หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ต่อมลูกหมากโตเริ่มตอนอายุเท่าไร? ผู้ชายวัย 50+ เสี่ยงแค่ไหน

ต่อมลูกหมากโตเริ่มตอนอายุเท่าไร? ผู้ชายวัย 50+ เสี่ยงแค่ไหน

ต่อมลูกหมากโต อายุเท่าไร? ผู้ชายวัย 50+ เสี่ยงแค่ไหน

ต่อมลูกหมากโตพบได้บ่อยขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะในผู้ชายอายุมากกว่า 50 ปี แต่ไม่ได้หมายความว่าพออายุครบ 50 ปีแล้วต่อมลูกหมากจะโตหรือมีอาการทุกคน ในความเป็นจริง ต่อมลูกหมากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และภาวะต่อมลูกหมากโตสามารถเริ่มพบได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป เพียงแต่ในผู้ชายอายุน้อยกว่า 40 ปีมักพบอาการจากภาวะนี้ไม่บ่อยนัก ดังนั้น อายุ 50 ปีจึงไม่ใช่ “จุดเริ่มต้นของโรค” แต่เป็นช่วงวัยที่ผู้ชายควรเริ่มใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงของการปัสสาวะมากขึ้น

ทำไมผู้ชายอายุมากขึ้น ต่อมลูกหมากจึงโตขึ้น?

ต่อมลูกหมากไม่ได้หยุดเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อต่อเนื่องเมื่ออายุมากขึ้น เมื่อเข้าสู่วัยกลางคนและสูงอายุ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและการควบคุมการเจริญของเซลล์ในต่อมลูกหมากมีส่วนทำให้เนื้อเยื่อเพิ่มจำนวน จึงทำให้ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ หากเนื้อเยื่อที่เพิ่มขึ้นไปเบียดบริเวณท่อปัสสาวะ อาจเริ่มทำให้เกิดอาการ เช่น

  • ปัสสาวะไหลช้าลง
  • ปัสสาวะไม่พุ่งเหมือนเดิม
  • ต้องรอกว่าปัสสาวะจะเริ่มออก
  • ปัสสาวะไม่สุด
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • ต้องลุกมาปัสสาวะตอนกลางคืน

อย่างไรก็ตาม ต่อมลูกหมากโตไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีอาการทุกคน และขนาดของต่อมลูกหมากก็ไม่ได้บอกความรุนแรงของอาการได้ทั้งหมด

ต่อมลูกหมากโต เริ่มพบได้ตั้งแต่อายุเท่าไร?

ข้อมูลของ National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK) ระบุว่า ภาวะต่อมลูกหมากโตพบได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป และพบมากขึ้นตามอายุ 

  • ผู้ชายอายุ 40–64 ปี พบ BPH ประมาณ 5–6%
  • ผู้ชายอายุ 65 ปีขึ้นไป พบประมาณ 29–33%
  • ในผู้ชายอายุต่ำกว่า 40 ปี อาการจาก BPH พบไม่บ่อย

นอกจากนี้ BPH ยังถือเป็นปัญหาของต่อมลูกหมากที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ชายอายุมากกว่า 50 ปี ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่า ความเสี่ยงไม่ได้เพิ่มขึ้นทันทีเมื่ออายุครบ 50 ปี แต่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามอายุ

อายุ 50+ ต้องกังวลเรื่องต่อมลูกหมากโตทุกคนไหม?

ไม่จำเป็นต้องกังวล แต่ควรเริ่มสังเกตตัวเองมากขึ้น เพราะการมีอายุมากขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญของ BPH แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายทุกคนจะมีอาการเหมือนกัน บางคนอาจมีต่อมลูกหมากโตแต่แทบไม่มีอาการ ขณะที่บางคนเริ่มรู้สึกว่าการปัสสาวะเปลี่ยนไปและรบกวนชีวิตประจำวัน สิ่งที่ควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “อายุเท่าไร” แต่คือ การปัสสาวะเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ 

นอกจากอายุแล้ว ใครบ้างที่มีโอกาสเกิด BPH มากขึ้น?

