มะเร็งลิ้นเป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรงที่เกิดบริเวณลิ้น และเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อยในกลุ่มมะเร็งช่องปาก การรักษามะเร็งลิ้นมีหลายวิธี เช่น การผ่าตัด การฉายรังสี และการให้เคมีบำบัด แต่การรักษาเหล่านี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น การผ่าตัดอาจทำให้ลิ้นเสียหายถาวร ส่งผลให้พูดลำบาก อ้าปากลำบาก รวมถึงมีปัญหาในการเคี้ยวและกลืนอาหาร ส่วนการฉายรังสีอาจทำให้เยื่อบุช่องปากอักเสบ ต่อมน้ำลายอักเสบ และมีอาการปากแห้ง
ผลข้างเคียงเหล่านี้อาจทำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้น้อย เกิดภาวะขาดสารอาหาร ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง และอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตและการเข้าสังคม ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลดลงอย่างมาก
ข้อมูลพื้นฐานผู้ป่วย
- ผู้ป่วยชาย อายุ 57 ปี เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลวันที่ 18 กันยายน 2021
- อาการสำคัญคือปวดบริเวณลิ้นเป็น ๆ หาย ๆ นาน 1 ปี และเพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลิ้นมา 3 วัน
ประวัติการรักษาก่อนหน้า
- ประมาณ 1 ปีก่อนเข้ารับการรักษา ผู้ป่วยเริ่มมีอาการปวดลิ้นด้านขวาเวลารับประทานอาหาร โดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน จึงได้รับยาต้านการอักเสบเป็นช่วง ๆ แต่อาการยังกลับมาเป็นซ้ำ
- ประมาณ 2 เดือนก่อนมาโรงพยาบาล อาการปวดรุนแรงขึ้น และมีอาการปวดบริเวณมุมขากรรไกรล่างด้านขวาร่วมด้วย
- วันที่ 15 กันยายน 2021 ได้เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองเจิ้งโจว โดยทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Biopsy) จากบริเวณขอบก้อนเนื้อที่ลิ้น
- ผลตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเซลล์สความัส (squamous cell carcinoma)โรงพยาบาลแนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัด
- แต่ผู้ป่วยและครอบครัวปฏิเสธการผ่าตัด จึงมารับการรักษาต่อด้วยวิธีอื่น
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
- ผู้ป่วยมีประวัติ สูบบุหรี่เป็นเวลาประมาณ 30 ปี วันละประมาณ 20 มวน
- ปฏิเสธประวัติการดื่มแอลกอฮอล์
การตรวจร่างกาย
- ตรวจพบก้อนบริเวณลิ้นด้านขวา ขนาดประมาณ 5 เซนติเมตร
- ไม่พบแผลหรือเลือดออก
- เมื่อแลบลิ้น พบว่าลิ้นเอียง
- บริเวณคอด้านขวาคลำพบต่อมน้ำเหลืองโตหลายแห่ง
- ต่อมน้ำเหลืองเคลื่อนไหวได้ และไม่กดเจ็บ
การตรวจเพิ่มเติม
1. การตรวจพยาธิวิทยา
ผลตรวจชิ้นเนื้อจากก้อนบริเวณลิ้นพบว่าเป็นมะเร็งเซลล์สความัส (squamous cell carcinoma)
2. การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ผลตรวจพบว่าเมื่อพิจารณาร่วมกับประวัติ สอดคล้องกับมะเร็งลิ้น
- พบไซนัสขากรรไกรบนอักเสบทั้งสองข้าง
- อาจมีถุงน้ำที่ไซนัสขากรรไกรบนด้านซ้าย
3. ตรวจ CT ศีรษะและลำคอพบว่าสอดคล้องกับการวินิจฉัยมะเร็งลิ้น
- พบต่อมน้ำเหลืองโตหลายแห่งที่คอด้านขวา อาจมีการแพร่กระจายของมะเร็ง
- พบไซนัสขากรรไกรบนอักเสบทั้งสองข้าง และอาจมีถุงน้ำที่ไซนัสขากรรไกรบนด้านซ้าย
4. ตรวจ CT ทรวงอกและช่องท้อง พบความผิดปกติหลายประการ เช่น
- ถุงลมโป่งพองในปอดทั้งสองข้าง (Emphysema) และมีถุงลมพอง
- รอยโรคเก่าในปอดขวา
- เยื่อหุ้มปอดหนาตัว
- มีน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ
- พบเงาความหนาแน่นบริเวณช่องกลางอก อาจเป็นต่อมไทมัสที่ยังไม่ฝ่อ
