CBC (Complete Blood Count) คือการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ซึ่งเป็นการตรวจเลือดพื้นฐานที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด สำหรับการประเมินภาวะโลหิตจาง ค่าที่สำคัญไม่ได้มีเพียง Hb แต่ยังมี Hct, RBC, MCV, MCH, MCHC และ RDW ซึ่งช่วยให้เห็นลักษณะของเม็ดเลือดแดงและเป็นเบาะแสในการค้นหาสาเหตุของโลหิตจางต่อไป
CBC ตรวจอะไรบ้าง?
CBC เป็นการตรวจที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเซลล์เม็ดเลือดหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
- เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cells) เกี่ยวข้องกับการนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย
- เม็ดเลือดขาว (White Blood Cells) เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน
- เกล็ดเลือด (Platelets) มีบทบาทในการห้ามเลือดและการแข็งตัวของเลือด
ถ้าจะดูโลหิตจางใน CBC ต้องดูค่าไหน?
สำหรับคนทั่วไป สามารถเริ่มจาก 7 ค่าหลัก ดังนี้
| ค่า | บอกอะไร |
|---|---|
| Hb | ปริมาณฮีโมโกลบินในเลือด เป็นค่าหลักที่ใช้ประเมินภาวะโลหิตจาง |
| Hct | สัดส่วนของปริมาตรเม็ดเลือดแดงต่อเลือดทั้งหมด |
| RBC | จำนวนเม็ดเลือดแดง |
| MCV | ขนาดเฉลี่ยของเม็ดเลือดแดง |
| MCH | ปริมาณฮีโมโกลบินเฉลี่ยในเม็ดเลือดแดง 1 เซลล์ |
| MCHC | ความเข้มข้นเฉลี่ยของฮีโมโกลบินภายในเม็ดเลือดแดง |
| RDW | บอกว่าเม็ดเลือดแดงมีขนาดแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด |
Hb ค่าหลักที่ใช้ดูภาวะโลหิตจาง
Hb (Hemoglobin) คือปริมาณฮีโมโกลบินในเลือด ฮีโมโกลบินเป็นโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่นำออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ หาก Hb ต่ำกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสมตามอายุ เพศ หรือช่วงการตั้งครรภ์ จะเข้าเกณฑ์ภาวะโลหิตจาง Hb ต่ำสามารถบอกว่ามีภาวะโลหิตจาง แต่ยังไม่บอกว่าเกิดจากอะไร ตัวอย่างเช่น Hb ต่ำอาจเกิดจาก
- ขาดธาตุเหล็ก
- ขาดวิตามิน B12 หรือโฟเลต
- เสียเลือด
- โรคไตหรือโรคเรื้อรัง
- ธาลัสซีเมีย
- เม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วกว่าปกติ
Hct บอกสัดส่วนของเม็ดเลือดแดง
Hct (Hematocrit) คือสัดส่วนของปริมาตรเม็ดเลือดแดงเมื่อเทียบกับปริมาตรเลือดทั้งหมด โดยรายงานเป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างเช่น Hct 40% หมายความว่า ในเลือดปริมาตรหนึ่งมีส่วนที่เป็นเม็ดเลือดแดงประมาณ 40% ในภาวะโลหิตจาง Hct มักลดลงร่วมกับ Hb แต่ Hct สามารถได้รับอิทธิพลจากปริมาณน้ำในร่างกายได้ จึงไม่ควรใช้ Hct เพียงค่าเดียวในการสรุปว่ามีโลหิตจางหรือหาสาเหตุของโรค
RBC คือจำนวนเม็ดเลือดแดง
RBC (Red Blood Cell Count) คือจำนวนเม็ดเลือดแดงที่ตรวจพบในปริมาตรเลือดหนึ่งหน่วย จุดที่หลายคนอาจสับสนคือ RBC ไม่ใช่ค่าเดียวกับ Hb คนที่มีภาวะโลหิตจางบางชนิดอาจไม่ได้มีจำนวนเม็ดเลือดแดงต่ำอย่างชัดเจนเสมอไป เพราะเม็ดเลือดแดงอาจมีขนาดหรือปริมาณฮีโมโกลบินภายในเซลล์แตกต่างจากปกติ งนั้นการดูเพียงว่า RBC สูงหรือต่ำจึงยังไม่เพียงพอ ต้องดู Hb และดัชนีเม็ดเลือดแดงอื่นร่วมด้วย
MCV ช่วยดูว่าเม็ดเลือดแดงเล็ก ปกติ หรือใหญ่
MCV (Mean Corpuscular Volume) คือค่าที่บอก ขนาดเฉลี่ยของเม็ดเลือดแดง และเป็นหนึ่งในค่าที่มีประโยชน์มากเมื่อเริ่มแยกสาเหตุของโลหิตจาง โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น
- MCV ต่ำ → เม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กกว่าปกติ
- MCV อยู่ในช่วงปกติ → เม็ดเลือดแดงมีขนาดเฉลี่ยปกติ
- MCV สูง → เม็ดเลือดแดงมีขนาดใหญ่กว่าปกติ
MCH และ MCHC ดูฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง
- MCH (Mean Corpuscular Hemoglobin) บอกปริมาณฮีโมโกลบินเฉลี่ยที่อยู่ในเม็ดเลือดแดงแต่ละเซลล์
- MCHC (Mean Corpuscular Hemoglobin Concentration) บอกความเข้มข้นเฉลี่ยของฮีโมโกลบินภายในเม็ดเลือดแดง
ในภาวะที่เม็ดเลือดแดงมีฮีโมโกลบินน้อย เช่น โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ค่าเหล่านี้อาจลดลงได้ แต่โดยทั่วไปต้องแปลผลร่วมกับ Hb และ MCV ไม่ควรใช้ MCH หรือ MCHC เพียงค่าเดียวสรุปสาเหตุ
RDW บอกว่าเม็ดเลือดแดงมีขนาดต่างกันมากแค่ไหน
RDW (Red Cell Distribution Width) เป็นค่าที่สะท้อนว่าเม็ดเลือดแดงในตัวอย่างเลือดมีขนาดใกล้เคียงกันหรือแตกต่างกันมากเพียงใด ถ้า RDW สูง หมายความว่าเม็ดเลือดแดงมีความหลากหลายของขนาดมากขึ้น ซึ่งสามารถพบได้ในภาวะโลหิตจางหลายชนิด แต่ RDW สูงไม่ได้แปลว่าขาดธาตุเหล็กเสมอไป จึงต้องดูร่วมกับ MCV, Hb และผลตรวจอื่น
ดู CBC แบบง่าย ๆ ควรเริ่มจากตรงไหน?
