มะเร็งปอดเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยและมีอัตราการเสียชีวิตสูงทั่วโลก มะเร็งปอดชนิดรอบนอก (Peripheral lung cancer) เป็นมะเร็งที่เกิดจากบริเวณหลอดลมส่วนปลายของปอด และมักพบชนิด Adenocarcinoma (มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ต่อมหรือเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างสารคัดหลั่ง)ได้บ่อย ในระยะแรกของโรคผู้ป่วยมักไม่มีอาการชัดเจน แต่เมื่อโรคดำเนินไปอาจเกิดอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรืออาการที่เกิดจากการแพร่กระจายของมะเร็ง
แม้ว่าปัจจุบันการรักษามะเร็งปอดจะมีความก้าวหน้ามากขึ้น แต่อาการไม่พึงประสงค์จากการรักษา เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือร่างกายอ่อนแรงยังคงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วย จึงมีการนำตำรับยาสมุนไพรจีนมาใช้ร่วมกับการรักษามาตรฐานเพื่อช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษา และช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
ข้อมูลผู้ป่วย
- ผู้ป่วยหญิง อายุ 72 ปี
- เข้ารับการรักษาด้วยอาการหายใจหอบและเหนื่อยมากขึ้นเมื่อทำกิจกรรม
การตรวจเพิ่มเติม
1. การตรวจ CT ทรวงอกและช่องท้อง
- พบก้อนที่ปอดขวากลีบล่างด้านหลัง สงสัยว่าเป็นมะเร็งปอดชนิดส่วนปลายและอาจต้องทำการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อยืนยัน
- พบหลอดลมโป่งพองหลายตำแหน่งในปอดทั้งสองข้าง ร่วมกับการอักเสบเรื้อรัง
- พบต่อมน้ำเหลืองขนาดเล็กหลายตำแหน่งในช่องกลางทรวงอก
- พบถุงน้ำในตับหลายตำแหน่งและถุงน้ำขนาดเล็กในไตขวา
2. การเจาะชิ้นเนื้อปอด (Lung biopsy)
- ลักษณะของเนื้อเยื่อสอดคล้องกับมะเร็งปอดชนิด Squamous cell carcinoma ซึ่งเป็นมะเร็งปอดชนิดหนึ่ง
- ผลการตรวจทางภูมิคุ้มกันเนื้อเยื่อพบค่า เช่น P63 (+), P40 (+), CK5/6 (+) และ Ki67 70% (+) ซึ่งผลตรวจเหล่านี้ช่วยยืนยันชนิดของเซลล์มะเร็ง
3. การตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ
ผลตรวจพบว่า EF = 46% ซึ่งค่าดังกล่าวแสดงว่าการทำงานของหัวใจลดลงเล็กน้อย
การวินิจฉัย
มะเร็งปอดชนิดสความัสเซลล์ (squamous cell carcinoma) บริเวณปอดขวาส่วนล่างชนิดส่วนปลาย (peripheral type) มีการแยกตัวของเซลล์ระดับปานกลางถึงต่ำ
แผนการรักษาและการประเมินผล
1. การรักษาในระยะแรก
- เนื่องจากผู้ป่วยมีการทำงานของหัวใจไม่ดีจึงไม่เหมาะสมต่อการผ่าตัด แพทย์จึงเลือกการรักษาด้วยการฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัดชนิดรับประทาน 27 มีนาคม 2023 ผู้ป่วยได้รับการฉายรังสีรักษาไปยังตำแหน่งก้อนมะเร็งในปอด ปริมาณรังสีรวม PGTV 6600 cGy 33 ครั้ง พร้อมกับการรักษาประคับประคอง เช่น การให้ยาต้านการติดเชื้อ การให้ยาขยายหลอดลมเพื่อลดอาการหอบ
- หลังการฉายรังสีอาการของผู้ป่วยดีขึ้นและสามารถกลับบ้านได้
2. การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดชนิดรับประทาน
- หลังจากออกจากโรงพยาบาลผู้ป่วยได้รับยา Afatinib 30 mg วันละครั้ง
- แต่หลังรับประทานยาประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยเกิดอาการข้างเคียง ได้แก่ ผื่นที่ผิวหนัง แผลในช่องปาก และท้องเสียจึงหยุดยา และรักษาตามอาการจนดีขึ้น
3. การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม
- มีนาคม 2024 ผู้ป่วยมีอาการหลายอย่าง เช่น อ่อนเพลีย ไอ มีเสมหะเหนียว หายใจหอบ โดยเฉพาะเวลาทำกิจกรรมจะมีอาการแน่นหน้าอก เบื่ออาหาร และนอนหลับไม่ดี
- 12 เมษายน ผู้ป่วยเริ่มรับประทานตำรับยาสมุนไพรจีนขนาดครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังใช้ยาพบว่าสภาพจิตใจดีขึ้น อาการอ่อนเพลียลดลง และความอยากอาหารดีขึ้น หลังจากใช้ต่อเนื่อง 2 เดือนน้ำหนักของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 กิโลกรัม
สรุปกรณีศึกษา
ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยอาการหายใจหอบและเหนื่อยมากขึ้นเวลาทำกิจกรรม หลังจากตรวจเพิ่มเติมด้วย CT ทรวงอก พบก้อนที่ปอดขวากลีบล่าง และผลการตรวจชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็นมะเร็งปอดชนิด Squamous cell carcinoma ซึ่งเป็นมะเร็งปอดชนิดหนึ่ง เนื่องจากผู้ป่วยมีการทำงานของหัวใจไม่ดีจึงไม่เหมาะกับการผ่าตัด แพทย์จึงเลือกการรักษาด้วยการฉายรังสีร่วมกับการรักษาประคับประคอง หลังการรักษาอาการของผู้ป่วยดีขึ้นในช่วงแรกแต่ต่อมามีอาการ อ่อนเพลีย ไอ มีเสมหะ หายใจหอบ และเบื่ออาหารจึงเริ่มใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม หลังใช้ยาอาการของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างชัดเจนทั้งความอยากอาหาร สภาพร่างกาย และสภาพจิตใจดีขึ้น และหลังใช้ต่อเนื่องประมาณ 2 เดือน น้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 กิโลกรัม กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานอาจช่วยบรรเทาอาการไม่พึงประสงค์จากการรักษามะเร็ง และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างการรักษา
ข้อความสำคัญสำหรับผู้ป่วยและญาติ
- ผู้ป่วยมะเร็งปอดบางรายอาจไม่สามารถผ่าตัดได้แต่ยังสามารถรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น การฉายรังสี การใช้ยา หรือการรักษาประคับประคอง เพื่อช่วยควบคุมโรคได้
- ผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็ง เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือไอ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ และควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
- การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานสามารถช่วยบรรเทาอาการบางอย่างและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- การติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ และการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์มีความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และเป็นตัวอย่างกรณีศึกษา ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลได้หากท่านหรือญาติมีคำถามเกี่ยวกับแนวทางรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเสมอ






