หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ไขมันพอกตับทำให้ตับอักเสบได้ไหม? รู้จัก MASH ก่อนโรคลุกลามรุนแรง

ไขมันพอกตับทำให้ตับอักเสบได้ไหม? รู้จัก MASH ก่อนโรคลุกลามรุนแรง

ไขมันพอกตับทำให้ตับอักเสบได้ไหม? รู้จัก MASH ก่อนโรคลุกลามรุนแรง

ไขมันพอกตับสามารถทำให้เกิดตับอักเสบได้ในผู้ป่วยบางราย แต่ไม่ได้เกิดกับทุกคน ในระยะแรก ผู้ป่วยอาจมีเพียงไขมันสะสมภายในเซลล์ตับ โดยยังไม่มีการอักเสบหรือความเสียหายของเซลล์ตับอย่างชัดเจน แต่หากไขมันสะสมร่วมกับการอักเสบและการบาดเจ็บของเซลล์ตับ ภาวะนี้เรียกว่า MASH หรือ Metabolic Dysfunction-Associated Steatohepatitis ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดและตับแข็งมากกว่าไขมันสะสมเพียงอย่างเดียว

ไขมันพอกตับกับตับอักเสบต่างกันอย่างไร?

คำว่า MASLD หรือ Metabolic Dysfunction-Associated Steatotic Liver Disease ใช้เรียกกลุ่มโรคที่มีไขมันสะสมในตับร่วมกับปัจจัยเสี่ยงทางเมตาบอลิก เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูง MASLD ครอบคลุมตั้งแต่

  • มีเพียงไขมันสะสมในตับ
  • ไขมันสะสมร่วมกับตับอักเสบ หรือ MASH
  • พังผืดในตับ
  • ตับแข็ง

ดังนั้น ผู้ที่เป็น MASLD ไม่ได้หมายความว่าจะมีตับอักเสบทุกคน ส่วน MASH เป็นภาวะที่พบทั้งไขมัน การอักเสบ และความเสียหายของเซลล์ตับร่วมกัน

ภาวะลักษณะสำคัญ
ไขมันสะสมในตับมีไขมันในเซลล์ตับ แต่ยังไม่มีการอักเสบเด่นชัด 
MASHมีไขมัน การอักเสบ และการบาดเจ็บของเซลล์ตับ
พังผืดร่างกายสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็นจากการอักเสบเรื้อรัง
ตับแข็งพังผืดสะสมมากจนโครงสร้างตับผิดรูป

จากไขมันสะสมกลายเป็นตับอักเสบได้อย่างไร?

เมื่อไขมันสะสมในเซลล์ตับมากขึ้น เซลล์ตับอาจเริ่มจัดการกับไขมันส่วนเกินได้ไม่ดี เกิดความเครียดภายในเซลล์และมีการสร้างอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น กระบวนการที่อาจเกิดตามมา ได้แก่

  1. ไขมันสะสมในเซลล์ตับมากขึ้น
  2. เซลล์ตับเกิดความเครียดและบาดเจ็บ
  3. ระบบภูมิคุ้มกันปล่อยสารก่อการอักเสบ
  4. เซลล์ตับบางส่วนถูกทำลาย
  5. ร่างกายสร้างพังผืดขึ้นมาซ่อมแซมบริเวณที่เสียหาย

หากการอักเสบเกิดขึ้นต่อเนื่อง พังผืดอาจสะสมมากขึ้นและค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ตับแข็งได้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินโรคของแต่ละคนแตกต่างกัน และผู้ที่มีไขมันพอกตับไม่ได้พัฒนาเป็น MASH หรือพังผืดทุกคน

ใครบ้างเสี่ยงเกิดตับอักเสบจากไขมันพอกตับ?

  • โรคอ้วนหรือมีไขมันสะสมบริเวณช่องท้อง
  • เบาหวานชนิดที่ 2
  • ภาวะดื้ออินซูลิน
  • ไตรกลีเซอไรด์สูง
  • ความดันโลหิตสูง
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • มีกิจกรรมทางกายน้อย
  • ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วย
  • มีประวัติครอบครัวหรือปัจจัยทางพันธุกรรม

ผู้ที่มีเบาหวาน โรคอ้วน หรือปัจจัยทางเมตาบอลิกหลายข้อ ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงพังผืด แม้จะไม่มีอาการหรือค่าเอนไซม์ตับสูงก็ตาม เพราะโรคอาจดำเนินอยู่โดยไม่มีสัญญาณชัดเจนในระยะแรก

ตับอักเสบจากไขมันพอกตับมีอาการหรือไม่?

ผู้ป่วย MASH จำนวนมากยังไม่มีอาการในระยะแรก บางรายอาจมีอาการที่ไม่จำเพาะ เช่น

  • อ่อนเพลีย
  • เหนื่อยง่าย
  • แน่นหรือไม่สบายบริเวณชายโครงขวา
  • เบื่ออาหาร
  • รู้สึกไม่สดชื่น

อาการเหล่านี้ไม่สามารถใช้ยืนยันว่ามีตับอักเสบได้ เพราะพบได้ในโรคอื่นเช่นกัน หากโรคลุกลามจนมีตับแข็ง อาจเริ่มพบตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องมาน ขาบวม เลือดออกง่าย หรือสับสน แต่ไม่ควรรอให้เกิดอาการเหล่านี้ก่อนเข้ารับการตรวจ

ค่า AST และ ALT สูง แปลว่ามีตับอักเสบหรือไม่?

ค่า AST และ ALT ที่สูงอาจบ่งว่ามีการบาดเจ็บของเซลล์ตับ แต่ไม่สามารถยืนยันว่าเป็น MASH ได้โดยตรง เพราะค่าตับอาจสูงจากสาเหตุอื่น เช่น

  • ไวรัสตับอักเสบ
  • แอลกอฮอล์
  • ยาหรืออาหารเสริมบางชนิด
  • โรคของทางเดินน้ำดี
  • โรคตับชนิดอื่น

ขณะเดียวกัน ผู้ป่วย MASH หรือพังผืดบางรายอาจมีค่า AST และ ALT อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ จึงต้องประเมินร่วมกับปัจจัยเสี่ยง จำนวนเกล็ดเลือด ค่า FIB-4 และการตรวจความแข็งของตับ

ลดการอักเสบของตับได้อย่างไร?

แนวทางสำคัญคือการลดปัจจัยที่ทำให้ไขมันสะสมและการอักเสบดำเนินต่อไป ได้แก่

  • ลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากมีน้ำหนักเกิน
  • ลดเครื่องดื่มหวานและอาหารแปรรูป
  • เลือกอาหารที่มีผัก ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา และโปรตีนไขมันต่ำ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมเบาหวาน ไขมันในเลือด และความดันโลหิต
  • ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
  • ไม่ใช้ยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมโดยไม่ทราบส่วนประกอบ
  • ติดตามพังผืดตามคำแนะนำของแพทย์

การดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอาจช่วยลดไขมันและการอักเสบในตับ รวมถึงลดโอกาสที่โรคจะดำเนินไปสู่พังผืดระยะรุนแรงได้

สมุนไพรจีนช่วยลดตับอักเสบได้หรือไม่?

ในทัศนะการแพทย์แผนจีน ผู้ที่มีไขมันพอกตับร่วมกับการอักเสบอาจได้รับการประเมินตามลักษณะความไม่สมดุล เช่น ความชื้นและเสมหะสะสม ความร้อนชื้น ตับชี่ติดขัด หรือเลือดคั่ง ตำรับยาสมุนไพรจีนถูกนำมาใช้เพื่อช่วยปรับสมดุลของร่างกายตามกลุ่มอาการ ร่วมกับการควบคุมโรคเมตาบอลิกหรือการรักษาตามมาตรฐาน 

สรุป

ไขมันพอกตับสามารถพัฒนาเป็นตับอักเสบได้ในผู้ป่วยบางราย แต่ไม่ได้เกิดกับทุกคน ภาวะที่มีทั้งไขมัน การอักเสบ และความเสียหายของเซลล์ตับเรียกว่า MASH ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดมากกว่าไขมันสะสมเพียงอย่างเดียว ผู้ป่วยมักไม่มีอาการในระยะแรกและไม่สามารถประเมินจากค่า AST หรือ ALT เพียงอย่างเดียว จึงควรตรวจความเสี่ยงพังผืดร่วมด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวาน โรคอ้วน หรือปัจจัยเมตาบอลิกหลายข้อ การควบคุมน้ำหนัก อาหาร การออกกำลังกาย และโรคร่วมตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นหัวใจสำคัญในการลดการอักเสบและชะลอการดำเนินของโรค

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ ผู้ป่วยจำนวนมากมีเพียงไขมันสะสมในตับโดยยังไม่มีการอักเสบ แต่บางรายอาจพัฒนาเป็น MASH ซึ่งต้องได้รับการประเมินความเสี่ยงพังผืดเพิ่มเติม
โดยทั่วไปหมายถึงภาวะเดียวกัน โดย MASH เป็นชื่อใหม่ที่ใช้แทน NASH เพื่อสะท้อนความสัมพันธ์กับความผิดปกติทางเมตาบอลิกได้ชัดเจนขึ้น
ไม่เสมอไป ผู้ป่วยบางรายอาจมี MASH หรือพังผืดแม้ค่า AST และ ALT อยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงต้องพิจารณาปัจจัยเสี่ยงและผลตรวจอื่นร่วมด้วย
ในระยะเริ่มต้นมีโอกาสดีขึ้นได้ หากลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และควบคุมเบาหวานหรือไขมันในเลือดอย่างเหมาะสม แต่ผู้ที่มีพังผืดมากควรได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทาง

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top