ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B โดยทั่วไปมักมีอาการดีขึ้นภายในประมาณ 5–7 วัน แต่อาการบางอย่าง เช่น ไอ อ่อนเพลีย หรือเจ็บคอ อาจคงอยู่ต่อได้อีกระยะหนึ่ง
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B คืออะไร?
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่สามารถทำให้เกิดอาการ เช่น
- ไข้
- ปวดเมื่อย
- ไอ
- เจ็บคอ
- อ่อนเพลีย
อาการอาจคล้ายกับสายพันธุ์ A แต่ความรุนแรงและระยะเวลาการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันในแต่ละคน
อ่านเพิ่มเติม: ไข้หวัดใหญ่คืออะไร
ระยะเวลาของอาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B
วันที่ 1–2
- ไข้
- ปวดเมื่อย
- อ่อนเพลีย
- ปวดศีรษะ
วันที่ 3–5
- ไข้ลดลง
- ปวดเมื่อยน้อยลง
- เริ่มมีไอหรือเจ็บคอ
วันที่ 5–7
- อาการโดยรวมมักดีขึ้น
- เริ่มกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ได้
- รับประทานอาหารได้มากขึ้น
- บางคนอาจยังมีอาการไอ เจ็บคอ อ่อนเพลียเล็กน้อย
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ต่างจากสายพันธุ์ A ไหม?
อาการของสายพันธุ์ A และ B มีความคล้ายกันหลายอย่าง แต่ในบางคน ความรุนแรง ระยะเวลาการฟื้นตัว และอาการร่วมอาจแตกต่างกันได้ ระยะเวลาการหายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- อายุ
- สุขภาพร่างกาย
- การพักผ่อน
- การดูแลตัวเอง
เด็กเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B กี่วันหาย?
เด็กส่วนใหญ่มักมีอาการดีขึ้นภายในประมาณ 5–7 วัน แต่บางรายอาจยังมีอาการไอหรืออ่อนเพลียต่ออีกระยะหนึ่ง ผู้ปกครองควรสังเกตอาการ
- ซึมลง
- หายใจเร็ว
- รับประทานอาหารได้น้อย
อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์?
- ไข้สูงต่อเนื่อง
- หายใจลำบาก
- อาการไม่ดีขึ้น
- อ่อนเพลียมากผิดปกติ
ทำอย่างไรให้อาการดีขึ้นเร็วขึ้น?
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ดื่มน้ำมาก
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- ใช้ยาบรรเทาอาการตามความเหมาะสม
อ่านเพิ่มเติม: ไข้หวัดใหญ่ กินยาอะไรดี
สรุป
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ส่วนใหญ่มักดีขึ้นภายในประมาณ 5–7 วัน แต่บางอาการ เช่น ไอ เจ็บคอ หรืออ่อนเพลีย อาจคงอยู่ต่อได้อีกระยะหนึ่ง การพักผ่อนและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย
แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









