หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ค่าความดันเท่าไรจึงถือว่าปกติ? อ่านค่าความดันให้เข้าใจ

ค่าความดันเท่าไรจึงถือว่าปกติ? อ่านค่าความดันให้เข้าใจ

ค่าความดันเท่าไรจึงถือว่าปกติ? อ่านค่าความดันให้เข้าใจ

หลายคนเคยวัดความดันโลหิตและได้รับผลเป็นตัวเลข เช่น 120/80 mmHg หรือ 145/92 mmHg แต่ไม่แน่ใจว่าค่าที่ได้หมายความว่าอย่างไร และตัวเลขเท่าไรจึงถือว่าปกติ 

การอ่านค่าความดันโลหิตให้เข้าใจเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถติดตามสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อหัวใจ สมอง และไต

ความดันโลหิตคืออะไร?

ความดันโลหิต คือแรงดันของเลือดที่กระทำต่อผนังหลอดเลือดแดงในขณะที่หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย

  • ความดันตัวบน (Systolic Blood Pressure) คือ ความดันขณะที่หัวใจบีบตัวเพื่อสูบฉีดเลือด
  • ความดันตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) คือ ความดันขณะที่หัวใจคลายตัวและรับเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ

ตัวอย่างเช่น

ความดัน 120/80 mmHg 

หมายถึง ความดันตัวบน = 120 mmHg และความดันตัวล่าง = 80 mmHg

ทั้งสองค่ามีความสำคัญในการประเมินสุขภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด

ค่าความดันปกติควรเป็นเท่าไร?

ความดันตัวบนและตัวล่าง ต่างกันอย่างไร?

หลายคนให้ความสำคัญเฉพาะความดันตัวบน แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองค่ามีความสำคัญ

  • ความดันตัวบน (Systolic) เป็นค่าที่สะท้อนแรงดันขณะหัวใจบีบตัว หากค่านี้สูงต่อเนื่อง อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
  • ความดันตัวล่าง (Diastolic) เป็นค่าที่สะท้อนแรงดันขณะหัวใจคลายตัว หากสูงกว่าปกติ อาจบ่งชี้ว่าหลอดเลือดมีแรงต้านเพิ่มขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและไตในระยะยาว

การประเมินผลจึงต้องพิจารณาทั้งสองค่าร่วมกัน ไม่ใช่ดูเพียงตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง

ทำไมค่าความดันโลหิตจึงเปลี่ยนแปลงได้?

ค่าความดันโลหิตไม่ได้คงที่ตลอดทั้งวัน โดยอาจเปลี่ยนแปลงตาม

  • เวลาในแต่ละวัน
  • การออกกำลังกาย
  • ความเครียดหรือความวิตกกังวล
  • อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม
  • การรับประทานอาหาร
  • การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
  • การใช้ยาบางชนิด

ดังนั้น หากต้องการติดตามค่าความดันอย่างแม่นยำ ควรวัดในช่วงเวลาเดียวกันของแต่ละวัน และใช้วิธีวัดที่ถูกต้อง

ค่าความดันโลหิตแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์?

หากวัดความดันโลหิตได้สูงมาก หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะเมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

  • เจ็บหน้าอก
  • หายใจลำบาก
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • ตามัวเฉียบพลัน
  • แขนหรือขาอ่อนแรง
  • หน้าเบี้ยว
  • พูดไม่ชัด

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉินทางหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดสมองหรือภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต

ควรวัดความดันโลหิตบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการวัดขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล

  • ผู้ใหญ่สุขภาพดี ควรวัดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง ควรวัดบ่อยขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง ควรวัดที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ และบันทึกผลเพื่อนำไปประกอบการประเมินของแพทย์

สรุป

การอ่านค่าความดันโลหิตให้เข้าใจเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ทั้งความดันตัวบนและตัวล่างล้วนมีความสำคัญ หากวัดได้ค่าสูงกว่าปกติ ไม่ควรสรุปว่าเป็นโรคจากการวัดเพียงครั้งเดียว แต่ควรวัดซ้ำด้วยวิธีที่ถูกต้องและปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย

โดยทั่วไป ความดันโลหิตระดับเหมาะสมอยู่ที่ต่ำกว่า 120/80 mmHg ส่วนการวินิจฉัยโรคต้องพิจารณาจากการวัดหลายครั้งร่วมกับการประเมินของแพทย์
ทั้งสองค่ามีความสำคัญ เพราะสะท้อนการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน จึงต้องพิจารณาร่วมกัน
ไม่ การวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูงต้องอาศัยการวัดหลายครั้งในหลายโอกาส รวมถึงการประเมินปัจจัยเสี่ยงและประวัติสุขภาพของผู้ป่วย
หากต้องการติดตามค่าความดัน ควรวัดในช่วงเวลาเดียวกันของแต่ละวัน เช่น ช่วงเช้าหลังตื่นนอนและก่อนรับประทานยา (หากมี) หรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top