หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ป้องกันต่อมลูกหมากโตได้ไหม? ผู้ชายควรเริ่มดูแลตัวเองอย่างไร

ป้องกันต่อมลูกหมากโตได้ไหม? ผู้ชายควรเริ่มดูแลตัวเองอย่างไร

ป้องกันต่อมลูกหมากโตได้ไหม? ผู้ชายควรดูแลตัวเองอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงของต่อมลูกหมากมีความสัมพันธ์กับอายุและปัจจัยภายในร่างกายที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ผู้ชายอายุต่ำกว่า 40 ปีพบอาการ BPH ได้น้อย แต่โอกาสพบอาการเพิ่มขึ้นตามอายุ ดังนั้น การดูแลตัวเองไม่ได้หมายถึงทำให้ต่อมลูกหมาก “ไม่โตตลอดชีวิต” แต่ควรเน้น ดูแลสุขภาพโดยรวม ลดปัจจัยที่ทำให้อาการปัสสาวะรบกวน และสังเกตความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ได้รับการประเมินและรักษาเมื่อจำเป็น

ทำไมต่อมลูกหมากโตจึงป้องกันได้ยาก? 

ต่อมลูกหมากของผู้ชายมีการเปลี่ยนแปลงตามอายุ และ BPH พบได้มากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่น ประวัติครอบครัว ขณะที่โรคประจำตัวและปัจจัยด้านการใช้ชีวิตบางอย่างอาจสัมพันธ์กับโอกาสเกิด BPH แต่ไม่ได้หมายความว่าการควบคุมปัจจัยเหล่านั้นจะสามารถป้องกัน BPH ได้ทั้งหมด 

ผู้ชายควรดูแลตัวเองอย่างไร?

แม้จะยังไม่มีวิธีป้องกัน BPH โดยตรง แต่การดูแลตัวเองยังมีความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีอาการทางเดินปัสสาวะ 

1. รู้จักอาการผิดปกติของการปัสสาวะ

สิ่งที่ผู้ชายควรทำไม่ใช่รอให้ “ต่อมลูกหมากโตมาก” แต่คือรู้ว่าอาการแบบไหนเริ่มผิดปกติ อาการที่ควรสังเกต เช่น

  • ปัสสาวะไหลเบาหรือไม่พุ่งเหมือนเดิม
  • ต้องรอกว่าจะเริ่มปัสสาวะ
  • ปัสสาวะสะดุด
  • รู้สึกปัสสาวะไม่สุด
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • ปวดปัสสาวะแล้วต้องรีบเข้าห้องน้ำ
  • ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะกลางคืนบ่อยขึ้น

อ่านเพิ่มเติม: อาการต่อมลูกหมากโต มีอะไรบ้าง?

2. อย่ารอให้อาการหนักก่อนตรวจ

ผู้ชายบางคนมีอาการปัสสาวะผิดปกติเป็นเวลานาน แต่คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของอายุ จึงไม่ได้ตรวจหาสาเหตุ ความจริงคือ อายุเพิ่มขึ้นทำให้ BPH พบได้บ่อยขึ้น แต่ปัสสาวะผิดปกติไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุ

อ่านเพิ่มเติม: ต่อมลูกหมากโตตรวจอย่างไร? ต้องตรวจ PSA หรือไม่?

3. ปรับการดื่มน้ำให้เหมาะกับอาการ

หากมีปัญหาปัสสาวะบ่อยหรือตื่นปัสสาวะกลางคืน สามารถปรับเวลาการดื่ม เช่น ลดการดื่มปริมาณมากในช่วงก่อนเข้านอน หรือก่อนเดินทางไกล โดยยังต้องได้รับน้ำอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ หรือได้รับคำแนะนำเรื่องการจำกัดน้ำอยู่แล้ว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของแพทย์

4. สังเกตคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ 

กาแฟ ชา เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และแอลกอฮอล์ ไม่ได้หมายความว่าดื่มแล้วจะทำให้ต่อมลูกหมากโตขึ้นทันที เครื่องดื่มเหล่านี้อาจเพิ่มปริมาณปัสสาวะหรือกระตุ้นกระเพาะปัสสาวะ ทำให้บางคนมีอาการปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะ หรือปัสสาวะกลางคืนมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม: ต่อมลูกหมากโตห้ามกินอะไร? สิ่งที่อาจกระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น

