อาการเบาหวานระยะแรกอาจไม่ชัดเจน โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หลายคนไม่มีอาการผิดปกติจนกว่าจะตรวจสุขภาพหรือเริ่มเกิดภาวะแทรกซ้อน อย่างไรก็ตาม หากสังเกตพบอาการบางอย่างร่วมกัน ควรเข้ารับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อประเมินความเสี่ยง
อ่านเพิ่มเติม: โรคเบาหวานคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกัน
อาการเบาหวานระยะแรกที่พบบ่อย

อาการเหล่านี้เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำ ใช้พลังงานจากกลูโคสได้ไม่เต็มที่ และเริ่มมีผลต่อหลอดเลือดและเส้นประสาท
ข้อควรรู้ : ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวนไม่น้อยไม่มีอาการในระยะแรก จึงไม่ควรรอให้เกิดอาการก่อนเข้ารับการตรวจ หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกิน อายุ 45 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน ควรตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์
ทำไมเบาหวานจึงทำให้ปัสสาวะบ่อย?
เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าที่ไตจะดูดกลับได้ ร่างกายจะขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ น้ำจึงถูกดึงออกไปพร้อมกัน ทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น กระหายน้ำมากขึ้น ปากแห้ง และรู้สึกอ่อนเพลีย หากปล่อยให้น้ำตาลสูงต่อเนื่อง อาจเกิดภาวะขาดน้ำและส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ได้
อ่านเพิ่มเติม: น้ำตาลในเลือดเท่าไร เสี่ยงเป็นเบาหวาน?
อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์?
- ปัสสาวะบ่อยร่วมกับกระหายน้ำมาก
- น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
- แผลหายช้าหรือติดเชื้อบ่อย
- ตามัวหรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง
- ชาปลายมือปลายเท้า
- อ่อนเพลียผิดปกติแม้พักผ่อนเพียงพอ
หากมีอาการร่วมกับปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะไขมันพอกตับ ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว
สรุป
อาการเบาหวานระยะแรกอาจไม่ชัดเจน แต่สัญญาณอย่างปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ หิวบ่อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด แผลหายช้า และชาปลายมือปลายเท้า ไม่ควรถูกมองข้าม หากมีอาการร่วมกับปัจจัยเสี่ยง ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและ HbA1c เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและเริ่มดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
คำถามที่พบบ่อย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