แม้อายุจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่สัมพันธ์กับภาวะต่อมลูกหมากโต ปัจจัยที่พบว่ามีความสัมพันธ์ ได้แก่

  • มีคนในครอบครัวเป็น BPH โดยเฉพาะญาติสายตรง
  • ภาวะอ้วน
  • เบาหวานชนิดที่ 2
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • มีกิจกรรมทางกายน้อย

ดังนั้น ผู้ชายวัยกลางคนที่มีปัจจัยเหล่านี้ร่วมด้วย ควรใส่ใจกับความเปลี่ยนแปลงของการปัสสาวะมากขึ้น

ผู้ชายวัย 50+ ควรสังเกตอาการอะไร?

ไม่จำเป็นต้องรอจนปัสสาวะไม่ออกจึงค่อยไปตรวจ เพราะอาการในช่วงแรกอาจเป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นทีละน้อย ลองสังเกตว่าในช่วงที่ผ่านมา มีอาการเหล่านี้เพิ่มขึ้นหรือไม่

  • ปัสสาวะไม่แรงเหมือนเดิม
  • ปัสสาวะไหลสะดุด
  • ต้องรอก่อนปัสสาวะจะออก
  • ต้องออกแรงเบ่ง
  • รู้สึกปัสสาวะไม่หมด
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • ปวดปัสสาวะทันทีและกลั้นยาก
  • ต้องตื่นมาปัสสาวะกลางคืนบ่อยขึ้น

หากมีอาการเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นต่อมลูกหมากโต เพราะอาการปัสสาวะผิดปกติในผู้ชายสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ แนวทางของ European Association of Urology (EAU) จึงให้ความสำคัญกับการประเมิน “อาการทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง” โดยรวม มากกว่าการสรุปว่าอาการทั้งหมดเกิดจาก BPH เนื่องจากปัญหาอาจมาจากต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ หรือสาเหตุอื่นได้

ถ้ายังไม่มีอาการ ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่พิสูจน์ว่าสามารถป้องกัน BPH ได้ 100% โดยเฉพาะปัจจัยเรื่องอายุซึ่งเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งที่ทำได้คือดูแลสุขภาพโดยรวมและสังเกตความเปลี่ยนแปลงของการปัสสาวะ เช่น

  • ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • ดูแลเบาหวาน ความดัน และโรคประจำตัว
  • ไม่มองข้ามอาการปัสสาวะที่เปลี่ยนไป
  • ปรึกษาแพทย์เมื่ออาการเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน

NIDDK ระบุว่ายังไม่พบวิธีที่สามารถป้องกันปัญหาต่อมลูกหมากได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเป้าหมายสำคัญจึงเป็นการรู้จักอาการและเข้ารับการประเมินเมื่อมีความผิดปกติ

สรุป

ต่อมลูกหมากโตสามารถเริ่มพบได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป แต่จะพบมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ และเป็นปัญหาของต่อมลูกหมากที่พบได้บ่อยในผู้ชายอายุมากกว่า 50 ปี อย่างไรก็ตาม อายุ 50 ปีไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นต่อมลูกหมากโต สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขอายุคือการสังเกตว่าการปัสสาวะเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ หากเริ่มมีปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะบ่อย หรือต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยขึ้น ควรเข้ารับการประเมินหาสาเหตุ โดยไม่ควรคิดว่าเป็นเพียงเรื่องปกติของอายุที่มากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

Q: อายุ 40 เป็นต่อมลูกหมากโตได้ไหม?

A: เป็นได้ ภาวะ BPH สามารถพบได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ในผู้ชายอายุต่ำกว่า 40 ปี อาการจาก BPH พบไม่บ่อย ความชุกจะเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

Q: อายุ 50 ปี ต้องเป็นต่อมลูกหมากโตทุกคนไหม?

A: ไม่ ผู้ชายอายุ 50 ปีไม่ได้เป็น BPH ทุกคน อายุเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีโอกาสพบภาวะนี้มากขึ้น

Q: ผู้สูงอายุปัสสาวะบ่อย แปลว่าเป็นต่อมลูกหมากโตหรือไม่?

A: ไม่เสมอไป ปัสสาวะบ่อยอาจเกิดจาก BPH แต่ยังมีสาเหตุอื่น เช่น ปัญหากระเพาะปัสสาวะ เบาหวาน การดื่มน้ำหรือคาเฟอีนมาก และยาบางชนิด จึงควรพิจารณาร่วมกับอาการอื่น

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

โอนี่แคป (Onycap)

โอนี่แคป

สุขภาพเพศชาย

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top