หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ต่อมลูกหมากโตตรวจอย่างไร? ต้องตรวจ PSA หรือไม่?

ต่อมลูกหมากโตตรวจอย่างไร? ต้องตรวจ PSA หรือไม่?

ต่อมลูกหมากโตตรวจอย่างไร? ต้องตรวจ PSA หรือไม่?

การตรวจต่อมลูกหมากโตไม่ได้มีเพียงการตรวจ PSA หรือการตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก แต่แพทย์จะเริ่มจากประเมินอาการ ประวัติสุขภาพ ตรวจร่างกาย และตรวจปัสสาวะก่อน แล้วจึงเลือกการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละคน

อาการแบบไหน ที่สงสัยต่อมลูกหมากโต?

  • ปัสสาวะไม่พุ่งหรือสายปัสสาวะอ่อนลง
  • ปัสสาวะไหลสะดุด
  • ต้องรอกว่าปัสสาวะจะเริ่มออก
  • ต้องออกแรงเบ่ง
  • รู้สึกปัสสาวะไม่สุด
  • ปัสสาวะบ่อย
  • ปวดปัสสาวะทันทีและกลั้นยาก
  • ต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน

อ่านเพิ่มเติม: อาการต่อมลูกหมากโต มีอะไรบ้าง?

แบบประเมินอาการ IPSS คืออะไร?

แบบสอบถามเพื่อประเมินความรุนแรงของอาการปัสสาวะ หรือที่เรียกว่า International Prostate Symptom Score (IPSS) คำถามจะเกี่ยวกับอาการในช่วงที่ผ่านมา เช่น

  • ปัสสาวะไม่สุด
  • ปัสสาวะบ่อย
  • ปัสสาวะสะดุด
  • กลั้นปัสสาวะลำบาก
  • สายปัสสาวะอ่อน
  • ต้องเบ่ง
  • ตื่นปัสสาวะกลางคืน

คะแนนที่ได้ช่วยให้แพทย์เห็นว่าอาการอยู่ในระดับน้อย ปานกลาง หรือมาก และใช้ติดตามว่าอาการเปลี่ยนแปลงหลังการรักษาหรือไม่

ตรวจปัสสาวะ ทำไมถึงจำเป็น?

การตรวจปัสสาวะเป็นหนึ่งในการตรวจพื้นฐานที่มีประโยชน์ เพราะอาการปัสสาวะผิดปกติไม่ได้เกิดจากต่อมลูกหมากโตเพียงอย่างเดียว การตรวจช่วยค้นหาความผิดปกติบางอย่าง เช่น

  • เลือดในปัสสาวะ
  • สัญญาณของการติดเชื้อ
  • น้ำตาลในปัสสาวะ
  • ความผิดปกติอื่นที่อาจต้องตรวจต่อ

ตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก

การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก หรือ Digital Rectal Examination: DRE เป็นการที่แพทย์ใช้นิ้วที่สวมถุงมือและสารหล่อลื่นตรวจผ่านทางทวารหนัก เพื่อคลำด้านหลังของต่อมลูกหมาก การตรวจใช้เวลาไม่นาน และช่วยประเมินข้อมูลเบื้องต้น เช่น

  • ขนาดโดยประมาณของต่อมลูกหมาก
  • รูปร่างและความสม่ำเสมอ
  • ความแข็งของเนื้อเยื่อ
  • ความผิดปกติที่อาจต้องตรวจเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม DRE ไม่สามารถบอกขนาดต่อมลูกหมากได้แม่นยำเท่าการตรวจด้วยภาพ และไม่สามารถใช้เพียงอย่างเดียวเพื่อยืนยันหรือแยกมะเร็งต่อมลูกหมากได้

ตรวจ PSA คืออะไร?

PSA หรือ Prostate-Specific Antigen เป็นโปรตีนที่สร้างจากเซลล์ของต่อมลูกหมาก สามารถตรวจระดับได้จากเลือด เมื่อเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากมีการเปลี่ยนแปลง ระดับ PSA อาจสูงขึ้นได้ ซึ่ง PSA สามารถสูงขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • ต่อมลูกหมากโต
  • ต่อมลูกหมากอักเสบ
  • การติดเชื้อหรือความผิดปกติบางอย่าง
  • มะเร็งต่อมลูกหมาก
  • ปัจจัยอื่นที่อาจมีผลต่อค่า PSA