หากเปิดใบผลเลือดแล้วมีตัวเลขจำนวนมาก สามารถทำความเข้าใจเบื้องต้นเป็นลำดับได้ดังนี้
- ขั้นที่ 1 ดู Hb เพื่อดูว่าระดับฮีโมโกลบินต่ำกว่าเกณฑ์หรือไม่
- ขั้นที่ 2 ดู MCV หาก Hb ต่ำ ให้ดูต่อว่าเม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็ก ปกติ หรือใหญ่ ซึ่งช่วยแบ่งกลุ่มสาเหตุเบื้องต้น
- ขั้นที่ 3 ดู Hct, RBC, MCH, MCHC และ RDW ร่วมกัน ค่าเหล่านี้ช่วยให้เห็นรายละเอียดของเม็ดเลือดแดงมากขึ้น และช่วยประกอบการแยกสาเหตุ
- ขั้นที่ 4 ตรวจเพิ่มเติมตามสิ่งที่สงสัย เช่น หากสงสัยขาดธาตุเหล็ก อาจตรวจ Ferritin หรือการตรวจเกี่ยวกับธาตุเหล็กเพิ่มเติม หากสงสัยสาเหตุอื่นก็เลือกการตรวจให้เหมาะกับแต่ละกรณี
ดังนั้น CBC เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นในการหาสาเหตุ มากกว่าจะเป็นการตรวจเพียงครั้งเดียวแล้วตอบได้ว่าภาวะโลหิตจางเกิดจากอะไร

Ferritin อยู่ใน CBC หรือไม่?
การตรวจ CBC ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนและลักษณะของเซลล์เม็ดเลือด แต่ Ferritin เป็นการตรวจเลือดอีกชนิดหนึ่งที่ใช้ช่วยประเมินธาตุเหล็กสะสมในร่างกาย ดังนั้น คนที่ได้รับการตรวจ CBC ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการตรวจ Ferritin ไปพร้อมกันโดยอัตโนมัติ หาก CBC พบลักษณะที่สงสัยภาวะขาดธาตุเหล็ก หรือมีปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง จึงอาจพิจารณาตรวจ Ferritin เพิ่มเติมตามความเหมาะสม
สรุป
CBC เป็นการตรวจเลือดพื้นฐานที่มีประโยชน์ในการประเมินภาวะโลหิตจาง โดย Hb เป็นค่าหลักที่ใช้ดูว่ามีภาวะโลหิตจางหรือไม่ ส่วน Hct, RBC, MCV, MCH, MCHC และ RDW ช่วยบอกลักษณะของเม็ดเลือดแดงและเป็นเบาะแสในการค้นหาสาเหตุต่อ หาก Hb ต่ำ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การดูตัวเลขเพียงค่าเดียว แต่ควรดูค่าอื่นใน CBC ร่วมกัน และเลือกตรวจเพิ่มเติมตามสาเหตุที่สงสัย เช่น Ferritin เมื่อสงสัยภาวะขาดธาตุเหล็ก เพื่อให้การดูแลตรงกับต้นเหตุ
คำถามที่พบบ่อย
Q: ตรวจ CBC รู้เลยไหมว่าเป็นโลหิตจาง?
A: ค่า Hb ใน CBC เป็นค่าหลักที่ใช้ประเมินภาวะโลหิตจาง โดยต้องเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่เหมาะสมตามอายุ เพศ และการตั้งครรภ์ แต่ CBC เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่บอกสาเหตุของโลหิตจาง
Q: MCV ต่ำแปลว่าขาดธาตุเหล็กใช่ไหม?
A: ไม่เสมอไป การขาดธาตุเหล็กเป็นสาเหตุสำคัญของเม็ดเลือดแดงขนาดเล็ก แต่ภาวะอื่น เช่น ธาลัสซีเมีย ก็ทำให้ MCV ต่ำได้ จึงต้องดูผลตรวจอื่นร่วมด้วย
Q: CBC มีค่า Ferritin ไหม?
A: ไม่มี Ferritin เป็นการตรวจแยกจาก CBC และใช้ช่วยประเมินปริมาณธาตุเหล็กสะสมในร่างกาย
Q: Hb ปกติ แต่ MCV ต่ำได้ไหม?
A: ได้ ค่า Hb และ MCV บอกข้อมูลคนละด้าน จึงสามารถพบ MCV ต่ำในขณะที่ Hb ยังไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ได้ สาเหตุต้องพิจารณาจากค่าอื่นและข้อมูลสุขภาพร่วมกัน
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









