หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ริดสีดวงเกิดขึ้นได้อย่างไร? เข้าใจกลไกของโรคแบบง่าย ๆ

ริดสีดวงเกิดขึ้นได้อย่างไร? เข้าใจกลไกของโรคแบบง่าย ๆ

ริดสีดวงเกิดขึ้นได้อย่างไร? เข้าใจกลไกของโรคแบบง่าย ๆ

ริดสีดวงไม่ได้เกิดจากเส้นเลือดโป่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อบริเวณทวารที่เรียกว่า anal cushions ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ทุกคนมีอยู่ตามปกติ เมื่อเนื้อเยื่อพยุงบริเวณนี้อ่อนแอลง ร่วมกับหลอดเลือดภายในที่ขยายและมีเลือดคั่ง เนื้อเยื่อจึงมีขนาดใหญ่ขึ้นและอาจเลื่อนต่ำลง จนนำไปสู่อาการ เช่น ถ่ายเป็นเลือดหรือมีก้อนยื่นออกจากทวารหนัก

ก่อนเป็นริดสีดวง บริเวณทวารมีอะไรอยู่?

ภายในช่องทวารมีเนื้อเยื่อที่เรียกว่า anal cushions หรืออาจอธิบายง่าย ๆ ว่าเป็นเบาะรองบริเวณทวารประกอบด้วยหลอดเลือด เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และกล้ามเนื้อขนาดเล็ก เนื้อเยื่อนี้ไม่ใช่สิ่งผิดปกติ แต่มีอยู่ในร่างกายของคนทั่วไป และมีส่วนช่วยในการปิดช่องทวาร ควบคุมการขับถ่าย รวมถึงช่วยแยกความรู้สึกระหว่างอุจจาระ ของเหลว และแก๊ส เมื่อเนื้อเยื่อปกตินี้ขยายตัว เลื่อนลง หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงจนมีอาการ จึงเรียกว่าโรคริดสีดวงทวาร

แล้วเนื้อเยื่อปกติกลายเป็นริดสีดวงได้อย่างไร?

กลไกการเกิดริดสีดวงมีหลายปัจจัยร่วมกัน และยังไม่สามารถอธิบายสาเหตุทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันแนวคิดสำคัญคือ การเลื่อนตัวของ anal cushions ร่วมกับความผิดปกติของเนื้อเยื่อพยุงและการไหลเวียนของเลือดภายในบริเวณนั้น หากอธิบายแบบง่าย ๆ สามารถแบ่งได้เป็น 3 การเปลี่ยนแปลงสำคัญ

1. เนื้อเยื่อที่ช่วยยึดเริ่มอ่อนแอลง

ตามปกติ anal cushions จะถูกยึดให้อยู่ในตำแหน่งด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและกล้ามเนื้อขนาดเล็ก เมื่อโครงสร้างที่ช่วยพยุงเหล่านี้เสื่อมหรือหย่อนลง เนื้อเยื่อบริเวณทวารจึงเคลื่อนลงด้านล่างได้ง่ายขึ้น อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สัมพันธ์กับการอ่อนแอลงของเนื้อเยื่อพยุงบริเวณนี้

2. หลอดเลือดภายในขยายและมีเลือดคั่งมากขึ้น

ภายใน anal cushions มีหลอดเลือดจำนวนมาก เมื่อการไหลเวียนของเลือดบริเวณนี้เปลี่ยนแปลง เลือดอาจคั่งอยู่ภายในหลอดเลือดมากขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อบวมและมีขนาดใหญ่ขึ้น 

3. เนื้อเยื่อค่อย ๆ เลื่อนลง

เมื่อเนื้อเยื่อพยุงอ่อนแอลง ขณะที่ anal cushions มีขนาดใหญ่และบวมมากขึ้น เนื้อเยื่ออาจค่อย ๆ เลื่อนลงมาตามช่องทวาร ในระยะแรกอาจยังอยู่ภายใน แต่เมื่อการเลื่อนตัวมากขึ้น ริดสีดวงภายในอาจยื่นออกมาขณะถ่ายอุจจาระ และในรายที่รุนแรงขึ้น ก้อนอาจไม่สามารถกลับเข้าไปเองได้ กลไกนี้เป็นพื้นฐานของการแบ่งริดสีดวงภายในออกเป็น Grade I–IV ตามระดับการยื่นของก้อน

ทำไมท้องผูกและการเบ่งถ่ายจึงเกี่ยวข้อง?