5. ดูแลไม่ให้ท้องผูก

ท้องผูกไม่ได้ทำให้ต่อมลูกหมากโต การดูแลภาวะท้องผูกเป็นส่วนหนึ่งของการปรับพฤติกรรมสำหรับผู้ชายที่มี LUTS จึงควรกินอาหารที่มีใยอาหารอย่างเหมาะสม เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี พร้อมดื่มน้ำตามความเหมาะสม เพื่อช่วยให้ขับถ่ายสม่ำเสมอ

6. ออกกำลังกายและดูแลสุขภาพโดยรวม

การออกกำลังกายเป็นประจำมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวม แนะนำการออกกำลังกายสม่ำเสมอร่วมกับการรับประทานอาหารที่สมดุลสำหรับผู้ชายที่ดูแลอาการ BPE ประโยชน์สำคัญคือช่วยดูแลน้ำหนัก ระบบหัวใจและหลอดเลือด สุขภาพเมตาบอลิก การเคลื่อนไหวร่างกาย และสุขภาพโดยรวม ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

7. ทบทวนยาที่ใช้อยู่ หากอาการปัสสาวะเปลี่ยนไป

ยาบางชนิดสามารถมีผลต่อการปัสสาวะได้ เช่น ยาขับปัสสาวะทำให้ปัสสาวะมากขึ้น ขณะที่ยาบางชนิดที่ใช้แก้หวัดหรือภูมิแพ้อาจทำให้อาการปัสสาวะลำบากขึ้นในผู้ชายบางราย ไม่ควรหยุดยาประจำด้วยตัวเอง หากสงสัยว่ายามีผลต่ออาการ ควรนำรายชื่อยาไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อพิจารณาว่าสามารถปรับชนิดยา เวลารับประทาน หรือวิธีใช้ได้หรือไม่

ผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไปต้องตรวจต่อมลูกหมากทุกคนไหม?

ไม่ควรใช้เพียงตัวเลขอายุ 50 ปีแล้วสรุปว่า ผู้ชายทุกคนต้องตรวจแบบเดียวกัน สิ่งสำคัญคืออายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ BPH พบได้บ่อยขึ้น ผู้ชายจึงควรรู้จักอาการทางเดินปัสสาวะและแจ้งแพทย์หากเริ่มมีความผิดปกติ

สรุป

ต่อมลูกหมากโตยังไม่มีวิธีป้องกันได้ 100% และไม่ควรเชื่อว่าอาหาร อาหารเสริม หรือพฤติกรรมชนิดใดชนิดหนึ่งสามารถรับประกันว่าจะไม่เกิด BPH ได้ สิ่งที่ผู้ชายทำได้คือดูแลสุขภาพโดยรวม รู้จักอาการปัสสาวะผิดปกติ ปรับพฤติกรรมที่กระตุ้นอาการ และติดตามความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น หากอาการยังไม่รบกวนมาก ผู้ป่วยบางรายสามารถใช้การติดตามอาการร่วมกับการดูแลตัวเองได้ แต่หากอาการแย่ลงหรือเริ่มมีภาวะแทรกซ้อน ควรประเมินเพื่อปรับแนวทางการรักษาให้เหมาะสม 

คำถามที่พบบ่อย

Q: ต่อมลูกหมากโตป้องกันได้ไหม?

A: ปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถป้องกัน BPH ได้แน่นอน อายุเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งที่ทำได้คือดูแลสุขภาพ สังเกตอาการ และรับการประเมินเมื่อเริ่มมีความผิดปกติ

Q: กินมะเขือเทศป้องกันต่อมลูกหมากโตได้ไหม?

A: ไม่พบว่าอาหารหรือโภชนาการชนิดใดมีบทบาทในการป้องกันปัญหาต่อมลูกหมากโดยตรง แต่มะเขือเทศสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุลได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะบอกว่าการกินมะเขือเทศสามารถป้องกัน BPH ได้

Q: ออกกำลังกายช่วยป้องกันต่อมลูกหมากโตไหม?

A: การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมและเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพผู้ชาย แต่ไม่ควรกล่าวว่าการออกกำลังกายสามารถรับประกันว่าจะไม่เกิด BPH

Q: ถ้าเริ่มปัสสาวะไม่พุ่ง ควรรอดูไปก่อนหรือไม่?

A: อาการปัสสาวะไม่พุ่งสามารถพบใน BPH ได้ แต่ยังเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน หากเป็นต่อเนื่องหรืออาการเพิ่มขึ้นควรได้รับการประเมิน ไม่ควรวินิจฉัยว่าเป็นต่อมลูกหมากโตด้วยตัวเอง

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

โอนี่แคป (Onycap)

โอนี่แคป

สุขภาพเพศชาย

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top