องค์การอนามัยโลกระบุว่า สามารถวินิจฉัยความดันโลหิตสูงได้เมื่อวัดใน 2 วันที่แตกต่างกัน แล้วพบว่าความดันตัวบนในทั้งสองวันอยู่ที่ตั้งแต่ 140 mmHg ขึ้นไป และ/หรือความดันตัวล่างตั้งแต่ 90 mmHg ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยจริงยังต้องคำนึงถึงวิธีวัด อาการ โรคร่วม และดุลยพินิจของแพทย์ด้วย
ความดันสูงครั้งเดียว ถือว่าเป็นโรคหรือไม่?
คำตอบคือ อาจยังไม่เป็นโรค ค่าความดันที่สูงในครั้งเดียวอาจเกิดจากปัจจัยชั่วคราว เช่น
- เพิ่งเดินเร็วหรือขึ้นบันได
- ดื่มกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มชูกำลัง
- สูบบุหรี่ก่อนวัด
- มีความเครียดหรือตื่นเต้น
- ปวดปัสสาวะ
- พักผ่อนไม่เพียงพอ
- เจ็บป่วยหรือมีอาการปวด
- พูดคุยหรือขยับตัวระหว่างวัด
- ใช้ผ้าพันแขนไม่เหมาะกับขนาดต้นแขน
- วางแขนผิดระดับ
หากพบค่าความดันสูง ควรพักอย่างสงบ ตรวจสอบท่านั่งและอุปกรณ์ แล้ววัดซ้ำ ไม่ควรรีบซื้อยามารับประทานหรือปรับยาด้วยตนเอง
ในการวัดหนึ่งครั้ง ควรวัดกี่รอบ?
ในการวัดแต่ละช่วง ควรวัดอย่างน้อย 2 รอบ โดยเว้นระยะประมาณ 1–2 นาที แล้วบันทึกผลทั้งสองครั้งหรือคำนวณค่าเฉลี่ย หากค่าครั้งแรกและครั้งที่สองแตกต่างกันมาก อาจพักเพิ่มแล้ววัดครั้งที่สาม เพื่อช่วยให้เห็นค่าที่สม่ำเสมอมากขึ้น
ต้องวัดกี่วันจึงยืนยันได้?
1. วัดซ้ำที่สถานพยาบาล องค์การอนามัยโลกระบุหลักทั่วไปว่า ควรพบค่าความดันตั้งแต่ 140/90 mmHg ขึ้นไปในการวัด 2 วันที่แตกต่างกัน จึงเข้าเกณฑ์วินิจฉัยความดันโลหิตสูง
2. วัดความดันที่บ้าน การวัดที่บ้านช่วยให้เห็นค่าความดันในชีวิตประจำวันและลดผลจากความตื่นเต้นเมื่ออยู่ในสถานพยาบาล โดยทั่วไปอาจให้วัด
- วันละ 2 ช่วง ได้แก่ เช้าและเย็น
- ช่วงละอย่างน้อย 2 ครั้ง
- ติดต่อกันหลายวัน
- วัดในเวลาและเงื่อนไขใกล้เคียงกัน
สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำการติดตามความดันที่บ้านสำหรับผู้ที่มีความดันสูง โดยควรใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการตรวจสอบความแม่นยำและนำข้อมูลไปประกอบการประเมินกับบุคลากรทางการแพทย์
3. ตรวจความดันตลอด 24 ชั่วโมง การตรวจความดันโลหิตแบบพกพา 24 ชั่วโมง หรือ Ambulatory Blood Pressure Monitoring: ABPM เป็นการติดเครื่องวัดไว้กับร่างกาย เครื่องจะวัดค่าความดันเป็นระยะทั้งกลางวันและกลางคืน
ความดันสูงเฉพาะที่โรงพยาบาลคืออะไร?
บางคนวัดความดันที่โรงพยาบาลแล้วได้ค่าสูง แต่เมื่อวัดที่บ้านกลับอยู่ในเกณฑ์ปกติ ภาวะนี้เรียกว่า ความดันสูงจากเสื้อกาวน์ขาว หรือ White Coat Hypertension สาเหตุอาจเกิดจากความวิตกกังวล ตื่นเต้น หรือความเครียดขณะพบแพทย์ ผู้ที่สงสัยภาวะนี้อาจต้องตรวจยืนยันด้วย
- การวัดความดันที่บ้านอย่างเป็นระบบ
- การตรวจความดันตลอด 24 ชั่วโมง
- การติดตามซ้ำตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
แม้ค่าที่บ้านจะไม่สูงเท่าที่โรงพยาบาล ก็ควรติดตามต่อเนื่อง เพราะผู้ที่มีภาวะนี้บางรายอาจมีความเสี่ยงพัฒนาเป็นความดันโลหิตสูงในอนาคต
ความดันปกติที่โรงพยาบาล แต่สูงที่บ้านเกิดได้หรือไม่?
เกิดได้ เรียกว่า Masked Hypertension หรือภาวะความดันสูงแฝง ผู้ป่วยมีค่าความดันในสถานพยาบาลปกติ แต่ค่าที่บ้านหรือระหว่างทำกิจกรรมสูงกว่าปกติ ภาวะนี้อาจพบในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น
- สูบบุหรี่
- มีความเครียดเรื้อรัง
- นอนหลับไม่เพียงพอ
- น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
- เป็นเบาหวาน
- เป็นโรคไตเรื้อรัง
- มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
การวัดความดันที่บ้านหรือการตรวจตลอด 24 ชั่วโมงจึงมีประโยชน์ในผู้ที่มีความเสี่ยง แม้ค่าที่วัดในคลินิกจะไม่สูงชัดเจน
สรุป
การวัดความดันสูงเพียงครั้งเดียวไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคในผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยทั่วไปต้องวัดซ้ำอย่างถูกวิธีและพบค่าความดันสูงอย่างต่อเนื่องในต่างวัน หรือยืนยันด้วยการวัดที่บ้านและการตรวจความดันตลอด 24 ชั่วโมง ในการวัดแต่ละช่วง ควรวัดอย่างน้อย 2 ครั้ง เว้นระยะประมาณ 1–2 นาที และบันทึกผลอย่างสม่ำเสมอ สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนครั้ง แต่รวมถึงความถูกต้องของวิธีวัด ค่าเฉลี่ยในหลายวัน และความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย
คำถามที่พบบ่อย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









