เบาหวานสามารถทำให้ไตเสื่อมได้ เพราะระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานส่งผลเสียต่อหลอดเลือดขนาดเล็กและหน่วยกรองของไต เมื่อเกิดความเสียหายต่อเนื่อง ไตอาจเริ่มปล่อยโปรตีนอัลบูมินออกมาในปัสสาวะ และประสิทธิภาพในการกรองเลือดอาจค่อย ๆ ลดลง จนนำไปสู่โรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน หรือ Diabetic Kidney Disease (DKD) ได้
เบาหวานทำให้ไตเสื่อมได้อย่างไร?
ไตประกอบด้วยหน่วยกรองขนาดเล็กจำนวนมาก ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด พร้อมเก็บสารที่ร่างกายยังต้องการ เช่น โปรตีนไม่ให้รั่วออกไปกับปัสสาวะ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่อง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างภายในไต เช่น
- หลอดเลือดขนาดเล็กในไตได้รับความเสียหาย
- ความดันภายในหน่วยกรองไตเพิ่มขึ้น
- โครงสร้างของตัวกรองไตเปลี่ยนแปลง
- เกิดกระบวนการอักเสบและพังผืด
- โปรตีนอัลบูมินเริ่มรั่วออกมาในปัสสาวะ
หากความเสียหายดำเนินต่อไปเป็นเวลานาน จำนวนหน่วยไตที่ทำงานได้จะค่อย ๆ ลดลง และค่า eGFR อาจลดลงตามมา

โปรตีนรั่วในปัสสาวะ เกี่ยวอะไรกับเบาหวาน?
หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ใช้ค้นหาความเสียหายของไตคือ อัลบูมินในปัสสาวะ อัลบูมินเป็นโปรตีนที่ปกติควรอยู่ในเลือด หากตัวกรองของไตได้รับความเสียหาย อัลบูมินสามารถรั่วออกมากับปัสสาวะได้ การตรวจที่นิยมใช้คือ Urine Albumin-to-Creatinine Ratio หรือ UACR โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น
- A1: UACR <30 mg/g
- A2: UACR 30–300 mg/g
- A3: UACR >300 mg/g
ค่า UACR ตั้งแต่ 30 mg/g ขึ้นไปถือว่าผิดปกติ แต่การวินิจฉัยโรคไตเรื้อรังต้องดูความผิดปกติที่คงอยู่ตามระยะเวลาที่กำหนด ไม่ควรสรุปจากผลตรวจครั้งเดียว เพราะการออกกำลังกายหนัก ไข้ การติดเชื้อ หรือภาวะอื่นบางอย่างอาจทำให้ค่าเพิ่มขึ้นชั่วคราวได้
อ่านเพิ่มเติม: ค่าไต eGFR และ Creatinine คืออะไร? อ่านผลตรวจอย่างไร
เป็นเบาหวาน แต่ค่า Creatinine ปกติ แปลว่าไตยังดีไหม?
Creatinine เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประเมินไต และระดับในเลือดยังได้รับอิทธิพลจากมวลกล้ามเนื้อ อายุ และปัจจัยอื่น ผู้ป่วยเบาหวานบางรายอาจเริ่มมีอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ ทั้งที่ eGFR ยังอยู่ในระดับปกติหรือใกล้เคียงปกติ ดังนั้น การตรวจไตในผู้ป่วยเบาหวานควรดูอย่างน้อย 2 ส่วนสำคัญ คือ
- eGFR ประเมินความสามารถในการกรองของไต
- UACR ตรวจหาอัลบูมินที่รั่วออกมาในปัสสาวะ
ทั้ง eGFR และ urine albumin เป็นตัวชี้วัดหลักในการค้นหาและติดตามโรคไต โดย UACR มากกว่า 30 mg/g เป็นความผิดปกติที่สำคัญ
โรคไตจากเบาหวานมีอาการอย่างไร?
ระยะแรกส่วนใหญ่มักไม่มีอาการชัดเจน แม้เริ่มมีอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ ผู้ป่วยก็อาจยังรู้สึกปกติ ใช้ชีวิตประจำวันได้ และไม่รู้ว่าไตกำลังมีปัญหา การตรวจเลือดและปัสสาวะเป็นวิธีสำคัญในการค้นหา diabetic kidney disease เพราะผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีอาการในระยะแรก เมื่อการทำงานของไตลดลงมากขึ้น อาจเริ่มพบอาการ เช่น
- ขาหรือเท้าบวม
- อ่อนเพลีย
- เบื่ออาหาร
- คลื่นไส้
- คันตามตัว
- ปัสสาวะเปลี่ยนแปลง
- ความดันโลหิตสูงหรือควบคุมยากขึ้น
ถ้าพบโปรตีนรั่ว แปลว่าไตเสื่อมแล้วหรือยัง?