- อาจมีถุงน้ำหลายตำแหน่งในตับ
- พบจุดแคลเซียมสะสมในตับ
- มีการเปลี่ยนแปลงหลังใส่สายค้ำยันหลอดไตทั้งสองข้าง
5. ตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ทั้งร่างกายพบว่า
- มีต่อมน้ำเหลืองผิดปกติที่คอทั้งสองข้าง
- พบต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้และขาหนีบ
- เนื้อเยื่อตับมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น โครงสร้างหยาบ
- พบถุงน้ำในตับ
- ท่อน้ำดีในและนอกตับขยาย
- พบถุงน้ำที่ไตซ้าย
การวินิจฉัย
มะเร็งลิ้นชนิดเซลล์สความัสด้านขวา จัดอยู่ในมะเร็งระยะที่ 4A ซึ่งเป็นระยะลุกลามเฉพาะที่
แผนการรักษา
- การฉายรังสี ช่วงวันที่ 21 กันยายน 2021 – 12 พฤศจิกายน 2021 ให้การฉายรังสีตามแผน
- PGTV 69.96 Gy / 33 ครั้ง
- PTV1 60.06 Gy / 33 ครั้ง
- PTV2 54 Gy / 30 ครั้ง
- เคมีบำบัดพร้อมการฉายรังสี
- ให้ยา Naida Bo 50 mg จำนวน 5 ครั้ง
- ระหว่างการรักษาร่วมใช้ ตำรับยาสมุนไพรจีน
- เคมีบำบัดเพิ่มเติม ช่วงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2021 – 3 กุมภาพันธ์ 2022 ให้ยา Duoxita Sai + Naida Bo รวม 4 ครั้ง ร่วมกับตำรับยาสมุนไพรจีน
- การรักษาแบบมุ่งเป้า ช่วงวันที่ 23 มีนาคม 2022 – 28 ตุลาคม 2022 ให้ยา Xitu Xidan Kang ร่วมกับตำรับยาสมุนไพรจีน
การประเมินผล
- วันที่ 25 พฤศจิกายน 2021 ตรวจ MRI ซ้ำ พบว่าก้อนมะเร็งลิ้นมีขนาดเล็กลง
- ในช่วง 19 กันยายน 2021 – 30 มิถุนายน 2022 ค่า SCC (Squamous Cell Carcinoma antigen – สารบ่งชี้มะเร็งชนิดเซลล์สความัส) อยู่ในเกณฑ์ปกติทั้งหมด จากการติดตามผลหลายครั้งพบว่า
- ก้อนที่ลิ้น ยุบลงอย่างชัดเจน
- ผู้ป่วย พูดได้คล่องขึ้น
- การเคลื่อนไหวของลิ้น ใกล้เคียงปกติ
สรุปกรณีศึกษา
การรักษามะเร็งศีรษะและลำคอระยะลุกลามมักมีเป้าหมายเพื่อรักษาให้หายขาดและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในกรณีนี้ ผู้ป่วยไม่ต้องการผ่าตัดเพราะต้องการเก็บอวัยวะไว้ จึงเลือกการรักษาแบบ ฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัด (Concurrent chemoradiotherapy) อย่างไรก็ตาม ระหว่างการรักษาผู้ป่วยเกิดผลข้างเคียงหลายอย่าง เช่น
- ภาวะกดไขกระดูก
- เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดต่ำ
- ความผิดปกติของเกลือแร่ในเลือด
- โซเดียมต่ำและโพแทสเซียมต่ำ
- รับประทานอาหารได้น้อย
- ปวดเยื่อบุช่องปาก
- น้ำหนักลดและอ่อนแรง
จึงมีการปรับแผนการรักษาเป็นการรักษาแบบมุ่งเป้าร่วมกับตำรับยาสมุนไพรจีนระหว่างการรักษา ผู้ป่วยไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรงและก้อนบริเวณลิ้นยุบลงอย่างเห็นได้ชัด
ข้อความสำคัญสำหรับผู้ป่วยและญาติ
- มะเร็งลิ้นสามารถรักษาได้หลายวิธี เช่น การผ่าตัด การฉายรังสี และเคมีบำบัด
- การรักษาแต่ละวิธีอาจมีผลข้างเคียง จึงต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
- โภชนาการและสภาพร่างกายของผู้ป่วยมีผลต่อความสามารถในการทนต่อการรักษา
- การรักษาแบบผสมผสานหลายวิธีร่วมกันอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
- เป้าหมายของการรักษามะเร็งในปัจจุบันไม่ได้เน้นเพียงการยืดอายุ แต่ยังมุ่งให้ผู้ป่วยมี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างการรักษา
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และเป็นตัวอย่างกรณีศึกษา ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลได้หากท่านหรือญาติมีคำถามเกี่ยวกับแนวทางรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเสมอ


