ประจำเดือนมาไม่ปกติไม่ได้แปลว่าจะมีลูกยากทุกคน แต่ถ้ารอบเดือนผิดปกติเกิดจากการที่ไข่ไม่ตกหรือไข่ตกไม่สม่ำเสมอ โอกาสตั้งครรภ์อาจลดลง เพราะจำนวนรอบที่มีไข่ตกและช่วงเวลาที่มีโอกาสตั้งครรภ์จะน้อยลงหรือคาดเดาได้ยากขึ้น
รอบเดือนกับการตั้งครรภ์เกี่ยวกันอย่างไร?
การตั้งครรภ์ตามธรรมชาติต้องมีการตกไข่ก่อน ถ้ารอบเดือนค่อนข้างสม่ำเสมอ มักสะท้อนว่าการตกไข่เกิดขึ้นค่อนข้างสม่ำเสมอเช่นกัน แต่หากรอบเดือน
- มาห่างมาก
- ขาดบ่อย
- บางรอบ 30 วัน บางรอบ 50–60 วัน
- มีประจำเดือนเพียงไม่กี่ครั้งต่อปี
ความผิดปกติของการตกไข่เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยาก และมักแสดงออกด้วยประจำเดือนมาห่างหรือขาด
ประจำเดือนมาไม่ตรงทุกเดือน แปลว่าไข่ไม่ตกหรือไม่?
รอบเดือนของผู้ใหญ่โดยทั่วไปสามารถอยู่ประมาณ 21–35 วัน และเปลี่ยนจากเดือนก่อนเล็กน้อยได้โดยยังถือว่าอยู่ในช่วงทั่วไป สิ่งที่ควรสังเกตคือ
- รอบเดือนยาวมากบ่อย ๆ
- รอบเดือนห่างไม่แน่นอน
- ประจำเดือนขาดหลายเดือน
- มีประจำเดือนน้อยครั้งมากในหนึ่งปี
อ่านเพิ่มเติม: รอบเดือนปกติกี่วัน? เช็กแบบไหนเรียกว่าประจำเดือนผิดปกติ
สาเหตุอะไรทำให้ทั้งประจำเดือนผิดปกติและมีลูกยาก?
1. PCOS
PCOS เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยของการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ ผู้ที่มี PCOS อาจมี
- ประจำเดือนมาห่าง
- ประจำเดือนขาด
- รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ
- สิว
- ขนบริเวณใบหน้าหรือลำตัวเพิ่มขึ้น
- น้ำหนักเพิ่มหรือลดน้ำหนักยาก
อ่านเพิ่มเติม: PCOS คืออะไร? ทำไมจึงมีผลต่อการตั้งครรภ์
2. น้ำหนักลดมากหรือกินอาหารไม่เพียงพอ
หากร่างกายได้รับพลังงานต่ำเกินไป ระบบฮอร์โมนที่ควบคุมการตกไข่อาจลดการทำงานลง ผลที่อาจเกิดคือประจำเดือนมาห่าง ประจำเดือนขาด หรือไข่ไม่ตก จึงอาจทำให้ตั้งครรภ์ยากขึ้นในช่วงที่ร่างกายยังมีพลังงานไม่เพียงพอ
3. ออกกำลังกายหนักเกินไป
การออกกำลังกายไม่ได้ทำให้มีลูกยากโดยตรง แต่หากออกหนักร่วมกับกินอาหารไม่พอและน้ำหนักลดมาก อาจรบกวนระบบควบคุมการตกไข่ได้ หากประจำเดือนเริ่มมาห่างหรือขาดหลังเพิ่มการออกกำลังกายอย่างมาก ควรประเมินเรื่องพลังงานที่ได้รับร่วมด้วย
4. ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ
ทั้งไทรอยด์ทำงานมากเกินไปและน้อยเกินไปสามารถรบกวนการตกไข่ จึงอาจทำให้รอบเดือนผิดปกติ ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ หรือตั้งครรภ์ยากขึ้นในบางคน
5. Prolactin สูง
ระดับ Prolactin ที่สูงผิดปกติสามารถกดการทำงานของระบบฮอร์โมนที่ควบคุมการตกไข่ อาจทำให้ประจำเดือนมาห่าง ประจำเดือนขาด หรือไข่ไม่ตก จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่แพทย์อาจพิจารณาในผู้ที่ประจำเดือนผิดปกติและมีปัญหาตั้งครรภ์
6. รังไข่ทำงานลดลงก่อนวัย
หากรังไข่ทำงานลดลงเร็วกว่าปกติ อาจทำให้ประจำเดือนเริ่มมาห่างหรือขาด และจำนวนไข่ที่สามารถตกได้ลดลง ภาวะนี้อาจมีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์โดยตรง และควรได้รับการประเมินหากประจำเดือนผิดปกติร่วมกับอาการ เช่น ร้อนวูบวาบหรือช่องคลอดแห้ง โดยเฉพาะในอายุน้อยกว่า 40 ปี
ปวดประจำเดือนมากกับมีลูกยากเกี่ยวกันไหม?