การพบ UACR สูงเป็นสัญญาณของความเสียหายที่ไต แต่ต้องดูว่าความผิดปกตินั้นคงอยู่นานเพียงใดและมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ผลตรวจเปลี่ยนแปลงหรือไม่ โดยทั่วไป CKD หมายถึงความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของไตที่คงอยู่อย่างน้อย 3 เดือน ดังนั้น หากตรวจพบ UACR ผิดปกติ แพทย์อาจให้ตรวจซ้ำเพื่อยืนยันและประเมินร่วมกับ eGFR รวมถึงหาสาเหตุอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง
ถ้าเป็นโรคไตจากเบาหวานแล้ว ยังชะลอได้ไหม?
ชะลอได้ในผู้ป่วยจำนวนมาก โดยต้องจัดการหลายปัจจัยพร้อมกัน
- ควบคุมน้ำตาลในเลือด การควบคุมน้ำตาลช่วยลดความเสียหายจากเบาหวาน และเป็นส่วนสำคัญของการป้องกันและดูแลโรคไตจากเบาหวาน
- ควบคุมความดันโลหิต เบาหวานและความดันสูงสามารถทำร้ายไตพร้อมกันได้ การควบคุมความดันจึงเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการชะลอ CKD โดยเฉพาะผู้ที่มี albuminuria
- ลดอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ ในผู้ป่วยที่มี albuminuria แพทย์อาจพิจารณายากลุ่ม ACE inhibitor หรือ ARB ตามข้อบ่งชี้ ซึ่งนอกจากช่วยควบคุมความดันแล้วยังช่วยลด albuminuria และชะลอการดำเนินของ CKD ได้ในผู้ป่วยที่เหมาะสม
ดังนั้น การดูแลโรคไตจากเบาหวานจึงไม่ใช่เพียงลดน้ำตาล แต่ต้องปกป้องไตและหลอดเลือดในหลายด้านพร้อมกัน
อ่านเพิ่มเติม: เบาหวานลงไต คืออะไร? อาการ ระยะของโรค และวิธีชะลอไตเสื่อม
สรุป
เบาหวานทำให้ไตเสื่อมได้จากระดับน้ำตาลที่สูงต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลเสียต่อหลอดเลือดและหน่วยกรองของไต ความผิดปกติระยะแรกอาจพบเป็นอัลบูมินรั่วในปัสสาวะก่อนที่จะมีอาการชัดเจน ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรติดตามทั้ง eGFR และ UACR ไม่ใช่ดูเพียง Creatinine การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก ร่วมกับการควบคุมน้ำตาล ความดัน และใช้ยาปกป้องไตตามข้อบ่งชี้ สามารถช่วยลดความเสี่ยงที่โรคไตจะดำเนินเร็วขึ้นได้
คำถามที่พบบ่อย
Q: เป็นเบาหวานกี่ปีถึงไตเสื่อม?
A: ไม่มีระยะเวลาตายตัว ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เป็นเบาหวาน การควบคุมน้ำตาล ความดัน โรคร่วม และปัจจัยของแต่ละคน จึงควรตรวจไตตามกำหนดแม้ยังไม่มีอาการ
Q: เบาหวานลงไตมีอาการอะไรเป็นอย่างแรก?
A: ระยะแรกมักไม่มีอาการ สิ่งที่ตรวจพบก่อนอาจเป็นอัลบูมินรั่วในปัสสาวะจากการตรวจ UACR จึงไม่ควรรอให้มีขาบวมหรือปัสสาวะผิดปกติแล้วจึงตรวจไต
Q: เป็นเบาหวานแต่ eGFR ปกติ แปลว่าไตไม่เสื่อมใช่ไหม?
A: ไม่เสมอไป ผู้ป่วยบางรายอาจมี UACR สูงซึ่งแสดงถึงความเสียหายของไต แม้ eGFR ยังไม่ลดลง จึงควรประเมินทั้งสองค่า
Q: UACR เท่าไรถือว่าผิดปกติ?
A: UACR มากกว่า 30 mg/g ถือว่ามี albuminuria แต่ควรยืนยันความผิดปกติและประเมินระยะเวลาร่วมกับข้อมูลอื่นก่อนวินิจฉัย CKD
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









