หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ปวดเข่า/เข่าเสื่อมคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการดูแลข้อเข่าแบบองค์รวม

ปวดเข่า/เข่าเสื่อมคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการดูแลข้อเข่าแบบองค์รวม

ปวดเข่า/เข่าเสื่อมคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการดูแลข้อเข่าแบบองค์รวม

อาการ “ปวดเข่า” เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพกระดูกและข้อที่พบได้บ่อยที่สุดในคนไทย ทุกเพศทุกวัยสามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา คนทำงานที่ต้องยืนหรือเดินนาน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน หรือผู้สูงอายุ หลายคนเข้าใจว่า “ปวดเข่า” เท่ากับ “เข่าเสื่อม” แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดเข่าอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอักเสบของเส้นเอ็น เยื่อบุข้ออักเสบ หมอนรองข้อบาดเจ็บ หรือโรคข้อเข่าเสื่อม หากปล่อยให้อาการดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้ข้อเสื่อมมากขึ้น ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการเคลื่อนไหวในระยะยาว

ปวดเข่าเกิดจากอะไร?

ปวดเข่า (Knee Pain) คืออาการเจ็บบริเวณข้อเข่า ซึ่งอาจเกิดขึ้นเฉียบพลันหรือเรื้อรัง ความรุนแรงมีตั้งแต่ปวดเล็กน้อยจนถึงไม่สามารถเดินหรือรับน้ำหนักได้ อาการปวดอาจเกิดจาก

  • ข้อเข่าเสื่อม
  • เยื่อบุข้ออักเสบ (Synovitis)
  • เอ็นอักเสบ
  • หมอนรองข้อฉีก
  • ข้ออักเสบจากโรคเกาต์
  • ข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • การบาดเจ็บจากกีฬา
  • น้ำหนักตัวมาก

อ่านเพิ่มเติม: ปวดเข่าเกิดจากอะไร? สาเหตุที่พบบ่อยในแต่ละช่วงวัย

เข่าเสื่อมคืออะไร?

โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis; OA) คือโรคที่กระดูกอ่อนผิวข้อค่อย ๆ สึกหรอ ทำให้กระดูกภายในข้อเสียดสีกัน เกิดการอักเสบ ปวด ข้อฝืด และเคลื่อนไหวลำบาก เมื่อโรคดำเนินมากขึ้น ร่างกายจะสร้างกระดูกงอก (Bone Spur) รอบข้อ ส่งผลให้ข้อผิดรูปและการเคลื่อนไหวลดลง ปัจจุบันพบมากในผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปี แต่สามารถพบในคนอายุน้อยได้ หากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกิน อุบัติเหตุ หรือใช้งานข้อหนักเป็นเวลานาน

อาการของเข่าเสื่อมที่พบได้บ่อย

  • ปวดเข่าเวลาเดิน
  • ปวดเวลาเดินขึ้นลงบันได
  • ปวดเวลาลุกจากเก้าอี้
  • ข้อฝืดหลังตื่นนอน
  • เดินแล้วมีเสียงกรอบแกรบในข้อ
  • ข้อบวมเป็น ๆ หาย ๆ
  • เหยียดเข่าได้ไม่สุด
  • เดินได้น้อยลง
  • ขาโก่งในระยะท้ายของโรค

หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกิน 2-4 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย

อ่านเพิ่มเติม: เข่าเสื่อมมีอาการอย่างไร? สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

การเกิดอาการปวดเข่าและเข่าเสื่อมในทางการแพทย์จีน

ในทัศนะการแพทย์แผนจีน อาการปวดข้อเข่าอยู่ในกลุ่มอาการ ปี้เจิ้ง (痹证) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของลม ความเย็น ความชื้น หรือความร้อน ทำให้การไหลเวียนของพลังชี่และเลือดติดขัด จึงเกิดอาการปวด บวม ตึง และเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก

ในผู้ป่วยเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ มักสัมพันธ์กับภาวะตับและไตพร่อง ซึ่งตามหลักการแพทย์จีน ตับมีหน้าที่หล่อเลี้ยงเส้นเอ็น ส่วนไตมีหน้าที่บำรุงกระดูก เมื่อทั้งสองระบบอ่อนแอ กระดูกและข้อจึงเสื่อมได้ง่าย ประกอบกับการไหลเวียนของเลือดไม่ดี ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง ดังนั้น แนวทางการรักษาในทางการแพทย์จีนจึงมุ่งเน้นทั้ง

  • การบำรุงตับและไต 
  • เสริมกระดูกและเอ็น 
  • กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด 
  • ขับลม ความชื้น และความเย็น 
  • ลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด

บทบาทของยาสมุนไพรจีนในการดูแลอาการปวดเข่าและเข่าเสื่อม

การรักษาในทางการแพทย์จีน มียาสมุนไพรจีนหลายตำรับที่ใช้ดูแลผู้ป่วยตามลักษณะของกลุ่มอาการและสาเหตุของโรค มีสรรพคุณบำรุงตับและไต ขจัดความร้อนและความชื้น ลดการอักเสบของข้อ บรรเทาอาการบวมและปวด ลดข้อฝืดและฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของข้อ เสริมความแข็งแรงของกระดูกและเส้นเอ็น และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด การเลือกใช้ตำรับขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการของผู้ป่วยแต่ละราย

ดูแลข้อเข่าอย่างไรให้เสื่อมช้าลง

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเน้นการเสริมกล้ามเนื้อต้นขา
  • หลีกเลี่ยงการนั่งยอง ๆ หรือคุกเข่านาน
  • ใช้รองเท้าที่รองรับแรงกระแทก
  • รับประทานอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมเพียงพอ
  • พบแพทย์เมื่อมีอาการปวดเรื้อรัง

สรุป

อาการปวดเข่าไม่ได้หมายความว่าเป็นเข่าเสื่อมเสมอไป แต่โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การปรับพฤติกรรม การออกกำลังกาย และการรักษาที่เหมาะสม สามารถช่วยลดอาการปวด ชะลอการเสื่อมของข้อ และคงคุณภาพชีวิตได้ ในมุมมองของการแพทย์จีน การดูแลผู้ป่วยจะพิจารณาจากสมดุลของร่างกายและเลือกใช้ยาสมุนไพรจีนให้เหมาะกับกลุ่มอาการของแต่ละบุคคล 

คำถามที่พบบ่อย

ไม่เสมอไป อาการปวดเข่าอาจเกิดจากเอ็นอักเสบ เยื่อบุข้ออักเสบ หมอนรองข้อบาดเจ็บ หรือโรคข้ออักเสบชนิดอื่น จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยก่อน
ปัจจุบันยังไม่สามารถทำให้กระดูกอ่อนที่สึกหรอกลับมาเป็นปกติได้ แต่สามารถชะลอการเสื่อม ลดอาการปวด และรักษาคุณภาพชีวิตได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม
ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักเกิน เคยบาดเจ็บที่ข้อเข่า เล่นกีฬาหนัก หรือใช้งานข้อซ้ำ ๆ
ในบางกรณีสามารถใช้ร่วมกันได้ แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพ เพื่อให้เหมาะกับสภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

คาเนี่ยนแคป (Kanioncap)

คาเนี่ยนแคป

ข้อและกระดูก

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top