หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ใจสั่นต้องตรวจอะไร? ECG, Holter ช่วยหาสาเหตุอย่างไร

ใจสั่นต้องตรวจอะไร? ECG, Holter ช่วยหาสาเหตุอย่างไร

ใจสั่นต้องตรวจอะไร? ECG, Holter ช่วยหาสาเหตุอย่างไร

อาการใจสั่นมักเริ่มประเมินจากลักษณะอาการ ประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย และ ECG หากอาการเกิดเป็น ๆ หาย ๆ และไม่พบความผิดปกติขณะตรวจ ECG อาจใช้ Holter หรือ Event monitor เพื่อบันทึกจังหวะหัวใจนานขึ้น ส่วนการตรวจเลือดหรือ Echocardiogram จะพิจารณาตามสาเหตุที่สงสัย ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกอย่างในทุกคน

ใจสั่น ทำไมต้องตรวจหาสาเหตุ?

“ใจสั่น” เป็นอาการ ไม่ใช่ชื่อโรค คนที่มีอาการเหมือนกันจึงอาจมีสาเหตุต่างกันมาก ตั้งแต่ความเครียด คาเฟอีน ยาบางชนิด ไทรอยด์ ไปจนถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ สิ่งที่การตรวจพยายามหาคำตอบจึงไม่ใช่แค่หัวใจปกติหรือไม่ แต่ต้องการทราบว่า

  • ขณะที่ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วหรือไม่
  • จังหวะสม่ำเสมอหรือไม่
  • มีหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่
  • อาการที่รู้สึกสัมพันธ์กับจังหวะหัวใจจริงหรือไม่
  • มีโรคหัวใจหรือภาวะอื่นที่ทำให้ใจสั่นหรือไม่

รายละเอียดของอาการ มีความสำคัญอย่างมาก

ก่อนจะไปถึง ECG หรือ Holter ข้อมูลที่ผู้มีอาการเล่าได้มีประโยชน์มากในการเลือกวิธีตรวจ ควรสังเกตว่า

  • เริ่มใจสั่นทันทีหรือค่อย ๆ เริ่ม
  • รู้สึกเต้นแรง เต้นเร็ว เต้นรัว หรือสะดุด
  • เกิดขณะพัก ออกแรง หรือตอนนอน
  • แต่ละครั้งเป็นนานเท่าไร
  • เกิดวันละหลายครั้ง สัปดาห์ละครั้ง หรือนาน ๆ ครั้ง
  • มีเจ็บหน้าอก เหนื่อย หน้ามืด หรือเป็นลมร่วมด้วยหรือไม่
  • ก่อนเกิดอาการดื่มกาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง หรือใช้ยาอะไรหรือไม่
  • มีโรคประจำตัวหรือประวัติโรคหัวใจในครอบครัวหรือไม่

ECG ตรวจอะไร?

ECG หรือ Electrocardiogram เป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยติดขั้วรับสัญญาณบนผิวหนังเพื่อบันทึกกิจกรรมไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ การตรวจสามารถช่วยดูได้ว่า

  • หัวใจเต้นเร็วหรือช้า
  • จังหวะหัวใจสม่ำเสมอหรือไม่
  • มีหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิดหรือไม่
  • มีความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้าหัวใจบางอย่างหรือไม่

ECG เป็นการตรวจพื้นฐานที่สำคัญในการประเมินอาการใจสั่น และแนวทางเวชปฏิบัติแนะนำ 12-lead ECG ในผู้ที่มาด้วยอาการใจสั่น

ทำไมบางคนใจสั่น แต่ ECG ปกติ?

เพราะ ECG ทั่วไปบันทึกหัวใจในช่วงเวลาสั้น ๆ คนหนึ่งอาจจะใจสั่นวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วินาที แต่ช่วงที่กำลังตรวจ ECG หัวใจกลับเต้นตามปกติ เครื่องก็จะบันทึกจังหวะปกติในช่วงนั้น ดังนั้น ECG ปกติหนึ่งครั้งไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เกิดเป็นครั้งคราว หากประวัติอาการยังน่าสงสัย อาจต้องบันทึกจังหวะหัวใจนานขึ้น

Holter monitor ต่างจาก ECG อย่างไร?

Holter monitor เปรียบเสมือนเครื่อง ECG ขนาดเล็กที่พกติดตัว เพื่อบันทึกจังหวะหัวใจต่อเนื่องระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถบันทึกกิจกรรมไฟฟ้าหัวใจได้ประมาณ 24–48 ชั่วโมงหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ จึงมีโอกาสพบความผิดปกติที่ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วง ECG สั้น ๆ มากขึ้น 

ใจสั่นไม่ได้เกิดทุกวันตรวจอย่างไร?

สมมติว่ามีอาการสัปดาห์ละครั้ง แต่ติด Holter เพียง 1–2 วัน ช่วงที่ติดเครื่องอาจไม่มีอาการเลย กรณีที่อาการเกิดไม่บ่อย อาจพิจารณา Event monitor หรืออุปกรณ์บันทึก ECG ระยะยาวชนิดอื่นแทน โดย Event monitor บางประเภทสามารถใช้ติดตามได้นานหลายสัปดาห์ และบันทึกจังหวะหัวใจเมื่อมีอาการหรือเมื่อเครื่องตรวจพบความผิดปกติ แต่ชนิดและระยะเวลาของเครื่องติดตามที่เหมาะสมต้องพิจารณาตามลักษณะอาการของแต่ละคน

Echocardiogram ตรวจเหมือน ECG ไหม?

