มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในลำดับต้นๆ จากข้อมูลของศูนย์มะเร็งแห่งชาติจีนในปี 2022 มีผู้ป่วยมะเร็งตับรายใหม่ประมาณ 367,700 ราย และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 316,500 ราย
แนวทางการรักษามะเร็งตับขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสภาพการทำงานของตับโดยการรักษาหลัก ได้แก่ การผ่าตัด การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) และการรักษาแบบหัตถการแทรกแซง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของก้อนมะเร็ง ชะลอการลุกลามของโรค และยืดอายุการรอดชีวิตของผู้ป่วย
ในปัจจุบันตำรับยาสมุนไพรจีนถูกนำมาใช้เป็นการรักษาเสริมร่วมกับการรักษามาตรฐาน เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกาย ลดผลข้างเคียงจากการรักษา และช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพของการรักษาหลัก
ข้อมูลผู้ป่วย
- ผู้ป่วยชาย อายุ 58 ปี
- มาพบแพทย์ด้วยอาการตรวจพบรอยโรคในตับจากการตรวจสุขภาพ เป็นเวลา 1 สัปดาห์
ประวัติการรักษาก่อนหน้า
- เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อนผู้ป่วยได้รับการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องจากการตรวจสุขภาพ พบกลุ่มเงาสะท้อนในตับไม่สม่ำเสมอ ลักษณะยังไม่สามารถระบุได้
- ต่อมารับการตรวจ CT ช่องท้องแบบไม่ฉีดและฉีดสารทึบรังสีที่โรงพยาบาลภายนอก พบรอยโรคก้อนขนาดใหญ่ที่กลีบขวาของตับ สงสัยว่าเป็นเนื้องอกที่เกิดจากหลอดเลือดแบบไม่จำเพาะ (Hemangioma)
- ต่อมาผู้ป่วยมารับการตรวจและรักษาที่โรงพยาบาล โดยเป็นการตรวจ MRI ตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อนแบบไม่ฉีดและฉีดสารทึบรังสีพบว่า บริเวณตับส่วน S7–8 มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นรอยโรคร้าย
- ปัจจุบันผู้ป่วยมารับการตรวจเพิ่มเติมและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
- มีประวัติโรคตับอักเสบบีเรื้อรัง
- ตรวจพบตัวบ่งชี้การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหลายชนิดในเลือด (e antigen positive)
- มีการเพิ่มจำนวนของไวรัสอย่างต่อเนื่อง
- ค่าสารบ่งชี้มะเร็งตับในเลือดเป็นลบ (Alpha-fetoprotein)
การตรวจร่างกาย
ตรวจร่างกายพบก้อนที่ตับขนาดประมาณ 10 ซม.
การตรวจเพิ่มเติม
1. การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน
- พบเส้นเลือดบริเวณหลอดอาหารขยายตัว มักพบในผู้ป่วยโรคตับ
- พบภาวะกระเพาะอาหารผิดปกติจากความดันหลอดเลือดดำพอร์ทัลสูง
- พบการอักเสบของลำไส้เล็กส่วนต้น
2. อัลตราซาวด์ตับ ทางเดินน้ำดี ตับอ่อน ม้าม และไต
- พบรอยโรคในตับที่มีสัญญาณสะท้อนแบบผสม
- พบถุงน้ำในตับ
3. การตรวจ MRI ตับและม้าม
- พบรอยโรคในตับส่วน S7–8 มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นเนื้องอกร้าย
- พบถุงน้ำในตับส่วน S6
- พบถุงน้ำในไตทั้งสองข้าง Bosniak ระดับ I
- พบต่อมน้ำเหลืองหลายตำแหน่งบริเวณขั้วตับและหลังเยื่อบุช่องท้อง
4. การตรวจ PET-CT
- พบรอยโรคในตับที่มีการเผาผลาญสูง ซึ่งมักพบในเซลล์มะเร็ง
- พบต่อมน้ำเหลืองหลายตำแหน่ง โดยบางส่วนมีการเผาผลาญเพิ่มขึ้น
- ไม่สามารถผ่าตัดการแพร่กระจายของมะเร็งออกได้
การวินิจฉัย
- มะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma ระยะ Ib
- การทำงานของตับอยู่ในระดับ Child-Pugh (การทำงานของตับอยู่ในระดับดี)
แผนการรักษา
ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการรักษาแบบผสมผสาน โดยใช้แนวทาง T + A ซึ่งหมายถึง การรักษาแบบมุ่งเป้าร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัด การรักษานี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลงจนสามารถผ่าตัดได้ซึ่งเรียกว่า conversion therapy