ดังนั้น PSA เป็นข้อมูลหนึ่งที่แพทย์ใช้ประกอบการประเมิน ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายว่าเป็นโรคอะไร

ตรวจปัสสาวะค้างหลังถ่าย หรือ PVR

การตรวจนี้เรียกว่า Post-void Residual หรือ PVR โดยทั่วไปจะให้ผู้ป่วยปัสสาวะก่อน แล้วจึงตรวจปริมาณปัสสาวะที่ยังเหลืออยู่ด้วยอัลตราซาวด์ ซึ่งจะช่วยประเมินว่ากระเพาะปัสสาวะระบายปัสสาวะออกได้ดีเพียงใด แต่ PVR สูงไม่ได้แปลว่าต่อมลูกหมากโตเป็นสาเหตุเสมอไป เพราะปัสสาวะค้างอาจเกิดจากการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ หรือกระเพาะปัสสาวะบีบตัวได้ไม่ดีเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม: ปัสสาวะไม่สุด รู้สึกเหมือนปัสสาวะค้าง เกี่ยวกับต่อมลูกหมากโตหรือไม่?

ตรวจอัตราการไหลของปัสสาวะ

ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจตรวจ Uroflowmetry เพื่อวัดรูปแบบและอัตราการไหลของปัสสาวะ ผู้ป่วยจะปัสสาวะลงในเครื่องที่ใช้วัดการไหล จากนั้นแพทย์สามารถดูข้อมูล เช่น

  • ปัสสาวะไหลเร็วหรือช้า
  • รูปแบบการไหลเป็นอย่างไร
  • ใช้เวลาปัสสาวะนานหรือไม่

หากพบว่าปัสสาวะไหลช้า อาจบ่งว่ามีปัญหาการระบายปัสสาวะ แต่ยังไม่สามารถบอกได้จากการตรวจนี้เพียงอย่างเดียวว่าเกิดจากต่อมลูกหมากโต

อ่านเพิ่มเติม: ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะเบา เป็นสัญญาณของต่อมลูกหมากโตหรือไม่?

สรุป

การตรวจต่อมลูกหมากโตไม่ได้อาศัยผลตรวจเพียงอย่างเดียว แพทย์จะเริ่มจากอาการและประวัติ ร่วมกับการตรวจร่างกายและตรวจปัสสาวะ ก่อนพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น DRE, PSA, ปัสสาวะค้างหลังถ่าย หรือการวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ การตรวจแต่ละอย่างจึงควรเลือกตามอาการ ความเสี่ยง และข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางแผนรักษาของแต่ละคน ไม่จำเป็นว่าผู้ชายทุกคนที่มีอาการปัสสาวะผิดปกติจะต้องได้รับการตรวจทุกอย่างเหมือนกัน

คำถามที่พบบ่อย

Q: ตรวจต่อมลูกหมากต้องตรวจทางทวารหนักทุกคนไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน แพทย์จะพิจารณาตามอาการและข้อมูลที่ต้องการ การตรวจ DRE เป็นหนึ่งในวิธีประเมินต่อมลูกหมาก แต่ไม่ได้เป็นการตรวจเพียงอย่างเดียว

Q: PSA ปกติ แปลว่าไม่มีต่อมลูกหมากโตใช่ไหม?

A: ไม่ใช่ PSA ไม่ได้ใช้เป็นตัวตัดสินว่ามีหรือไม่มี BPH ผู้ป่วยสามารถมีต่อมลูกหมากโตและมีค่า PSA อยู่ในช่วงที่ไม่ได้สูงผิดปกติได้

Q: PSA สูง แปลว่าเป็นมะเร็งหรือไม่?

A: ไม่เสมอไป BPH ต่อมลูกหมากอักเสบ และปัจจัยอื่นสามารถทำให้ PSA สูงได้ หากผลผิดปกติ แพทย์จะประเมินร่วมกับอายุ ประวัติ ผลตรวจร่างกาย และการตรวจอื่นก่อนตัดสินใจว่าต้องตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

Q: ตรวจพบต่อมลูกหมากโต ต้องผ่าตัดเลยไหม?

A: ไม่จำเป็น ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถดูแลด้วยการติดตามอาการ ปรับพฤติกรรม หรือใช้ยา การผ่าตัดหรือหัตถการจะพิจารณาตามความรุนแรง การตอบสนองต่อการรักษา และภาวะแทรกซ้อน

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

โอนี่แคป (Onycap)

โอนี่แคป

สุขภาพเพศชาย

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top