หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ต่อมลูกหมากโตห้ามกินอะไร? สิ่งที่อาจกระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น

ต่อมลูกหมากโตห้ามกินอะไร? สิ่งที่อาจกระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น

ต่อมลูกหมากโตห้ามกินอะไร? อะไรที่กระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น

คนที่เป็นต่อมลูกหมากโตไม่ได้มีรายการอาหารต้องห้ามตายตัว และอาหารหรือเครื่องดื่มส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้ต่อมลูกหมากโตขึ้นทันที แต่บางอย่างอาจทำให้ ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะ หรือตื่นปัสสาวะกลางคืนมากขึ้น โดยเฉพาะคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และการดื่มน้ำปริมาณมากในช่วงก่อนนอน

ทำไมอาหารและเครื่องดื่มถึงมีผลต่ออาการปัสสาวะ?

ต่อมลูกหมากอยู่บริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะและล้อมรอบส่วนต้นของท่อปัสสาวะ เมื่อมี BPH ผู้ป่วยบางรายจึงมีอาการ เช่น ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะกลางคืน อาหารและเครื่องดื่มบางอย่างไม่ได้ทำให้ต่อมลูกหมากใหญ่ขึ้นทันที แต่อาจเพิ่มปริมาณปัสสาวะหรือกระตุ้นกระเพาะปัสสาวะ ทำให้อาการที่มีอยู่เดิมรู้สึกรบกวนมากขึ้น

1. กาแฟ ชา และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

หากมีปัสสาวะบ่อยหรือปัสสาวะกลางคืน สิ่งแรก ๆ ที่ควรสังเกตคือ คาเฟอีน ซึ่งพบได้ในหลายอย่าง เช่น

  • กาแฟ
  • ชาบางชนิด
  • เครื่องดื่มชูกำลัง
  • น้ำอัดลมบางประเภท
  • เครื่องดื่มหรืออาหารบางชนิดที่มีคาเฟอีน

คาเฟอีนอาจมีฤทธิ์เพิ่มการขับปัสสาวะและกระตุ้นกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะทันที และตื่นปัสสาวะกลางคืน มากขึ้นในบางคน ควรลดหรือหลีกเลี่ยงคาเฟอีนตามความเหมาะสมของอาการ

2. แอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์เป็นอีกสิ่งที่ควรสังเกต เพราะสามารถเพิ่มการสร้างปัสสาวะและอาจทำให้อาการปัสสาวะบางอย่างรบกวนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ผู้ชายที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเย็นหรือกลางคืน อาจพบว่า

  • ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • ปวดปัสสาวะเร็วขึ้น
  • ต้องตื่นเข้าห้องน้ำกลางคืน
  • การนอนหลับถูกรบกวน

3. ดื่มน้ำเยอะก่อนนอน

น้ำไม่ใช่สิ่งที่ผู้ป่วย BPH ต้องหลีกเลี่ยง แต่เวลาและปริมาณที่ดื่มมีความสำคัญ ถ้าดื่มน้ำ ชา นม หรือเครื่องดื่มอื่นจำนวนมากก่อนเข้านอน กระเพาะปัสสาวะย่อมเต็มเร็วขึ้น และอาจทำให้ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะระหว่างคืน ผู้ที่มีปัญหาปัสสาวะกลางคืนจึงอาจลอง

  • กระจายการดื่มน้ำตลอดวัน
  • ลดการดื่มปริมาณมากในช่วงก่อนนอน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มรวดเดียวหลายแก้วตอนกลางคืน

ไม่ควรงดน้ำจนกระหายน้ำหรือเสี่ยงขาดน้ำ และผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคไตควรทำตามคำแนะนำเรื่องปริมาณน้ำของแพทย์เป็นหลัก

4. น้ำอัดลมและเครื่องดื่มบางชนิด ต้องงดไหม?

คำแนะนำเรื่องนี้ต้องระมัดระวังมากกว่าคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มอัดลมบางชนิดมีคาเฟอีน จึงอาจทำให้ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนมีอาการปัสสาวะมากขึ้น ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องดื่มอัดลมชนิดไม่มีคาเฟอีนกับอาการทางเดินปัสสาวะยังไม่ชัดพอที่จะบอกว่าผู้ป่วย BPH ทุกคนต้องงด หากชอบดื่มน้ำอัดลม ควรสังเกตว่าชนิดที่ดื่มมีคาเฟอีนหรือไม่

5. อาหารเผ็ด ต้องงดหรือไม่?

ผู้ป่วยบางคนอาจรู้สึกว่าอาหารบางอย่างสัมพันธ์กับอาการกระเพาะปัสสาวะของตนเอง แต่หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะกำหนดรายการอาหารเผ็ดเป็นข้อห้ามสำหรับ BPH ทุกคน หากกินอาหารเผ็ดแล้วไม่มีอาการปัสสาวะเปลี่ยนแปลง ก็ไม่จำเป็นต้องงดเพียงเพราะเป็นต่อมลูกหมากโต

6. อาหารเค็มเกี่ยวกับต่อมลูกหมากโตไหม?

อาหารเค็มไม่ได้ทำให้ต่อมลูกหมากโตขึ้นโดยตรง แต่ถ้ามีปัญหาตื่นปัสสาวะกลางคืนบ่อย การกินเค็มมากอาจเป็นอีกปัจจัยที่ควรสังเกต โซเดียมทำให้ร่างกายเก็บน้ำมากขึ้น ในบางคนอาจมีของเหลวคั่งบริเวณขาระหว่างวัน เมื่อเข้านอนและนอนราบ ของเหลวส่วนหนึ่งจะกลับเข้าสู่กระแสเลือดและถูกไตขับออกเป็นปัสสาวะ จึงอาจทำให้มีปัสสาวะในช่วงกลางคืนมากขึ้น ดังนั้น ผู้ที่ตื่นปัสสาวะกลางคืนบ่อยอาจลองลดอาหารเค็มจัด เช่น อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง และอาหารที่ปรุงรสเค็มมาก พร้อมสังเกตว่าอาการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

7. อย่าลืมเรื่องท้องผูก

ท้องผูกไม่ได้ทำให้ต่อมลูกหมากโต แต่ปัญหาการขับถ่ายและอาการทางเดินปัสสาวะสามารถเกิดร่วมกันได้ ลำไส้ตรงและกระเพาะปัสสาวะอยู่ใกล้กันในอุ้งเชิงกราน เมื่อมีอุจจาระค้างมากหรือท้องผูกมาก อาจเพิ่มแรงกดและรบกวนการทำงานบริเวณอุ้งเชิงกราน ทำให้อาการปัสสาวะบางอย่างรู้สึกแย่ลงได้ในบางคน

อ่านเพิ่มเติม: ต่อมลูกหมากโตกินอะไรดี? อาหารและพฤติกรรมที่ควรดูแล

วิธีสังเกตว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นอาการ

ผู้ป่วยแต่ละคนตอบสนองต่ออาหารและเครื่องดื่มไม่เหมือนกัน วิธีง่าย ๆ คือสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่กินหรือดื่มกับอาการปัสสาวะ อาจลองจดเป็นเวลา 2–3 วันว่า

  • ดื่มอะไร เวลาไหน และประมาณเท่าไร
  • ปัสสาวะช่วงเวลาใด
  • กลางคืนตื่นกี่ครั้ง
  • มีปวดปัสสาวะทันทีหรือไม่
  • มีเหตุการณ์ใดที่ทำให้อาการผิดจากปกติ

การจดลักษณะนี้เรียกว่า Bladder Diary หรือสมุดบันทึกการปัสสาวะ ซึ่งสามารถช่วยให้เห็นรูปแบบของอาการได้ชัดขึ้น และข้อมูลเรื่องปริมาณ/เวลาการดื่มรวมถึงความถี่ของการปัสสาวะก็เป็นส่วนหนึ่งที่แพทย์ใช้ประเมินผู้ป่วยที่มีปัญหาต่อมลูกหมากและทางเดินปัสสาวะ

สรุป

ต่อมลูกหมากโตไม่ได้มีรายการอาหารต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยทุกคน สิ่งที่มีคำแนะนำค่อนข้างชัดคือการลดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ตามอาการ รวมถึงหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มปริมาณมากในช่วงก่อนนอน หากมีปัสสาวะกลางคืนบ่อย ส่วนอาหารเผ็ด น้ำอัดลม หรืออาหารชนิดอื่นควรพิจารณาตามอาการของแต่ละคน อาหารหรือเครื่องดื่มเหล่านี้ควรถูกอธิบายว่า อาจกระตุ้นอาการปัสสาวะ ไม่ใช่ทำให้ต่อมลูกหมากโตขึ้นโดยตรง และหากปรับพฤติกรรมแล้วยังมีอาการปัสสาวะรบกวนมาก ควรประเมินสาเหตุและความรุนแรงเพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย

Q: ต่อมลูกหมากโตกินกาแฟได้ไหม?

A: กินได้ในบางคน แต่คาเฟอีนอาจทำให้ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะ หรือปัสสาวะกลางคืนมากขึ้น หากสังเกตว่าอาการสัมพันธ์กับกาแฟ ควรลองลดปริมาณหรือหลีกเลี่ยงช่วงเย็นและก่อนนอน

Q: ต่อมลูกหมากโตดื่มชาได้ไหม?

A: ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณ เพราะชาหลายชนิดมีคาเฟอีน หากมีปัสสาวะบ่อยควรสังเกตว่าหลังดื่มชาแล้วอาการเพิ่มขึ้นหรือไม่

Q: ต่อมลูกหมากโตกินเผ็ดได้ไหม?

A: โดยทั่วไปไม่มีข้อกำหนดว่าผู้ป่วย BPH ทุกคนต้องงดอาหารเผ็ด หากรับประทานแล้วไม่กระตุ้นอาการก็ไม่จำเป็นต้องงด แต่หากพบความสัมพันธ์กับอาการของตนเองสามารถลดปริมาณได้

Q: ปัสสาวะกลางคืนบ่อย ควรงดน้ำเลยไหม?

A: ไม่ควรงดน้ำทั้งวันเพื่อแก้ปัญหา อาจปรับโดยกระจายการดื่มในช่วงกลางวันและลดการดื่มปริมาณมากก่อนเข้านอน หากยังตื่นปัสสาวะบ่อยควรหาสาเหตุอื่นร่วมด้วย เพราะ nocturia ไม่ได้เกิดจาก BPH เพียงอย่างเดียว

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

โอนี่แคป (Onycap)

โอนี่แคป

สุขภาพเพศชาย

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top