หน้าแรก  »  ข้อมูลทางคลินิกด้านมะเร็ง  »  การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (NSCLC) ระยะลุกลาม

การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (NSCLC) ระยะลุกลาม

การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (NSCLC) ระยะลุกลาม

มะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับต้นๆ ของโลก มะเร็งปอดชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (NSCLC) ซึ่งพบมากกว่า 80% ของผู้ป่วยมะเร็งปอดทั้งหมด

โรคชนิดนี้มักไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว ระหว่างการรักษามะเร็งผู้ป่วยอาจมีอาการไม่พึงประสงค์ เช่น เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลด และร่างกายอ่อนแรง

ดังนั้นการปรับแผนการรักษาเพื่อลดผลข้างเคียงและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ปัจจุบันจึงมีการนำ ตำรับยาสมุนไพรจีนมาใช้ร่วมกับการรักษามาตรฐานเพื่อช่วยเสริมการรักษา

ข้อมูลผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยชาย อายุ 71 ปี
  • มาพบแพทย์ด้วยอาการมีเลือดปนในเสมหะเป็นเวลา 1 สัปดาห์

ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต

  • สุขภาพโดยรวมแข็งแรง
  • ไม่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง
  • มีประวัติสูบบุหรี่มากกว่า 30 ปี วันละประมาณ 10 มวน

ผลการตรวจร่างกาย

  • ระดับสมรรถภาพร่างกายที่ยังสามารถทำกิจกรรมเบาๆได้ (ECOG PS = 1)
  • พบต่อมน้ำเหลืองเหนือไหปลาร้าขวาโตประมาณ 2 ซม. และไม่เจ็บ

การตรวจเพิ่มเติม

1. การตรวจ PET/CT

  • พบมีก้อนเนื้องอกที่ปอดกลีบล่างซ้ายขนาดประมาณ 3.4 × 3.1 ซม.
  • พบมีการอักเสบเล็กน้อยบริเวณปลายหลอดลม
  • พบการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณขั้วปอดซ้าย ต่อมน้ำเหลืองในช่องกลางอก ต่อมน้ำเหลืองบริเวณไหปลาร้าขวา แพร่กระจายยันปอดทั้งสองข้าง และต่อมน้ำเหลืองบริเวณไหปลาร้าซ้าย

2. การตรวจส่องกล้องหลอดลม (Bronchoscopy) และตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy)

ผลตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมปอด (Adenocarcinoma)

3. การตรวจโปรตีนในเซลล์เพื่อช่วยยืนยันชนิดของมะเร็ง (Immunohistochemistry)

  • CK40 (+)
  • TTF-1 (+)
  • P40 (-)

4. การตรวจยีน (Genetic testing)

  • ยีน Exon 18 19 และ 20 อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • พบการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  • ไม่พบความผิดปกติของยีน ALK และ ROS1

การวินิจฉัย

  • มะเร็งปอดชนิด adenocarcinoma ที่ปอดซ้ายกลีบล่าง ระยะลุกลาม
  • มีการแพร่กระจายไปยังปอด (cT2N3M1)
  • ตรวจพบการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ชนิด L858R

แผนการรักษาและการประเมินผล

การรักษาลำดับแรก

เริ่มการรักษาด้วย Gefitinib เป็นการรักษาลำดับแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2018 โดยมีระยะเวลาปลอดการลุกลามของโรค (Progression-Free Survival: PFS) ประมาณ 13 เดือน

ผลการติดตามหลังรักษา

  • ก้อนที่ปอดซ้ายกลีบล่างมีขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 5.3 × 3.0 ซม.
  • ค่า CEA (ตัวบ่งชี้มะเร็ง) ลดลงก่อนแล้วเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
  • ผลประเมินการรักษาพบว่า โรคยังคงลุกลาม

การรักษาลำดับที่ 2

  • เริ่มรักษาในวันที่ 10 เมษายน 2019 ผู้ป่วยได้รับการรักษา 6 คอร์ส ได้แก่ Bevacizumab, Pemetrexed และCarboplatin
  • ใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม รับประทานวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 4 เม็ด

ผลการติดตามหลังรักษา

  • ขนาดก้อนเนื้องอกลดลง
  • ค่า CEA ลดลงอย่างต่อเนื่องจนกลับสู่ระดับปกติ
  • ผลการประเมินการรักษา มีการตอบสนองต่อการรักษาบางส่วน

สรุปกรณีศึกษา

ผู้ป่วยมาพบแพทย์เนื่องจากมีเลือดปนในเสมหะ ตรวจเพิ่มเติมด้วยการตรวจภาพทางรังสีและการตรวจชิ้นเนื้อพบว่าเป็น มะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก โดยก้อนมะเร็งอยู่ที่ปอดซ้ายและมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหลายตำแหน่ง รวมทั้งพบการกลายพันธุ์ของยีน (EGFR L858R) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้แพทย์เลือกวิธีการรักษาได้เหมาะสม

ในช่วงแรกผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยามุ่งเป้า (Targeted therapy) แต่เมื่อเวลาผ่านไปโรคยังคงมีการลุกลาม แพทย์จึงปรับแผนการรักษาเป็นเคมีบำบัด (Chemotherapy) ร่วมกับยาที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของหลอดเลือดของก้อนมะเร็ง และใช้ ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม หลังจากรักษาไปช่วงหนึ่งพบว่าขนาดของก้อนมะเร็งลดลง และค่าตัวบ่งชี้มะเร็ง (CEA) ลดลงจนกลับสู่ระดับปกติ

นอกจากนี้อาการของผู้ป่วย เช่น เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย และน้ำหนักลด ดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังได้รับการรักษาร่วมกัน ทำให้สภาพร่างกายโดยรวมและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น ผลการประเมินการรักษาถูกจัดอยู่ในระดับที่โรคตอบสนองต่อการรักษาบางส่วน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการรักษาแบบผสมผสานระหว่างการแพทย์สมัยใหม่และตำรับยาสมุนไพรจีนสามารถควบคุมโรคและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างการรักษาได้

ข้อความสำคัญสำหรับผู้ป่วยและญาติ

  • มะเร็งปอดบางชนิดอาจไม่มีอาการในระยะแรก ผู้ป่วยหลายรายจึงมาพบแพทย์เมื่อโรคเริ่มลุกลามแล้ว การตรวจและติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญ
  • แม้ว่าโรคจะอยู่ในระยะลุกลาม แต่ยังมีวิธีรักษาหลายรูปแบบ เช่น ยามุ่งเป้า (Targeted therapy) และ เคมีบำบัด(Chemotherapy) ที่ช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของมะเร็งได้
  • การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานช่วยบรรเทาอาการบางอย่าง เช่น เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างการรักษา
  • การติดตามผลการรักษา เช่น การตรวจภาพปอดและการตรวจเลือดดูค่าตัวบ่งชี้มะเร็งเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินผลการรักษาและปรับแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
  • ผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น รับประทานอาหารให้เพียงพอ พักผ่อนให้เหมาะสม และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยสนับสนุนผลการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และเป็นตัวอย่างกรณีศึกษา ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลได้หากท่านหรือญาติมีคำถามเกี่ยวกับแนวทางรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเสมอ

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top