ฮีทสโตรก (Heat Stroke) สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากร่างกายได้รับหรือสร้างความร้อนมากเกินกว่าที่จะระบายออกได้ แต่บางคนมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ที่ทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง รวมถึงผู้ที่ยังไม่คุ้นกับอากาศร้อน บางคนควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้ไม่ดี บางคนต้องสัมผัสความร้อนเป็นเวลานาน ขณะที่บางคนใช้ยาหรือมีโรคที่ทำให้ร่างกายรับมือกับความร้อนได้ยากขึ้น การรู้ว่าตัวเองหรือคนในครอบครัวอยู่ในกลุ่มใด จึงช่วยให้ป้องกันได้ตรงจุดมากขึ้น
1. ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถของร่างกายในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอาจลดลง รวมถึงอาจรับรู้ความกระหายน้ำได้น้อยลง นอกจากนี้ ผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งยังมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาหลายชนิด ซึ่งอาจส่งผลต่อการควบคุมอุณหภูมิ สมดุลน้ำ หรือการไหลเวียนเลือด สิ่งที่ควรระวัง ได้แก่
- อยู่ในบ้านหรือห้องที่ร้อนและอากาศไม่ถ่ายเทเป็นเวลานาน
- ดื่มน้ำน้อย
- อยู่คนเดียว ไม่มีคนสังเกตอาการผิดปกติ
- มีโรคเรื้อรังหลายโรคร่วมกัน
- ใช้ยาหลายชนิดเป็นประจำ
2. ทารกและเด็กเล็ก
เด็กเล็กสามารถได้รับผลกระทบจากความร้อนได้ง่าย เพราะระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายยังไม่เหมือนผู้ใหญ่ และเด็กอาจยังไม่สามารถบอกได้ชัดว่ากำลังร้อน กระหายน้ำ เวียนศีรษะ หรือรู้สึกผิดปกติ ควรระวังเด็กที่เล่นหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือการปล่อยเด็กไว้ในรถที่จอดอยู่ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนและชื้น เพราะเด็กอาจสนุกกับกิจกรรมจนไม่ยอมหยุดพักหรือดื่มน้ำเอง
3. ผู้ที่มีโรคประจำตัว
โรคประจำตัวบางชนิดอาจทำให้ร่างกายรับมือกับความร้อนได้ยากขึ้น โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ หลอดเลือด ปอด ไต หรือการควบคุมระดับน้ำและเกลือแร่ของร่างกาย ตัวอย่างกลุ่มที่ควรระวัง เช่น
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
- ความดันโลหิตสูง
- โรคไต
- เบาหวาน
- โรคระบบทางเดินหายใจบางชนิด
- โรคทางระบบประสาทบางชนิด
4. คนทำงานกลางแจ้งหรือในสถานที่ร้อน
คนทำงานกลางแจ้งเป็นอีกกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เพราะต้องเผชิญทั้งความร้อนจากสภาพแวดล้อมและความร้อนที่ร่างกายสร้างจากการออกแรง ตัวอย่างเช่น
- คนงานก่อสร้าง
- เกษตรกร
- พนักงานส่งของ
- เจ้าหน้าที่ภาคสนาม
- คนงานโรงงานหรือพื้นที่ใกล้แหล่งความร้อน
- ผู้ที่ต้องสวมชุดหรืออุปกรณ์ป้องกันเป็นเวลานาน
ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้นหากทำงานต่อเนื่องโดยไม่มีเวลาพัก อยู่ในพื้นที่ไม่มีร่มเงา ดื่มน้ำไม่เพียงพอ หรือจำเป็นต้องสวมเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่ระบายความร้อนได้ยาก
5. นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายหนัก
คนที่สุขภาพแข็งแรงก็เป็น Heat Stroke ได้ โดยเฉพาะเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักในสภาพอากาศร้อน ระหว่างออกแรง กล้ามเนื้อจะสร้างความร้อนจำนวนมาก หากเกิดพร้อมกับอุณหภูมิภายนอกสูง ความชื้นสูง หรือร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดี อุณหภูมิภายในร่างกายสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ ภาวะนี้เรียกว่า Exertional Heat Stroke ซึ่งพบได้ในนักกีฬา ผู้ฝึกทหาร นักวิ่ง หรือผู้ที่ออกแรงหนักต่อเนื่อง
6. ผู้ที่ยังไม่คุ้นกับอากาศร้อน
คนที่เพิ่งเริ่มทำงานกลางแจ้ง เพิ่งเริ่มฝึกกีฬา หรือกลับมาทำกิจกรรมหลังหยุดไปนาน อาจมีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะร่างกายยังปรับตัวกับความร้อนได้ไม่เต็มที่ กระบวนการที่ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวให้รับมือกับอากาศร้อนได้ดีขึ้นเรียกว่า Heat Acclimatization หรือการปรับตัวต่อความร้อน เมื่อร่างกายมีเวลาปรับตัว จะสามารถระบายความร้อนและรับมือกับการออกแรงในสภาพอากาศร้อนได้ดีขึ้น ดังนั้นผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือออกกำลังกายในอากาศร้อนจึงไม่ควรเพิ่มระยะเวลาหรือความหนักอย่างรวดเร็วในทันที
7. ผู้ที่ใช้ยาบางชนิด
ยาบางชนิดอาจทำให้ร่างกายรับมือกับอากาศร้อนได้ยากขึ้น เช่น มีผลต่อการขับเหงื่อ ความกระหายน้ำ การไหลเวียนเลือด หรือสมดุลของน้ำและเกลือแร่ ตัวอย่างที่อาจต้องระวัง ได้แก่
- ยาขับปัสสาวะ
- ยาลดความดันโลหิตบางชนิด
- ยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก
- ยาทางจิตเวชบางชนิด
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรหยุดยา ลดขนาดยา หรือปรับเวลารับประทานยาด้วยตัวเองเพียงเพราะอากาศร้อน หากใช้ยาประจำและกังวลเรื่องความเสี่ยงจากความร้อน ควรสอบถามบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับวิธีดูแลที่เหมาะสม

คนอ้วนเสี่ยงฮีทสโตรกมากขึ้นหรือไม่?
ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากหรือมีภาวะอ้วนอาจรับมือกับความร้อนได้ยากขึ้นในบางสถานการณ์ เนื่องจากร่างกายต้องใช้ความพยายามในการระบายความร้อนมากขึ้น และมักมีปัจจัยสุขภาพอื่นร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม น้ำหนักตัวเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัย ความเสี่ยงจริงยังขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความชื้น ระดับการออกแรง การปรับตัวต่อความร้อน โรคประจำตัว และยาที่ใช้ร่วมกัน
หญิงตั้งครรภ์ต้องระวังอากาศร้อนหรือไม่?
ควรระวังเช่นกัน เพราะในระหว่างตั้งครรภ์ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งการไหลเวียนเลือดและความต้องการน้ำ การสัมผัสความร้อนมากเกินไปจึงเพิ่มภาระให้กับร่างกายได้ ในช่วงอากาศร้อน ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดหรือออกแรงหนักเป็นเวลานาน พักในที่เย็น และดื่มน้ำอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการเวียนศีรษะ อ่อนแรง คลื่นไส้ หรือรู้สึกร้อนผิดปกติ
กลุ่มเสี่ยงควรป้องกัน Heat Stroke อย่างไร?
แม้ปัจจัยบางอย่าง เช่น อายุหรือโรคประจำตัว จะเปลี่ยนไม่ได้ แต่สามารถลดการสัมผัสความร้อนและช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น โดย
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักในช่วงอากาศร้อนจัด
- พักในที่ร่มหรือสถานที่เย็นเป็นระยะ
- ดื่มน้ำสม่ำเสมอ โดยไม่รอจนกระหายน้ำมาก
- สวมเสื้อผ้าที่เบาและระบายอากาศได้ดีเมื่อเหมาะสม
- ค่อย ๆ เพิ่มการทำกิจกรรมหากยังไม่คุ้นกับอากาศร้อน
- ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองได้จำกัดเป็นพิเศษ
- สังเกตอาการของตัวเองและคนรอบข้างระหว่างอยู่ในอากาศร้อน
อย่ารอให้เกิด Heat Stroke แล้วจึงเริ่มลดความร้อน หากเริ่มปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนแรง หรือรู้สึกผิดปกติ ควรหยุดกิจกรรมและออกจากบริเวณร้อนตั้งแต่เนิ่น ๆ
ถ้าเริ่มสับสน ชัก หรือหมดสติ ต้องทำอย่างไร?
ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ หากหลังสัมผัสความร้อนมี ตัวร้อนมากร่วมกับสับสน พูดไม่รู้เรื่อง พฤติกรรมผิดปกติ ชัก หรือหมดสติ เป็นภาวะฉุกเฉิน ควรโทร 1669 และเริ่มลดอุณหภูมิร่างกายทันทีระหว่างรอความช่วยเหลือ เช่น ย้ายออกจากบริเวณร้อน ถอดเสื้อผ้าส่วนเกิน และทำให้ร่างกายเย็นลงโดยเร็ว
สรุป
ฮีทสโตรกสามารถเกิดได้กับทุกคน แต่เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว คนทำงานกลางแจ้ง นักกีฬา ผู้ที่ยังไม่คุ้นกับอากาศร้อน และผู้ใช้ยาบางชนิด เป็นกลุ่มที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง การป้องกันไม่ได้หมายถึงเพียงดื่มน้ำให้มากขึ้น แต่ต้องลดการสัมผัสความร้อน พักให้เหมาะสม ช่วยให้ร่างกายระบายความร้อน และสังเกตอาการผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ หากมีตัวร้อนมากร่วมกับสับสน ชัก หรือหมดสติ ต้องจัดการเป็นภาวะฉุกเฉินทันที
คำถามที่พบบ่อย
Q: คนหนุ่มสาวเป็นฮีทสโตรกได้ไหม?
A: ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือทำงานหนักในอากาศร้อน เพราะร่างกายสามารถสร้างความร้อนจำนวนมากจากการออกแรงจนเกิด Exertional Heat Stroke ได้
Q: ผู้สูงอายุต้องรอให้บอกว่ากระหายน้ำก่อนจึงให้ดื่มน้ำหรือไม่?
A: ไม่ควรรอ เพราะผู้สูงอายุบางคนอาจรับรู้ความกระหายน้ำลดลง ในช่วงอากาศร้อนจึงควรดูแลเรื่องน้ำและสภาพแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคไตบางรายอาจมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณน้ำ จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะบุคคล
Q: ใช้ยาประจำต้องหยุดยาในวันที่อากาศร้อนหรือไม่?
A: ไม่ควรหยุดยาด้วยตัวเอง ยาบางชนิดอาจเพิ่มความไวต่อความร้อน แต่การปรับหรือหยุดยาต้องพิจารณาตามโรคและชนิดยา
Q: คนที่ไม่อยู่กลางแดดเป็น Heat Stroke ได้ไหม?
A: ได้ เพราะ Heat Stroke เกิดจากความร้อนสะสมในร่างกาย ไม่ได้เกิดจากแสงแดดโดยตรงเท่านั้น พื้นที่ในอาคารที่ร้อน อากาศไม่ถ่ายเท หรือการออกแรงหนักก็สามารถทำให้เกิดได้
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