- ในช่วงแรกของการรักษาพบว่าก้อนเนื้องอกมีขนาดประมาณ 86 × 71 × 66 มม. และผู้ป่วยมีสมรรถภาพการทำงานของตับค่อนข้างจำกัด ผู้ป่วยจึงได้รับการรักษาด้วยยา oxaliplatin + fluorouracil ร่วมกับการรักษาแบบ Targeted therapy และ Immunotherapy (การรักษาแบบมุ่งเป้า+ภูมิคุ้มกันบำบัด)
- หลังจากรักษาอย่างต่อเนื่องพบว่าก้อนมะเร็งตอบสนองต่อการรักษาและมีขนาดลดลง ขนาดก้อนเนื้องอกลดลงตามลำดับ ได้แก่ ขนาดก้อนเริ่มต้นคือ 86 × 71 × 66 มม. ลดลงเหลือประมาณ 88 × 67 × 66 มม. และลดลงต่อเนื่องเป็น 77 × 67 × 66 มม. เมื่อก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลงจนเหมาะสม และสามารถทำการผ่าตัดตัดก้อนเนื้องอกออกได้
การประเมินผลการรักษา
ผลการผ่าตัด
ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดตัดก้อนเนื้องอกในตับออก หลังการผ่าตัดได้ส่งชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา พบว่า
- เป็นมะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma ระดับ II
- มีลักษณะการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งแบบ trabecular pattern และ solid pattern
- พบการลุกลามเข้าสู่หลอดเลือดขนาดเล็ก
- ไม่พบเซลล์มะเร็งที่ขอบตัดของเนื้อเยื่อ
- ไม่พบการลุกลามตามเส้นประสาท
ผลการตรวจภูมิคุ้มกันเนื้อเยื่อ
- มีการสะสมไขมันในเซลล์ตับหลายตำแหน่ง
- มีการอักเสบและพังผืดของตับ
- พบการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อตับจากพังผืดทำให้โครงสร้างของตับผิดรูป (pseudolobule) อยู่ในระดับค่อนข้างรุนแรง (G3S4)
- ผลพยาธิวิทยาโดยรวมบ่งชี้ว่า ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการกลับเป็นซ้ำของโรค
การดูแลหลังผ่าตัด
หลังการผ่าตัดผู้ป่วยได้รับการดูแลและติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องโดยมีแนวทางการรักษา ได้แก่
- ให้การรักษาแบบหัตถการแทรกแซงเพิ่มเติมเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำของมะเร็ง
- ใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริมตลอดกระบวนการรักษา
- มีการติดตามผลการรักษาและการทำงานของตับอย่างสม่ำเสมอ
ในระหว่างการรักษาผู้ป่วย
- การตอบสนองต่อการรักษาที่ดี
- ความสามารถในการทนต่อการรักษาได้ดี
- ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ที่ชัดเจน
สรุปกรณีศึกษา
ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma ระยะ Ib โดยการทำงานของตับยังอยู่ในระดับดี (Child-Pugh A) ผู้ป่วยได้รับการรักษาแบบผสมผสานด้วย การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) และภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เพื่อให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลงก่อนการผ่าตัด หลังการรักษาพบว่าก้อนมะเร็งลดลงอย่างชัดเจนและสามารถ ผ่าตัดตัดก้อนมะเร็งออกได้สำเร็จ หลังผ่าตัดผู้ป่วยได้รักษาด้วยตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม โดยผู้ป่วยตอบสนองต่อการรักษาได้ดีและไม่พบผลข้างเคียงที่ชัดเจน
ข้อความสำคัญสำหรับผู้ป่วยและญาติ
- มะเร็งตับในระยะกลางถึงระยะลุกลามแม้จะไม่สามารถผ่าตัดได้ แต่ยังสามารถรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อช่วยควบคุมโรคและชะลอการลุกลามของมะเร็งได้
- การรักษาแบบผสมผสาน เช่น ยามุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด และการรักษาเสริมด้วยสมุนไพรจีน ช่วยให้ขนาดก้อนมะเร็งลดลงและช่วยควบคุมโรคได้
- การติดตามผลอย่างสม่ำเสมอด้วยการตรวจเลือดและการตรวจ MRI เป็นสิ่งสำคัญเพื่อประเมินการตอบสนองต่อการรักษา
- การดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น การรับประทานอาหารที่เหมาะสม พักผ่อนเพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยสนับสนุนการรักษาและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และเป็นตัวอย่างกรณีศึกษา ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลได้หากท่านหรือญาติมีคำถามเกี่ยวกับแนวทางรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเสมอ






