หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  อากาศร้อนแล้วปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ เป็นฮีทสโตรกหรือแค่เพลียแดด?

อากาศร้อนแล้วปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ เป็นฮีทสโตรกหรือแค่เพลียแดด?

อากาศร้อนแล้วปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ เป็นฮีทสโตรกหรือไม่?

อากาศร้อนแล้วปวดหัว เวียนหัว หรือคลื่นไส้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นฮีทสโตรก (Heat Stroke) เสมอไป เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากภาวะขาดน้ำ เพลียแดด หรือการตอบสนองของร่างกายต่อความร้อน แต่หากมีอาการสับสน พูดไม่รู้เรื่อง เดินเซอย่างรุนแรง ชัก หรือหมดสติร่วมด้วย ต้องสงสัยฮีทสโตรก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการช่วยเหลือทันที ดังนั้น หากเริ่มมีอาการผิดปกติหลังอยู่กลางแดดหรือในสถานที่ร้อนอบอ้าว ควรหยุดกิจกรรมและย้ายไปยังบริเวณที่เย็น ไม่ควรฝืนทำกิจกรรมต่อ เพราะอาการจากความร้อนบางชนิดอาจรุนแรงขึ้นได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ทำไมอากาศร้อนจึงทำให้ปวดหัว เวียนหัว และคลื่นไส้?

เมื่อร่างกายอยู่ในสภาพอากาศร้อน จะพยายามระบายความร้อนผ่านการขับเหงื่อและเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังผิวหนัง หากมีเหงื่อออกมากหรือได้รับน้ำไม่เพียงพอ อาจทำให้ปริมาณน้ำในร่างกายลดลงและส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือด การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ได้แก่

  • ปวดศีรษะ อาจสัมพันธ์กับภาวะขาดน้ำ ความร้อน หรือการเจ็บป่วยจากความร้อน
  • เวียนศีรษะ อาจเกิดจากความดันโลหิตลดลง โดยเฉพาะเมื่อลุกขึ้นหรือยืนเป็นเวลานาน
  • คลื่นไส้ เป็นอาการที่พบได้ในภาวะเพลียแดด
  • อ่อนเพลีย อาจเกิดจากการสูญเสียน้ำ การออกแรงหนัก และการสะสมความร้อน

อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความร้อนเท่านั้น แต่ยังอาจมีสาเหตุอื่น เช่น น้ำตาลในเลือดต่ำ ไมเกรน หรือความดันโลหิตผิดปกติ จึงไม่ควรใช้เพียงอาการปวดหัวหรือเวียนหัวในการวินิจฉัยฮีทสโตรก

ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้จากอากาศร้อน อาจเป็นภาวะอะไรได้บ้าง?

อาการที่เกิดขึ้นหลังสัมผัสความร้อนมีความรุนแรงแตกต่างกัน โดยภาวะที่ควรรู้จักมีดังนี้

1. ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)

เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำผ่านเหงื่อมากกว่าที่ได้รับ อาจเกิดภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือออกกำลังกายต่อเนื่อง อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • กระหายน้ำ
  • ปากแห้ง
  • ปัสสาวะน้อยลงหรือมีสีเข้ม
  • ปวดศีรษะ
  • เวียนศีรษะ
  • อ่อนเพลีย

หากอาการไม่รุนแรงและยังรู้สึกตัวดี ควรหยุดกิจกรรม พักในที่เย็น และค่อย ๆ ดื่มน้ำตามความเหมาะสม แต่หากมีอาการรุนแรงหรือไม่สามารถดื่มน้ำได้ ควรรับการประเมินทางการแพทย์

2. ภาวะเพลียแดด (Heat Exhaustion)

ภาวะเพลียแดดเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับความร้อนมากและมีการสูญเสียน้ำหรือเกลือแร่จนเริ่มเกิดอาการเจ็บป่วย อาการที่พบได้ เช่น

  • เหงื่อออกมาก
  • ปวดศีรษะ
  • เวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • อ่อนแรง
  • หัวใจเต้นเร็ว

ผู้ที่มีภาวะเพลียแดดควรหยุดกิจกรรมและได้รับการลดความร้อนทันที หากอาการไม่ดีขึ้นภายในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หรือมีอาการแย่ลง ควรได้รับการดูแลทางการแพทย์ โดยไม่จำเป็นต้องรอครบ 1 ชั่วโมงหากอาการรุนแรงตั้งแต่แรก

3. ฮีทสโตรก (Heat Stroke)

ฮีทสโตรกเป็นภาวะที่ร่างกายสะสมความร้อนมากจนเกิดความผิดปกติของระบบควบคุมอุณหภูมิและส่งผลต่อการทำงานของสมอง อาการสำคัญ ได้แก่

  • สับสนหรือพูดไม่รู้เรื่อง
  • มีพฤติกรรมผิดปกติอย่างฉับพลัน
  • เดินเซหรือควบคุมการเคลื่อนไหวผิดปกติอย่างรุนแรง
  • ชัก
  • หมดสติ

ผู้ป่วยอาจมีอุณหภูมิร่างกายสูงมาก แต่ไม่ควรรอให้วัดอุณหภูมิได้ถึง 40 องศาเซลเซียสก่อนขอความช่วยเหลือ และผู้ป่วยบางรายยังมีเหงื่อออกได้ หากสงสัยฮีทสโตรก ต้องโทร 1669 และเริ่มลดอุณหภูมิร่างกายทันที

เมื่อมีอาการจากอากาศร้อน ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก?

