ตัวเลขที่พบได้บ่อยคือ Creatinine และ eGFR แต่การอ่านค่าไตอย่างถูกต้องไม่ควรดูตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพราะ Creatinine สามารถเปลี่ยนตามอายุ เพศ มวลกล้ามเนื้อ อาหาร และปัจจัยอื่น ส่วน eGFR เป็นเพียงค่าประมาณความสามารถในการกรองของไต นอกจากนี้ การประเมินโรคไตเรื้อรังยังควรดูอัลบูมินในปัสสาวะร่วมด้วย และผลผิดปกติครั้งเดียวไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคไตเรื้อรังทันที
Creatinine คืออะไร?
Creatinine เป็นของเสียที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญของกล้ามเนื้อและถูกกำจัดออกจากเลือดผ่านทางไต เมื่อความสามารถในการกรองของไตลดลง Creatinine ในเลือดจึงมีแนวโน้มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม Creatinine ไม่ใช่ตัววัดการทำงานของไตโดยตรง และไม่มี “ค่าปกติเดียว” ที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะระดับ Creatinine อาจแตกต่างกันตาม
- อายุ
- เพศ
- มวลกล้ามเนื้อ
- ขนาดร่างกาย
- การรับประทานเนื้อสัตว์ก่อนตรวจ
- การออกกำลังกายหนัก
- การใช้ Creatine supplement
- ยาบางชนิด
- ภาวะขาดน้ำหรือความเจ็บป่วยบางอย่าง
ตัวอย่างเช่น คนที่มีกล้ามเนื้อมากอาจมี Creatinine สูงกว่าคนทั่วไปโดยที่ไตยังทำงานได้ดี ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีกล้ามเนื้อน้อยอาจมี Creatinine อยู่ในช่วงที่ห้องปฏิบัติการระบุว่า “ปกติ” แต่ความสามารถในการกรองของไตอาจลดลงแล้ว
eGFR คืออะไร?
eGFR หรือ estimated Glomerular Filtration Rate คือค่าประมาณอัตราการกรองของไต โดยทั่วไปคำนวณจากค่า Creatinine ร่วมกับข้อมูล เช่น อายุและเพศ หน่วยที่ใช้คือ mL/min/1.73 m² หลักการอ่านง่าย ๆ คือ eGFR ยิ่งสูง โดยทั่วไปหมายถึงความสามารถในการกรองของไตยิ่งดี ในผู้ใหญ่ ค่า eGFR ตั้งแต่ประมาณ 90 mL/min/1.73 m² ขึ้นไป มักอยู่ในช่วงการทำงานของไตที่ปกติหรือสูง แต่ต้องพิจารณาร่วมกับอายุและหลักฐานอื่นของความเสียหายที่ไต เพราะ eGFR มีแนวโน้มลดลงตามอายุแม้ในผู้ที่ไม่มีโรคไต
ค่า eGFR เท่าไหร่ถือว่าปกติ?

แต่มีจุดสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดคือ eGFR 60–89 ไม่ได้หมายความว่าเป็น CKD หากเป็น G1 หรือ G2 ต้องมีหลักฐานอื่นว่ามีความเสียหายของไตร่วมด้วย เช่น albuminuria ความผิดปกติของปัสสาวะ ความผิดปกติทางโครงสร้าง หรือหลักฐานอื่นตามเกณฑ์ และความผิดปกติต้องคงอยู่อย่างน้อย 3 เดือนจึงเข้าเกณฑ์โรคไตเรื้อรัง ในทางกลับกัน ค่า eGFR ต่ำกว่า 60 ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวก็ยังไม่ควรรีบสรุปว่าเป็น CKD เพราะอาจเกิดจากภาวะเฉียบพลัน เช่น ขาดน้ำ การติดเชื้อ หรือไตบาดเจ็บเฉียบพลันได้
Creatinine ปกติ แต่ eGFR ต่ำ เป็นไปได้หรือไม่?
“เป็นไปได้” เพราะ eGFR นำค่า Creatinine ไปคำนวณร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น อายุและเพศ ผู้สูงอายุที่มีกล้ามเนื้อน้อยจึงอาจมี Creatinine ที่ดูไม่สูง แต่เมื่อคำนวณ eGFR แล้วกลับพบว่าความสามารถในการกรองของไตลดลง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมปัจจุบันจึงไม่แนะนำให้ดู Creatinine เพียงตัวเลขเดียว ในทางกลับกัน คนที่มีกล้ามเนื้อมาก ออกกำลังกายหนัก หรือรับประทาน Creatine supplement อาจมี Creatinine สูงและทำให้ eGFR ที่คำนวณจาก Creatinine ดูต่ำกว่าการทำงานของไตจริงได้ ในกรณีที่ Creatinine อาจไม่น่าเชื่อถือ แพทย์อาจพิจารณาตรวจ Cystatin C เพิ่มเติม โดยการคำนวณ eGFR จากทั้ง Creatinine และ Cystatin C สามารถช่วยเพิ่มความแม่นยำในบางสถานการณ์
อย่าดู eGFR อย่างเดียว ต้องดู UACR ด้วย
การประเมินสุขภาพไตในปัจจุบันไม่ได้ดูเพียงว่าไต “กรองได้เท่าไร” แต่ยังต้องดูว่าไตมีหลักฐานการบาดเจ็บหรือไม่ หนึ่งในการตรวจที่สำคัญคือ Urine Albumin-to-Creatinine Ratio หรือ UACR ซึ่งตรวจปริมาณอัลบูมินที่รั่วออกมาในปัสสาวะ โดยทั่วไปแบ่งเป็น
| ระดับ Albuminuria | UACR | ความหมาย |
|---|---|---|
| A1 | <30 mg/g | ปกติถึงเพิ่มเล็กน้อย |
| A2 | 30–300 mg/g | เพิ่มปานกลาง |
| A3 | >300 mg/g | เพิ่มมาก |
ดังนั้น คนที่มี eGFR มากกว่า 60 ก็อาจมี CKD ได้ หากมี albuminuria หรือหลักฐานความเสียหายของไตที่คงอยู่เป็นเวลานาน ในทางกลับกัน การพบ UACR สูงครั้งเดียวก็ยังควรได้รับการยืนยัน เพราะการออกกำลังกายหนัก การติดเชื้อ หรือปัจจัยชั่วคราวบางอย่างสามารถทำให้ albuminuria เพิ่มขึ้นได้
ผลค่าไตเปลี่ยนจากครั้งก่อน ต้องกังวลหรือไม่?
การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของ eGFR อาจเกิดขึ้นได้จากความแปรปรวนทางชีวภาพและสภาวะของร่างกายในวันที่ตรวจ จึงควรดู แนวโน้มของค่าไตหลายครั้ง มากกว่าตัดสินจากผลเพียงครั้งเดียว KDIGO ระบุว่า ในผู้ที่มี CKD อยู่แล้ว หาก eGFR เปลี่ยนลดลงมากกว่า 20% จากการตรวจครั้งก่อน ถือว่าเกินกว่าความแปรปรวนที่คาดไว้และควรได้รับการประเมินหาสาเหตุเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้วินิจฉัยด้วยตนเอง เพราะต้องพิจารณาร่วมกับภาวะขาดน้ำ การใช้ยา การติดเชื้อ ความดันโลหิต และบริบททางคลินิกอื่น
ก่อนตรวจค่าไต มีอะไรทำให้ Creatinine สูงชั่วคราวได้บ้าง?
ปัจจัยบางอย่างอาจทำให้ Creatinine สูงขึ้นโดยไม่ได้หมายความว่าไตเสื่อมลงจริง เช่น
- ออกกำลังกายหนักก่อนตรวจ
- มวลกล้ามเนื้อสูง
- รับประทานเนื้อปรุงสุกปริมาณมาก
- ใช้ Creatine supplement
- ขาดน้ำ
- ยาบางชนิด
- มีความเจ็บป่วยเฉียบพลัน
หากผลตรวจผิดปกติ แพทย์จึงอาจสอบถามปัจจัยเหล่านี้และพิจารณาตรวจซ้ำตามความเหมาะสม
ถ้าค่าไตผิดปกติ ควรดูแลอย่างไร?
การดูแลขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความผิดปกติ โดยหลักทั่วไปอาจประกอบด้วย
- ควบคุมความดันโลหิต
- ควบคุมน้ำตาลในเลือดหากเป็นเบาหวาน
- ลดการบริโภคโซเดียม
- หลีกเลี่ยงการใช้ NSAIDs โดยไม่จำเป็น
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยา สมุนไพร และอาหารเสริมทั้งหมด
- ตรวจติดตาม eGFR และ UACR ตามระดับความเสี่ยง
- รักษาโรคที่เป็นสาเหตุของความผิดปกติของไต
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรพยายามทำให้ Creatinine ลดลงด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งเพียงเพื่อให้ตัวเลขดีขึ้น แต่ควรมุ่งรักษาสาเหตุที่ทำให้ไตได้รับความเสียหายและชะลอการสูญเสียการทำงานของไตในระยะยาว
สรุป
ค่าไตไม่ควรอ่านจาก Creatinine เพียงตัวเดียว เพราะระดับ Creatinine แตกต่างกันตามอายุ เพศ มวลกล้ามเนื้อ อาหารและปัจจัยอื่น eGFR จึงถูกนำมาใช้เพื่อประมาณความสามารถในการกรองของไต โดยค่า ≥90 มักอยู่ในช่วงปกติหรือสูง แต่ต้องพิจารณาอายุและหลักฐานความเสียหายของไตร่วมด้วย การประเมิน CKD ที่ครบถ้วนควรดูทั้ง eGFR และ UACR และผลผิดปกติครั้งเดียวไม่ได้ยืนยันโรคไตเรื้อรัง เพราะเกณฑ์ CKD ต้องแสดงความผิดปกติที่คงอยู่อย่างน้อย 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อย
Q: eGFR 90 แปลว่าไตปกติแน่นอนหรือไม่?
A: ไม่เสมอไป แม้ eGFR ≥90 จะจัดอยู่ใน G1 แต่ผู้ป่วยยังอาจมีโรคไตได้หากมีหลักฐานความเสียหายของไต เช่น albuminuria ที่คงอยู่อย่างต่อเนื่อง
Q: eGFR 60–89 เป็นไตเสื่อมหรือไม่?
A: ไม่จำเป็น หากไม่มีหลักฐานอื่นของความเสียหายที่ไต ค่า eGFR ในช่วงนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เข้าเกณฑ์ CKD โดยอัตโนมัติ
Q: Creatinine สูง แปลว่าไตเสื่อมใช่หรือไม่?
A: ไม่เสมอไป Creatinine สูงได้จากกล้ามเนื้อมาก การออกกำลังกายหนัก การรับประทานเนื้อหรือ Creatine supplement รวมถึงปัจจัยอื่น จึงต้องประเมินร่วมกับ eGFR ประวัติ และผลตรวจอื่น
Q: Creatinine ปกติ แปลว่าไม่มีโรคไตใช่หรือไม่?
A: ไม่ใช่ ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีกล้ามเนื้อน้อยอาจมี Creatinine ที่ดูปกติแม้การทำงานของไตลดลงแล้ว การประเมิน eGFR และ UACR จึงสำคัญกว่าใช้ Creatinine เพียงอย่างเดียว
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









