มะเร็งปอดเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั่วโลก ในปี 2022 ประเทศจีนพบว่ามะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่มีอัตราการเกิดสูงที่สุด และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งจากโรคมะเร็ง การรักษามะเร็งปอดในปัจจุบันมักใช้แนวทางแบบผสมผสาน (multidisciplinary treatment) ซึ่งอาจรวมหลายวิธีร่วมกัน เช่น การผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) การรักษาประคับประคอง ใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริมเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกาย ลดผลข้างเคียงจากการรักษาสนับสนุนประสิทธิภาพของการรักษาหลัก และช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
ข้อมูลผู้ป่วย
ผู้ป่วยหญิง อายุ 68 ปี
ประวัติการรักษาก่อนหน้า
- ผู้ป่วยตรวจสุขภาพวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2022 พบเงาก้อนที่ปอดซ้าย
- วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2022 ตรวจเพิ่มเติมด้วย PET-CT พบว่ากลีบบนปอดซ้ายบริเวณส่วนยอดด้านหลัง พบก้อนเนื้อเยื่ออ่อนขนาด 58 × 26.5 มม.
- การเผาผลาญ FDG สูงผิดปกติ จึงสงสัยว่าเป็นรอยโรคชนิดร้าย
- พบปุ่มขนาดเล็กหลายตำแหน่งในปอดทั้งสองข้าง
- ปอดอักเสบเล็กน้อย
- ไขมันพอกตับเล็กน้อย
- นิ่วในไตและถุงน้ำดี
- กระดูกสันหลังเสื่อม
- หลังประเมินแล้วจึงทำผ่าตัดแบบส่องกล้องทรวงอก (VATS) + การเลาะต่อมน้ำเหลือง
การวินิจฉัย
- ผู้ป่วยเป็นมะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมาแบบลุกลาม (Invasive adenocarcinoma)
- พบการกระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองบางตำแหน่งบริเวณทรวงอก
- มีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR L858R สามารถเลือกใช้การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งหลังการผ่าตัด
แผนการรักษา
- ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2022 ภายใต้การดมยาสลบโดยทำ
- VATS ผ่าตัดรักษากลีบบนปอดซ้ายแบบถอนราก
- การเลาะต่อมน้ำเหลือง
- การจี้ทำลายเยื่อหุ้มปอด (pleural cauterization/ablation)
- การรักษาเสริมหลังผ่าตัด
- ใช้ยา Osimertinib เป็นการรักษาแบบมุ่งเป้า
- ใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม
- ตรวจ CT ทรวงอก และตัวชี้วัดมะเร็งทุก ๆ 2 เดือน
การประเมินผลการรักษา
- ค่า CEA (ตัวชี้วัดมะเร็ง) อยู่ในช่วงปกติอย่างต่อเนื่อง
- ตรวจ CT ทรวงอกพบว่าขนาดและรูปร่างของก้อนหรือปุ่มในปอดที่เหลือไม่พบการลุกลามหรือพัฒนาเพิ่มขึ้น
สรุปกรณีศึกษา
ผู้ป่วยตรวจสุขภาพและพบก้อนในปอดซ้าย หลังจากตรวจเพิ่มเติมด้วย PET-CT แพทย์สงสัยว่าเป็นมะเร็งปอด จึงทำการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งและต่อมน้ำเหลืองบางส่วนออกเพื่อตรวจยืนยัน ผลตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมา และมีการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบางตำแหน่ง
หลังการผ่าตัดผู้ป่วยได้รับยามุ่งเป้า (Targeted therapy) ร่วมกับตำรับยาสมุนไพรจีนและมีการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอด้วยการตรวจเลือดและการตรวจ CT ปอด
ผลการติดตามตั้งแต่ปี 2022 พบว่าค่าตัวบ่งชี้มะเร็งอยู่ในช่วงปกติ และก้อนที่เหลือในปอดไม่พบการลุกลามหรือเพิ่มขนาด แสดงว่าการรักษาสามารถควบคุมโรคได้ และผู้ป่วยยังคงติดตามการรักษากับแพทย์อย่างต่อเนื่อง
โดยสรุปการรักษาแบบผสมผสานระหว่างการผ่าตัด ยามุ่งเป้า และตำรับยาสมุนไพรจีน สามารถช่วยควบคุมโรคและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างการรักษา
ข้อความสำคัญสำหรับผู้ป่วยและญาติ
- มะเร็งปอดสามารถรักษาได้หลายวิธี เช่น การผ่าตัด การใช้ยามุ่งเป้า และการรักษาอื่นๆตามความเหมาะสมของระยะโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วย
- การรักษาแบบผสมผสานระหว่างการแพทย์สมัยใหม่กับตำรับยาสมุนไพรจีนช่วยเสริมประสิทธิภาพการรักษา ช่วยควบคุมโรค และช่วยลดอาการไม่สบายบางอย่างของผู้ป่วย
- การตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจเลือดเพื่อดูค่าตัวบ่งชี้มะเร็ง และการตรวจภาพปอดด้วย CT เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อประเมินผลการรักษาและติดตามการเปลี่ยนแปลงของโรค
- ผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อช่วยสนับสนุนผลการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- หากมีอาการผิดปกติ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรักษาควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลโดยตรงเสมอ ไม่ควรปรับหรือหยุดการรักษาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และเป็นตัวอย่างกรณีศึกษา ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลได้หากท่านหรือญาติมีคำถามเกี่ยวกับแนวทางรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเสมอ







