มะเร็งปอดเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงทั่วโลก การรักษามะเร็งปอดด้วยการแพทย์แผนตะวันตกที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ การผ่าตัด (Surgery) การฉายรังสี (Radiotherapy) เคมีบำบัด (Chemotherapy) การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy)
ในปัจจุบันมีการใช้แพทย์แผนจีนร่วมกับการรักษามาตรฐาน เพื่อช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็ง ช่วยปรับปรุงอาการของผู้ป่วย และอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา รวมทั้งช่วยควบคุมการแพร่กระจายของโรคและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ข้อมูลผู้ป่วย
- ผู้ป่วยชาย อายุ 57 ปี
- มาพบแพทย์ด้วยอาการไอและไอมีเสมหะมากกว่า 1 เดือน และแน่นหน้าอกเป็นเวลา 2 วัน
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
มีประวัติความดันโลหิตสูง
การตรวจเพิ่มเติม
1. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- เม็ดเลือดขาว 9.41×109/L
- ฮีโมโกลบิน 112.0 g/L
- เกล็ดเลือด 419×109/L
- hs-CRP 171.88 mg/L (ตัวบ่งชี้การอักเสบในร่างกาย)
- Serum Amyloid A >200 mg/L (ตัวบ่งชี้การอักเสบในร่างกาย)
2. การตรวจ CT ทรวงอก
- พบก้อนและปมหลายตำแหน่งในปอดขวา
- มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดขวา
- พบปอดแฟบบริเวณกลีบล่าง
- พบขั้วปอดขวาโต และเยื่อหุ้มปอดหนาตัว
- พบเงาความหนาแน่นต่ำใตับ
3. การส่องกล้องช่องเยื่อหุ้มปอด
- พบเซลล์เนื้องอกที่มีความผิดปกติสูง
- ผลการตรวจโปรตีนในเซลล์เพื่อช่วยระบุชนิดของมะเร็ง พบว่า
- พบโปรตีน CK5/6 ในเซลล์มะเร็ง แสดงว่าเซลล์มีลักษณะของเซลล์เยื่อบุบางชนิดที่พบในมะเร็งปอด
- Ki-67 (+30%) หมายความว่าเซลล์มะเร็งมีการแบ่งตัวค่อนข้างเร็ว
- LCA (+) พบโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้แพทย์ต้องพิจารณาแยกโรคอื่นร่วมด้วย
- TTF-1 (+) เป็นโปรตีนที่พบได้บ่อยในมะเร็งที่มีต้นกำเนิดจากปอด
- Calretinin (-) ไม่พบโปรตีนนี้ จึงช่วยแยกโรคจากมะเร็งเยื่อหุ้มปอดบางชนิด
- CD56 (-) ไม่พบโปรตีนที่มักพบในมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก
- CK20 (-) ไม่พบโปรตีนที่มักพบในมะเร็งจากระบบทางเดินอาหาร
- CK7 (-) ไม่พบโปรตีนที่พบในมะเร็งบางชนิดของปอดและอวัยวะอื่น
- NapsinA (-) ไม่พบโปรตีนที่พบในมะเร็งปอดชนิด Adenocarcinoma
- Syn (-) ไม่พบโปรตีนของเซลล์ประสาท ซึ่งช่วยแยกจากมะเร็งชนิด Neuroendocrine
4. การเจาะชิ้นเนื้อปอดผ่านผิวหนัง
เป็นมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (NSCLC) มีแนวโน้มเป็นมะเร็งปอดชนิดซาร์โคมาทอยด์ (Sarcomatoid carcinoma)
5. การตรวจยีน
- ALK เป็นบวก (ALK positive)
- EGFR เป็นบวก (EGFR positive)
- MET เป็นบวก (MET positive)
- ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการเลือกวิธีการรักษาแบบมุ่งเป้า
การวินิจฉัย
- มะเร็งปอดชนิดซาร์โคมาตอยด์ระยะลุกลาม มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้ปอด รวมทั้งมีการกระจายภายในทรวงอก
- ภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด (pleural effusion)
- ภาวะปอดแฟบ (atelectasis)
- โรคความดันโลหิตสูง (hypertension)
แผนการรักษา
- เนื่องจากผู้ป่วยมีการกลายพันธุ์ของยีน ALK (+) จึงได้รับการพิจารณาให้ crizotinib (ยามุ่งเป้า) ชนิดรับประทาน
- ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม
การประเมินผลการรักษา
- จากการติดตามอาการแบบผู้ป่วยนอกอย่างสม่ำเสมอ พบว่า ผู้ป่วยสามารถทนต่อการรักษาได้ดี โดยไม่พบผื่นผิวหนัง ไม่พบความผิดปกติของการทำงานของตับและไต
- ผลตรวจภาพ CT ติดตามผล พบว่า ขนาดของรอยโรคหรือก้อนมะเร็งลดลงอย่างชัดเจน
สรุปกรณีศึกษา
ผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการไอ มีเสมหะนานกว่า 1 เดือน และมีอาการแน่นหน้าอก หลังจากตรวจเพิ่มเติมด้วย CT ปอด การส่องกล้องช่องเยื่อหุ้มปอด และการตรวจชิ้นเนื้อ แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดชนิดซาร์โคมาทอยด์ (Sarcomatoid carcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งปอดชนิดที่พบไม่บ่อยและมีความรุนแรงค่อนข้างสูง โดยโรคอยู่ในระยะลุกลาม และมีภาวะร่วม เช่น น้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดและปอดแฟบ
จากการตรวจยีนพบว่า ALK เป็นบวก ซึ่งทำให้สามารถใช้ยามุ่งเป้า(Targeted therapy)ในการรักษาได้ แพทย์จึงให้ผู้ป่วยรับประทาน Crizotinib ร่วมกับตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม หลังการรักษาพบว่าผู้ป่วยสามารถทนต่อการรักษาได้ดี ไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง และผลตรวจ CT ติดตามพบว่าขนาดของก้อนมะเร็งลดลงอย่างชัดเจน แสดงว่าการรักษาสามารถช่วยควบคุมโรคได้ในระดับหนึ่ง และช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น
กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการรักษาแบบผสมผสานระหว่างการแพทย์สมัยใหม่และตำรับยาสมุนไพรจีนสามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพของการรักษา ลดผลข้างเคียง และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างการรักษา
ข้อความสำคัญสำหรับผู้ป่วยและญาติ
- มะเร็งปอดบางชนิดอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยในช่วงแรก เช่น ไอเรื้อรัง มีเสมหะ หรือแน่นหน้าอก หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว
- แม้มะเร็งปอดในระยะลุกลามจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในบางกรณี แต่ยังมีวิธีการรักษาหลายรูปแบบ เช่น ยามุ่งเป้า(Targeted therapy) ที่ช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของมะเร็งและช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวขึ้น
- การรักษาแบบผสมผสาน เช่น การใช้ยามุ่งเป้าร่วมกับตำรับยาสมุนไพรจีน สามารถช่วยลดอาการไม่สบายจากการรักษา ช่วยให้ผู้ป่วยมีแรงมากขึ้น และช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตระหว่างการรักษา
- ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจติดตามผลการรักษา เช่น การตรวจเลือดหรือการตรวจ CT เพื่อดูว่าก้อนมะเร็งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
- การดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยสนับสนุนการรักษาและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบากมากขึ้น ไอเป็นเลือด หรืออ่อนเพลียผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และเป็นตัวอย่างกรณีศึกษา ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลได้หากท่านหรือญาติมีคำถามเกี่ยวกับแนวทางรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเสมอ






