เมื่อพูดถึงอาการ Office Syndrome หลายคนมักนึกถึงอาการปวดคอ บ่า และไหล่เป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้วอาการจากการทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานานสามารถเกิดได้ตั้งแต่ศีรษะ สะบัก หลัง ไปจนถึงเอว แขน ข้อมือ และมือ โดยเฉพาะผู้ที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์นาน ใช้กล้ามเนื้อซ้ำ ๆ หรือแทบไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวัน โดยอาการที่พบบ่อยส่วนหนึ่งสัมพันธ์กับ Myofascial Pain Syndrome หรือภาวะปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด ซึ่งอาจพบจุดกดเจ็บที่เรียกว่า Trigger Point ร่วมด้วย
อาการ Office Syndrome ที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?
ลักษณะอาการอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานและพฤติกรรมของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปสามารถสังเกตได้จากอาการต่อไปนี้
1. ปวดตึงบริเวณคอ บ่า และไหล่ เป็นอาการที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ที่นั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน ก้มมองโทรศัพท์ หรือวางหน้าจอในระดับที่ไม่เหมาะสม มีลักษณะอาการ ดังนี้
- ปวดตึงหรือเมื่อยบริเวณต้นคอ
- รู้สึกบ่าและไหล่หนัก
- กล้ามเนื้อแข็งหรือตึงเมื่อคลำ
- อาการมากขึ้นช่วงบ่ายหรือหลังทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- อาจปวดร้าวไปสะบักหรือศีรษะได้
หากเป็น Myofascial Pain Syndrome อาจพบ Trigger Point ซึ่งเมื่อกดแล้วเกิดอาการเจ็บเฉพาะจุดหรือปวดร้าวไปยังบริเวณอื่นตามแบบแผนของกล้ามเนื้อมัดนั้น
2. ปวดหลังหรือสะบัก Office Syndrome ไม่ได้เกิดเฉพาะบริเวณคอ การนั่งหลังค่อม โน้มตัวไปข้างหน้า หรือใช้เมาส์และคีย์บอร์ดในตำแหน่งที่ต้องเอื้อมแขน สามารถทำให้กล้ามเนื้อบริเวณสะบักและหลังต้องทำงานค้างเป็นเวลานาน อาการที่มักพบ ได้แก่
- ปวดตึงบริเวณระหว่างสะบัก
- ปวดหลังส่วนบน
- รู้สึกหลังล้าหรือหนัก
- ปวดมากขึ้นหลังนั่งท่าเดิมนาน ๆ
- กดบริเวณกล้ามเนื้อแล้วเจ็บ
อาการลักษณะนี้มักสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อมากกว่าการกดทับเส้นประสาท หากไม่มีอาการชา อ่อนแรง หรือปวดร้าวลงแขนหรือขาร่วมด้วย
3. ปวดเอวหรือปวดหลังส่วนล่าง คนทำงานออฟฟิศจำนวนไม่น้อยมีอาการปวดเอวหรือปวดหลังส่วนล่าง โดยเฉพาะเมื่อนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน ลักษณะที่อาจพบได้ เช่น
- ปวดตึงบริเวณเอว
- เมื่อยหลังส่วนล่างเมื่อใกล้เลิกงาน
- รู้สึกหลังแข็งเมื่อลุกจากเก้าอี้
- อาการเพิ่มขึ้นหลังนั่งนาน
- ดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ ลุกเดิน หรือขยับร่างกาย
4. มีจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อ หนึ่งในลักษณะที่พบร่วมกับ Myofascial Pain Syndrome คือ Trigger Point ซึ่งเป็นจุดที่ไวต่อการกดในกล้ามเนื้อ เมื่อกดบริเวณดังกล่าวอาจ
- เจ็บเฉพาะตำแหน่ง
- ปวดร้าวไปยังบริเวณใกล้เคียง