อาจเกี่ยวกันในบางโรค เช่น Endometriosis หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งอาจทำให้
- ปวดประจำเดือนมาก
- ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
- ปวดท้องน้อยเรื้อรัง
- มีบุตรยาก
ดังนั้นผู้ที่มีประจำเดือนมาตรงทุกเดือนก็ยังสามารถมีปัญหาภาวะเจริญพันธุ์จาก Endometriosis หรือสาเหตุอื่นได้
ถ้ารอบเดือนไม่สม่ำเสมอ จะรู้วันไข่ตกได้อย่างไร?
นี่เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้ผู้ที่มีรอบเดือนผิดปกติตั้งครรภ์ได้ยากขึ้น เพราะวันที่ไข่ตกคาดเดาได้ยาก การนับว่า “ไข่ตกวันที่ 14” ใช้ไม่ได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่รอบเดือนยาวหรือไม่สม่ำเสมอ หากกำลังพยายามตั้งครรภ์ แนะนำวิธีง่าย ๆ คือมีเพศสัมพันธ์ประมาณ ทุก 2–3 วันตลอดรอบเดือน แทนการพยายามคาดเดาวันตกไข่เพียงวันเดียว แพทย์อาจใช้ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น
- ประวัติรอบเดือน
- ชุดตรวจ LH
- ตรวจ Progesterone ในช่วงที่เหมาะสม
- อัลตราซาวนด์ติดตามการตกไข่ในบางกรณี
ประจำเดือนผิดปกติ ต้องรอกี่เดือนก่อนตรวจภาวะมีบุตรยาก?
ควรประเมินภาวะมีบุตรยากเมื่อมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิดแล้วไม่ตั้งครรภ์
- อายุต่ำกว่า 35 ปี → ประมาณ 12 เดือน
- อายุ 35 ปีขึ้นไป → ประมาณ 6 เดือน
- อายุมากกว่า 40 ปี → อาจพิจารณาประเมินเร็วขึ้น
ตรวจอะไรเมื่อประจำเดือนผิดปกติและมีลูกยาก?
การประเมินไม่ควรดูเฉพาะฝ่ายหญิง แต่ต้องพิจารณาทั้งคู่ ในฝ่ายหญิงอาจประเมิน
- รูปแบบรอบเดือน
- การตกไข่
- ฮอร์โมนตามข้อบ่งชี้
- มดลูกและรังไข่
- ท่อนำไข่
ส่วนฝ่ายชายมักมีการตรวจน้ำเชื้อ (Semen analysis) ร่วมด้วย
สรุป
ประจำเดือนมาไม่ปกติ ไม่ได้หมายความว่าจะมีลูกยากทุกคน แต่ถ้าสาเหตุทำให้ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ เช่น PCOS ความผิดปกติของไทรอยด์ น้ำหนักเปลี่ยนมาก หรือพลังงานไม่เพียงพอ โอกาสตั้งครรภ์อาจลดลงได้ สิ่งสำคัญคือดูว่ารอบเดือนผิดปกติจากอะไร ไม่ใช่ดูเพียงว่าประจำเดือนมาตรงหรือไม่ หากกำลังพยายามตั้งครรภ์และมีรอบเดือนมาห่างหรือขาด ไม่จำเป็นต้องรอครบ 1 ปีก่อนตรวจ เพราะสามารถเริ่มประเมินการตกไข่และสาเหตุอื่นได้เร็วขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
Q: ประจำเดือนมาไม่ตรง มีลูกได้ไหม?
A: ได้ หลายคนที่รอบเดือนแปรปรวนยังสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ถ้าการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ โอกาสตั้งครรภ์ในแต่ละรอบอาจลดลงและคาดเดาช่วงไข่ตกได้ยากขึ้น
Q: ประจำเดือนมาห่างทุก 40–50 วัน มีลูกยากไหม?
A: อาจยากขึ้นได้ เพราะรอบที่ยาวมากมักสัมพันธ์กับการตกไข่ที่เกิดไม่บ่อยหรือไม่สม่ำเสมอ จึงควรประเมินสาเหตุหากกำลังวางแผนตั้งครรภ์
Q: ประจำเดือนตรงทุกเดือน แปลว่าไม่มีปัญหามีบุตรยากใช่ไหม?
A: ไม่เสมอไป เพราะภาวะมีบุตรยากยังเกิดจากท่อนำไข่อุดตัน Endometriosis ปัจจัยจากฝ่ายชาย หรือสาเหตุอื่นได้ แม้รอบเดือนจะปกติ
Q: PCOS มีลูกได้ไหม?
A: มีได้ ผู้ที่มี PCOS หลายคนสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่บางคนต้องได้รับการดูแลเรื่องการตกไข่ น้ำหนัก หรือใช้การรักษาเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ตามความเหมาะสม
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)
[enwei_product_13336]