ECG ดูสัญญาณไฟฟ้าและจังหวะการเต้นของหัวใจ ส่วน Echocardiogram หรือ Echo ใช้คลื่นเสียงสร้างภาพหัวใจ เพื่อดูโครงสร้างและการทำงาน เช่น ห้องหัวใจ ลิ้นหัวใจ และการสูบฉีดเลือด จึงไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ใจสั่นต้องทำ Echo แต่การตรวจนี้อาจเหมาะเมื่อประวัติ การตรวจร่างกาย หรือ ECG ทำให้สงสัยว่ามีโรคโครงสร้างของหัวใจร่วมด้วย

ใจสั่นต้องตรวจเลือดด้วยหรือไม่?

บางครั้งสาเหตุของใจสั่นไม่ได้เกิดจากหัวใจโดยตรง ตัวอย่างเช่น ภาวะซีด ความผิดปกติของไทรอยด์ หรือความผิดปกติบางอย่างของร่างกายสามารถสัมพันธ์กับอาการใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็วได้ จึงอาจมีการตรวจเลือดตามอาการและสิ่งที่สงสัย เช่น

  • ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เพื่อประเมินภาวะซีด
  • การทำงานของไทรอยด์
  • เกลือแร่บางชนิด
  • การตรวจอื่นตามโรคหรือภาวะที่สงสัย

Smartwatch ใช้แทน ECG หรือ Holter ได้ไหม?

ปัจจุบันอุปกรณ์สวมใส่บางชนิดสามารถบันทึกชีพจรหรือ ECG แบบง่ายได้ และข้อมูลที่บันทึกขณะมีอาการอาจมีประโยชน์ประกอบการประเมิน โดยเฉพาะอุปกรณ์บางชนิดที่ใช้ตรวจจับ Atrial Fibrillation แต่ Smartwatch ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือวินิจฉัยด้วยตัวเอง เพราะความสามารถแตกต่างกันตามอุปกรณ์และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแต่ละชนิด หากอุปกรณ์แจ้งเตือนว่าจังหวะหัวใจผิดปกติ หรือสามารถบันทึก ECG ในช่วงที่มีอาการได้ ควรเก็บข้อมูลนั้นไว้เพื่อใช้ประกอบการประเมิน 

ใจสั่นแบบไหนไม่ควรรอไปตรวจตามนัด? 

แม้บทความนี้จะพูดถึงการตรวจหาสาเหตุ แต่บางสถานการณ์ไม่ควรรอเพื่อติด Holter หรือ Event monitor ตามปกติ หากมีอาการใจสั่นร่วมกับ

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • หายใจลำบากรุนแรง
  • เวียนศีรษะรุนแรง
  • เป็นลมหรือหมดสติ

ควรได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน เพราะอาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับภาวะหัวใจที่สำคัญได้

สรุป

เมื่อมีอาการใจสั่น การตรวจไม่ได้มีเพียง ECG อย่างเดียว เพราะวิธีตรวจแต่ละชนิดตอบคำถามต่างกัน ECG ช่วยดูจังหวะหัวใจในช่วงที่กำลังตรวจ ส่วน Holter และ Event monitor ช่วยเพิ่มโอกาสบันทึกความผิดปกติที่เกิดเป็น ๆ หาย ๆ ขณะที่ Echo และการตรวจเลือดใช้ค้นหาสาเหตุอื่นตามความเหมาะสม 

คำถามที่พบบ่อย

Q: ใจสั่นต้องตรวจ ECG ทุกคนไหม?
A: 12-lead ECG เป็นการตรวจพื้นฐานที่สำคัญในการประเมินผู้ที่มีอาการใจสั่น แต่การตรวจเพิ่มเติมต้องเลือกตามประวัติ อาการ และผลการประเมินของแต่ละคน

Q: ECG ปกติ แปลว่าไม่มีหัวใจเต้นผิดจังหวะใช่ไหม?
A: ไม่เสมอไป หากความผิดปกติเกิดเป็นครั้งคราวและไม่ได้เกิดในช่วงที่ตรวจ ECG อาจไม่ถูกบันทึก จึงอาจต้องติดตามจังหวะหัวใจนานขึ้น

Q: Holter ต้องติดกี่วัน?
A: Holter แบบดั้งเดิมมักบันทึกประมาณ 24–48 ชั่วโมงหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับชนิดของอุปกรณ์และลักษณะอาการ

Q: Echo กับ ECG ต่างกันอย่างไร?
A: ECG บันทึกกิจกรรมไฟฟ้าและจังหวะหัวใจ ส่วน Echo ใช้คลื่นเสียงสร้างภาพเพื่อประเมินโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ จึงเป็นการตรวจคนละวัตถุประสงค์กัน

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

RHYMLOC

RHYMLOC

หัวใจ // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top