- รู้สึกกล้ามเนื้อเป็นก้อนหรือเป็นแนวตึง
- กระตุ้นอาการปวดแบบเดียวกับที่เป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน
5. ปวดศีรษะจากความตึงของกล้ามเนื้อ ผู้ที่มีความตึงบริเวณคอ บ่า และกล้ามเนื้อรอบศีรษะอาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย โดยเฉพาะหลังทำงานหน้าจอต่อเนื่อง อาการที่อาจพบได้ เช่น
- ปวดตึงบริเวณท้ายทอย
- ปวดร้าวขึ้นขมับหรือรอบศีรษะ
- รู้สึกศีรษะหนักหลังใช้คอมพิวเตอร์นาน
- อาการสัมพันธ์กับความตึงของคอและบ่า
6. ชา เหน็บ หรือรู้สึกผิดปกติได้หรือไม่? Office Syndrome ที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อเป็นหลักมักมีอาการปวดและตึงเด่นกว่าอาการชา อย่างไรก็ตาม บางคนอาจรู้สึกชา เหน็บ วูบ หรือรู้สึกผิดปกติบริเวณที่ปวดได้ และในผู้ที่มีการกดทับเส้นประสาทส่วนปลายจากท่าทางหรือการใช้งานซ้ำ เช่น บริเวณข้อมือ อาจมีอาการชาร่วมด้วยได้
อาการแบบไหนสัมพันธ์กับ Office Syndrome?
หากอาการเกิดจากกล้ามเนื้อและพฤติกรรมการทำงาน มักพบรูปแบบที่ค่อนข้างชัด เช่น
- เริ่มปวดหลังนั่งหรือทำงานต่อเนื่อง
- ปวดตึงหรือเมื่อยมากกว่าปวดแสบหรือเหมือนไฟฟ้าช็อต
- กดกล้ามเนื้อแล้วเจ็บ
- กล้ามเนื้อรู้สึกแข็งหรือตึง
- อาการสัมพันธ์กับท่าทางหรือกิจกรรมบางอย่าง
- พักหรือเปลี่ยนอิริยาบถแล้วอาการลดลง
แต่ลักษณะเหล่านี้ใช้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคด้วยตนเองได้

สรุป
อาการ Office Syndrome ไม่ได้มีเพียงปวดคอ บ่า และไหล่ แต่สามารถเกิดปวดสะบัก หลัง และเอว รวมถึงมีจุดกดเจ็บหรืออาการปวดศีรษะจากความตึงของกล้ามเนื้อได้ ลักษณะที่พบบ่อยมักสัมพันธ์กับการทำงานหรือการอยู่ในท่าเดิมนาน และดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ แต่หากมีปวดร้าว ชา อ่อนแรง หรือความผิดปกติของการขับถ่าย ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม เพราะอาจมีความผิดปกติของเส้นประสาทหรือกระดูกสันหลังร่วมด้วย การแยกลักษณะอาการให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจึงสำคัญต่อการเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย
Q: Office Syndrome ปวดหลังได้ไหม?
A: ได้ โดยเฉพาะบริเวณสะบัก หลังส่วนบน และหลังส่วนล่าง หากกล้ามเนื้อต้องทำงานในท่าเดิมต่อเนื่องเป็นเวลานาน
Q: Office Syndrome ทำให้ปวดเอวได้ไหม?
A: ได้ แต่ปวดเอวยังเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีกหลายชนิด หากอาการต่อเนื่องหรือมีปวดร้าวลงขาควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม
Q: Office Syndrome มีอาการชาได้ไหม?
A: พบได้ในบางราย แต่ถ้าชาชัดเจน ต่อเนื่อง หรือมีอ่อนแรงร่วมด้วย ควรระวังการกดทับหรือความผิดปกติของเส้นประสาท
Q: ปวดร้าวถือว่าเป็น Office Syndrome หรือไม่?
A: Trigger Point ในกล้ามเนื้อสามารถทำให้เกิด referred pain หรือปวดร้าวได้ แต่หากปวดร้าวเป็นแนวลงแขนหรือขาร่วมกับชาและอ่อนแรง ต้องแยกจากภาวะกดทับเส้นประสาท
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









