่ จึงควรสังเกตปริมาณ ระยะเวลา และหากเกิดซ้ำควรพบแพทย์
Q: เลือดออกกะปริบกะปรอยกลางเดือนเป็นอะไร?
A: มีได้หลายสาเหตุ เช่น การคุมกำเนิดแบบฮอร์โมน ติ่งเนื้อ เนื้องอกมดลูก หรือการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ จึงไม่สามารถบอกสาเหตุจากลักษณะเลือดเพียงอย่างเดียวได้
Q: มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์อันตรายไหม?
A: ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคร้ายแรงเสมอไป แต่ควรได้รับการตรวจ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับปากมดลูก ติ่งเนื้อ ช่องคลอดแห้ง หรือการติดเชื้อ และในบางกรณีอาจมีสาเหตุที่ต้องได้รับการรักษา
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)
[enwei_product_13336]








