โรคลมแดด หรือ Heat Stroke (ฮีทสโตรก) คือภาวะที่ร่างกายได้รับหรือสร้างความร้อนมากเกินกว่าที่จะระบายออกได้ จนอุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้นมากและเริ่มเกิดความผิดปกติของระบบประสาท เช่น สับสน พูดไม่รู้เรื่อง ชัก หรือหมดสติ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบลดอุณหภูมิและได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้อาจเกิดความเสียหายต่อสมอง หัวใจ ไต ตับ และกล้ามเนื้อ รวมถึงเสียชีวิตได้
ทำไมร่างกายของเราจึงร้อนขึ้น?
ร่างกายมนุษย์สร้างความร้อนอยู่ตลอดเวลาจากกระบวนการเผาผลาญพลังงาน และจะสร้างความร้อนเพิ่มขึ้นอีกเมื่อมีการเคลื่อนไหวหรือออกแรง ในภาวะปกติ ร่างกายสามารถรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม โดยส่งเลือดไปยังผิวหนังและขับเหงื่อ เมื่อเหงื่อระเหยออกจากผิว ความร้อนก็ถูกพาออกจากร่างกาย ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ “ความร้อนที่ร่างกายได้รับและสร้างขึ้น มากกว่าความร้อนที่สามารถระบายออก” หากสถานการณ์นี้ดำเนินต่อไป ความร้อนจะค่อย ๆ สะสมอยู่ภายในร่างกาย และอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้น
ทำไมจึงกลายเป็น Heat Stroke?
การมีอุณหภูมิร่างกายสูงเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมดของ Heat Stroke สิ่งที่ทำให้ภาวะนี้อันตรายคือ ความร้อนเริ่มรบกวนการทำงานของสมองและอวัยวะสำคัญ เมื่อร่างกายร้อนมากเกินไป ระบบควบคุมอุณหภูมิไม่สามารถรักษาสมดุลได้ตามปกติ ความร้อนสูงสามารถทำให้เซลล์และเนื้อเยื่อได้รับความเสียหาย และเกิดความผิดปกติในหลายระบบพร้อมกัน การทำงานของสมองเปลี่ยนไป ผู้ป่วยอาจเริ่มสับสน กระสับกระส่าย พูดไม่ชัด พฤติกรรมเปลี่ยน เดินเซ ชัก หรือหมดสติ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ทำให้ Heat Stroke แตกต่างจากอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อนทั่วไป

โรคลมแดดไม่ได้เกิดเฉพาะจากการยืนตากแดด
“โรคลมแดด” อาจทำให้เข้าใจว่าต้องยืนกลางแดดเท่านั้นจึงจะเกิดได้ แต่ในความเป็นจริง Heat Stroke เกิดได้จากหลายสถานการณ์ที่ทำให้ร่างกายสะสมความร้อนมากเกินไป โดยทั่วไปแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะสำคัญ
- Classic หรือ Non-exertional Heat Stroke เกิดจากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนเป็นเวลานานจนร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน พบได้มากในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคเรื้อรังบางชนิด
- Exertional Heat Stroke เกิดจากร่างกายสร้างความร้อนจำนวนมากจากการออกแรงหนัก เช่น ออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือทำงานหนักในอากาศร้อน จึงสามารถเกิดกับคนอายุน้อยและผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงได้เช่นกัน
โรคลมแดดต่างจากเพลียแดดอย่างไร?
ควรแยกให้ชัดระหว่าง โรคลมแดด (Heat Stroke) กับ เพลียแดด (Heat Exhaustion) ไม่ใช่ภาวะเดียวกัน
| เพลียแดด (Heat Exhaustion) | โรคลมแดด (Heat Stroke) |
|---|---|
| ร่างกายได้รับความร้อนและสูญเสียน้ำหรือเกลือจากเหงื่อมาก | ร่างกายสะสมความร้อนจนไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ |
| มักมีเหงื่อออกมาก อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ กระหายน้ำ | ตัวร้อนมาก อาจมีเหงื่อหรือไม่มีเหงื่อก็ได้ |
| ยังไม่มีความผิดปกติของสมองที่เด่นชัด | มีความผิดปกติของสมอง เช่น สับสน พฤติกรรมเปลี่ยน พูดไม่รู้เรื่อง ชัก หรือหมดสติ |
| ควรหยุดกิจกรรม ไปอยู่ในที่เย็น และลดความร้อนของร่างกาย | เป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องรีบลดอุณหภูมิและขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที |
| หากไม่ได้รับการดูแล อาการอาจรุนแรงขึ้น | อาจทำให้อวัยวะสำคัญเสียหายและเป็นอันตรายถึงชีวิต |
ทำไมโรคลมแดดจึงเป็นภาวะฉุกเฉิน?
ยิ่งร่างกายมีอุณหภูมิสูงอยู่นาน ความเสียหายต่ออวัยวะยิ่งเพิ่มขึ้น Heat Stroke สามารถส่งผลต่อสมอง หัวใจ ไต และกล้ามเนื้อ และความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรือเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นหากการรักษาล่าช้า ดังนั้น เมื่อสงสัย Heat Stroke ต้อง รีบขอความช่วยเหลือฉุกเฉินโทร 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน และเริ่มลดอุณหภูมิร่างกายทันที
สรุป
โรคลมแดด หรือ Heat Stroke เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับและสร้างความร้อนมากเกินกว่าที่จะระบายออกได้ จนอุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้นและเริ่มกระทบต่อการทำงานของสมองและอวัยวะสำคัญ จุดที่ทำให้โรคลมแดดแตกต่างจากอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อนทั่วไปคือการเกิดความผิดปกติของระบบประสาท เช่น สับสน พฤติกรรมเปลี่ยน ชัก หรือหมดสติ หากสงสัย Heat Stroke ควรถือเป็นภาวะฉุกเฉิน รีบลดอุณหภูมิร่างกายและขอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยเร็วที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
Q: โรคลมแดดกับฮีทสโตรกเหมือนกันไหม?
A: เหมือนกัน โดย “โรคลมแดด” หรือ “โรคลมร้อน” เป็นคำภาษาไทยที่ใช้เรียก Heat Stroke หรือฮีทสโตรก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินจากความร้อน ส่วนเพลียแดด (Heat Exhaustion) เป็นอีกภาวะหนึ่งที่มีความรุนแรงน้อยกว่า
Q: ต้องมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 40°C จึงจะเป็น Heat Stroke หรือไม่?
A: อุณหภูมิแกนกลางร่างกายประมาณ 40°C หรือสูงกว่าเป็นลักษณะสำคัญที่พบได้ แต่ในสถานการณ์จริงไม่ควรรอวัดให้ได้ตัวเลขนี้ก่อนจึงช่วยเหลือ หากมีประวัติสัมผัสความร้อนร่วมกับความผิดปกติของระบบประสาท เช่น สับสน ชัก หรือหมดสติ ควรสงสัย Heat Stroke และจัดการเป็นภาวะฉุกเฉิน
Q: เป็น Heat Stroke ต้องไม่มีเหงื่อใช่ไหม?
A: ไม่ใช่ ผู้ป่วยบางรายมีผิวร้อนและแห้ง แต่ผู้ที่เกิด Heat Stroke จากการออกแรงหนักสามารถมีเหงื่อออกมากได้ ดังนั้นการมีเหงื่อหรือไม่มีเหงื่อจึงไม่ควรถูกใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