หากเริ่มปวดหัว เวียนหัว หรือคลื่นไส้ขณะอยู่ในสภาพอากาศร้อน ควรปฏิบัติดังนี้

  1. หยุดกิจกรรมทันที ไม่ควรฝืนทำงานหรือออกกำลังกายต่อ เพราะการออกแรงทำให้ร่างกายสร้างความร้อนเพิ่มขึ้น
  2. ย้ายไปยังบริเวณที่เย็น ควรเข้าไปในห้องปรับอากาศหรือสถานที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าเดิม หากไม่มีให้เลือกบริเวณที่ร่มและอากาศถ่ายเท
  3. ช่วยลดความร้อนของร่างกาย คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น ใช้น้ำเย็นทำให้ผิวหนังเปียก หรือใช้ผ้าเย็นร่วมกับการพัดลม เพื่อช่วยระบายความร้อน
  4. ดื่มน้ำเมื่อยังรู้สึกตัวดี หากผู้ป่วยรู้สึกตัวดี กลืนได้ตามปกติ และไม่มีอาการอาเจียนรุนแรง สามารถค่อย ๆ จิบน้ำได้ แต่ไม่ควรฝืนดื่มน้ำปริมาณมากในครั้งเดียว
  5. ประเมินอาการอย่างต่อเนื่อง หากอาการไม่ดีขึ้น แย่ลง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรขอคำแนะนำทางการแพทย์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่มีอาการอาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้

อาการแบบไหนที่ไม่ควรรอดูอาการเอง?

แม้อาการปวดหัว เวียนหัว และคลื่นไส้จะพบได้ในภาวะที่ไม่รุนแรง แต่หากมีอาการต่อไปนี้ต้องรีบขอความช่วยเหลือ

  • สับสน พูดไม่รู้เรื่อง หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป
  • เดินเซอย่างรุนแรง
  • ชัก
  • หมดสติหรือปลุกไม่ตื่น
  • หายใจลำบากหรือเจ็บหน้าอกรุนแรง
  • อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว

หากสงสัยฮีทสโตรก ให้โทร 1669 และเริ่มลดอุณหภูมิร่างกายทันที โดยการแช่ตัวในน้ำเย็นเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงหากสามารถทำได้อย่างปลอดภัยและมีผู้ช่วยดูแล หากไม่สามารถแช่ตัวได้ ให้ใช้น้ำเย็นราดหรือทำให้ผิวหนังเปียกร่วมกับการพัดลม

สรุป

อาการปวดหัว เวียนหัว และคลื่นไส้หลังอยู่ในอากาศร้อน ไม่ได้หมายความว่าเป็นฮีทสโตรกเสมอไป แต่อาจเกิดจากภาวะขาดน้ำหรือเพลียแดด ซึ่งควรได้รับการดูแลตั้งแต่เริ่มมีอาการ โดยหยุดกิจกรรม ย้ายไปยังบริเวณที่เย็น และช่วยลดความร้อนของร่างกาย หากยังรู้สึกตัวดีสามารถจิบน้ำได้ตามความเหมาะสม แต่หากมีอาการสับสน ชัก หรือหมดสติ ต้องสงสัยฮีทสโตรกและรีบโทร 1669 พร้อมเริ่มลดอุณหภูมิทันที เพราะการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

คำถามที่พบบ่อย

Q: ปวดหัวหลังตากแดด เป็นฮีทสโตรกหรือไม่?
A: ไม่จำเป็น เพราะอาการปวดหัวอาจเกิดจากภาวะขาดน้ำ เพลียแดด หรือสาเหตุอื่น หากไม่มีความผิดปกติของการรู้สึกตัวก็ยังไม่สามารถสรุปว่าเป็นฮีทสโตรกได้ แต่ควรหยุดกิจกรรมและลดความร้อนทันที

Q: เวียนหัว คลื่นไส้ แต่ไม่มีไข้ เป็นเพลียแดดได้ไหม?
A: เป็นได้ เพราะภาวะเพลียแดดไม่จำเป็นต้องมีไข้สูงเสมอไป การประเมินควรพิจารณาประวัติสัมผัสความร้อน อาการร่วม และความรุนแรงของอาการ

Q: มีเหงื่อออกมาก แสดงว่าไม่เป็นฮีทสโตรกใช่ไหม?
A: ไม่ใช่ ผู้ป่วยฮีทสโตรกบางรายยังมีเหงื่อออก โดยเฉพาะผู้ที่เกิดอาการขณะออกกำลังกายหนัก จึงไม่ควรใช้การมีหรือไม่มีเหงื่อเป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว

Q: อาการเวียนหัวจากอากาศร้อน พักแล้วควรดีขึ้นเมื่อไร?
A: หากเป็นอาการจากความร้อนที่ไม่รุนแรง อาจค่อย ๆ ดีขึ้นหลังหยุดกิจกรรมและได้รับการลดความร้อน แต่หากอาการไม่ดีขึ้น แย่ลง หรือมีอาการรุนแรงตั้งแต่แรก ควรรับการประเมินทางการแพทย์ ไม่ควรรอให้ครบระยะเวลาใดเวลาหนึ่งก่อนขอความช่วยเหลือ

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

ยาฮั่วเซียงเจิ่งชี่เย่ ตราไท่จี่ (Huo Xiang Zheng Qi Ye Taiji Brand)

ยาฮั่วเซียงเจิ่งชี่เย่ ตราไท่จี่

ทางเดินอาหาร // โควิด-19 // อื่นๆ

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top