เวลาที่ต้องออกแรงเบ่ง ความดันบริเวณทวารและภายในช่องท้องจะเพิ่มขึ้น หากเกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจรบกวนการไหลกลับของเลือดจาก anal cushions และเพิ่มแรงต่อเนื้อเยื่อบริเวณนี้ ขณะที่อุจจาระแข็งยังเพิ่มแรงเสียดสีและแรงกดต่อเนื้อเยื่อขณะขับถ่ายได้อีกด้วย ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดริดสีดวงจึงรวมถึง

  • การเบ่งขณะขับถ่าย
  • การนั่งบนโถส้วมนาน
  • ท้องผูกเรื้อรัง
  • ท้องเสียเรื้อรัง
  • รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย
  • อายุเพิ่มขึ้นและเนื้อเยื่อพยุงอ่อนแอลง
  • การตั้งครรภ์
  • การยกของหนักบ่อย ๆ

ทำไมริดสีดวงถึงมีเลือดออก?

เมื่อ anal cushions ขยายตัวและเลื่อนลง เนื้อเยื่อบริเวณผิวอาจถูกเสียดสีหรือบาดเจ็บขณะอุจจาระเคลื่อนผ่าน จึงสามารถเกิดเลือดออกได้ โดยอาการที่พบได้บ่อยของริดสีดวงภายในคือ เลือดสีแดงสดขณะหรือหลังถ่ายอุจจาระ

ป้องกันริดสีดวงได้อย่างไร?

เมื่อเข้าใจว่าการเบ่งและแรงกดบริเวณทวารมีส่วนทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนี้โป่งและเลื่อนตัว การป้องกันจึงเน้นที่ทำให้อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายง่าย และลดแรงเบ่ง โดยสามารถเริ่มจากพฤติกรรมเหล่านี้ 

  • กินอาหารที่มีใยอาหารให้เพียงพอ เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี ช่วยให้อุจจาระนิ่มและขับถ่ายง่ายขึ้น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยป้องกันอุจจาระแข็ง โดยเฉพาะเมื่อเพิ่มปริมาณใยอาหาร
  • ไม่กลั้นอุจจาระ เมื่อรู้สึกอยากถ่ายควรเข้าห้องน้ำ เพราะการกลั้นไว้นานอาจทำให้อุจจาระแข็งและถ่ายยากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการเบ่งแรง เพราะยิ่งเบ่งมาก แรงดันบริเวณทวารก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
  • ไม่ควรนั่งบนโถส้วมนานเกินไป หากยังไม่ปวดถ่าย ไม่จำเป็นต้องนั่งรอหรือพยายามเบ่ง
  • ดูแลปัญหาท้องผูก หากมีอุจจาระแข็งหรือถ่ายยากเป็นประจำ ควรแก้ปัญหาการขับถ่ายเพื่อลดการเบ่งซ้ำ ๆ

สรุป

ริดสีดวงทวารไม่ได้เกิดจากเส้นเลือดโป่งเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ anal cushions ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อปกติบริเวณทวารเกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งการอ่อนแอลงของเนื้อเยื่อพยุง การขยายและคั่งของเลือดภายในหลอดเลือด และการเลื่อนตัวของเนื้อเยื่อลงด้านล่าง เมื่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มากขึ้นจึงเกิดอาการ เช่น ถ่ายเป็นเลือด มีก้อนยื่น หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณทวาร การเข้าใจกลไกนี้จึงช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมการลดการเบ่ง ป้องกันอุจจาระแข็ง และไม่ใช้เวลาอยู่บนโถส้วมนานเกินไป จึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลริดสีดวงทวาร

คำถามที่พบบ่อย

Q: ริดสีดวงคือเส้นเลือดขอดที่ทวารใช่ไหม?
A: ไม่ใช่ทั้งหมด ริดสีดวงเกี่ยวข้องทั้งกับหลอดเลือดและการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อพยุง anal cushions ปัจจุบันแนวคิดที่อธิบายริดสีดวงว่าเป็นเพียงเส้นเลือดขอดถือว่าไม่ครอบคลุมกลไกของโรค

Q: ทุกคนมีริดสีดวงอยู่แล้วจริงไหม?
A: ทุกคนมี anal cushions ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อปกติบริเวณช่องทวาร แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเป็น “โรคริดสีดวง” โรคเกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อนี้ขยายหรือเลื่อนผิดปกติจนทำให้เกิดอาการ

Q: นั่งห้องน้ำนานทำให้เป็นริดสีดวงได้ไหม?
A: การนั่งบนโถส้วมนานเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สัมพันธ์กับริดสีดวง เพราะทำให้บริเวณทวารรับแรงและอาจรบกวนการไหลเวียนของเลือด โดยเฉพาะเมื่อมีการเบ่งร่วมด้วย

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Senolis Ointment (เซโนลิส ออยท์เมนท์)

Senolis Ointment

ทางเดินอาหาร

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top