หน้าแรก  »  ข้อมูลทางคลินิกด้านมะเร็ง  »  การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนรักษามะเร็งกระเพาะอาหารระยะลุกลามที่มีการแพร่กระจาย

การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนรักษามะเร็งกระเพาะอาหารระยะลุกลามที่มีการแพร่กระจาย

การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนรักษามะเร็งกระเพาะอาหารระยะลุกลามที่มีการแพร่กระจาย

มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในทางคลินิก โดยมีอัตราการเกิดและอัตราการเสียชีวิตอยู่ในอันดับที่ 3 ของมะเร็งทั้งหมด ในประเทศจีน สัดส่วนของผู้ป่วยที่ตรวจพบในระยะเริ่มต้นยังค่อนข้างต่ำ เพียงประมาณ 20% ขณะที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการวินิจฉัยในระยะลุกลาม ส่งผลให้อัตราการรอดชีวิต 5 ปีโดยรวมยังต่ำกว่า 50%

ที่ผ่านมา การรักษามะเร็งกระเพาะอาหารระยะลุกลามอาศัยเคมีบำบัดเป็นหลัก แม้จะมีประสิทธิภาพในระดับหนึ่ง แต่ผลลัพธ์ด้านการยืดอายุผู้ป่วยยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ดังนั้น การพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการรักษาเพื่อเพิ่มประสิทธิผล ลดผลข้างเคียง และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในทางคลินิก

กรณีศึกษานี้ ได้นำเสนอกรณีศึกษาการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนในการรักษามะเร็งกระเพาะอาหารระยะลุกลาม เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับแพทย์ในการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริมร่วมกับการรักษามาตรฐาน

ข้อมูลพื้นฐานผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยชาย อายุ 72 ปี
  • มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้องตื้อ ๆ เป็นเวลา 3 เดือน

การตรวจเพิ่มเติม (Additional Investigations)

1. การส่องกล้องกระเพาะอาหาร

พบแผลขนาดใหญ่บริเวณกระเพาะอาหารส่วนแอนทรัม (gastric antrum)

2. ผลพยาธิวิทยาจากการส่องกล้อง

ยืนยันว่าเป็นมะเร็งต่อมของกระเพาะอาหาร (gastric adenocarcinoma)

3. การตรวจ CT ช่องท้อง

  • พบผนังกระเพาะอาหารส่วนแอนทรัมหนาตัว
  • พบการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองในช่องท้องโดยรอบ
ผลการตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหารของผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร
ผลการตรวจ CT ของผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร

การวินิจฉัย (Diagnosis)

มะเร็งกระเพาะอาหารระยะลุกลาม

แผนการรักษาและการประเมินผล (Treatment Plan and Evaluation)

1. การรักษาด้วยเคมีบำบัดระยะแรก (12 มีนาคม 2018)

  • Oxaliplatin injection 225 mg วันที่ 1
  • Tegafur-gimeracil-oteracil capsule 60 mg วันที่ 1–14
  • หลังรักษา 3 คอร์ส พบว่า ผู้ป่วยเกิดภาวะอุดกั้นบริเวณประตูออกกระเพาะ (pyloric obstruction) จึงให้การรักษาเพิ่มเติม โดยการใส่ขดลวดลำไส้เล็กส่วนต้นเพื่อบรรเทาภาวะอุดกั้น

2. การเปลี่ยนสูตรเคมีบำบัด (20 กรกฎาคม 2018)

  • Albumin-bound paclitaxel injection 200 mg วันที่ 1, 8
  • 5-fluorouracil 0.75 mg วันที่ 1 + 3.15 mg continuous infusion 46 ชั่วโมง
  • หลังรักษา 4 คอร์ส ผู้ป่วยมีอาการแย่ลง ได้แก่ ปวดท้องรุนแรงขึ้น ภาวะเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลต่ำร่วมกับการติดเชื้อ ภาวะช็อกจากการติดเชื้อ เลือดออกทางเดินอาหารอย่างรุนแรง ผล CT ซ้ำพบว่า โรคยังคงลุกลามต่อไป

3. การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (9 พฤศจิกายน 2018)

  • Pembrolizumab 100 mg ทุก 3 สัปดาห์ รวมทั้งหมด 13 ครั้ง
  • ผลระหว่างการรักษา พบว่า อาการปวดท้องค่อย ๆ ดีขึ้นจนหาย ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันบำบัดอย่างชัดเจน

4. การประเมินโรคซ้ำ

  • 9 สิงหาคม 2019 ส่องกล้องกระเพาะอาหารซ้ำ พบว่า เป็นการอักเสบเรื้อรังของเยื่อเมือกบริเวณคาร์เดีย
  • 3 พฤศจิกายน 2019 PET-CT ยังคงพบความไวต่อการเผาผลาญของรอยโรคบางส่วนเฉพาะที่ในกระเพาะอาหาร

5. การผ่าตัด (10 ธันวาคม 2019)

  • ผ่าตัดตัดกระเพาะอาหารแบบรักษาหายขาด
  • ผ่าตัดต่อกระเพาะกับลำไส้เล็กแบบ Roux-en-Y
  • ผลพยาธิวิทยาหลังผ่าตัดพบว่า ไม่พบมะเร็งชนิดแทรกซึมชัดเจนบริเวณด้านโค้งน้อยของกระเพาะ ขอบตัดส่วนบนและส่วนล่างไม่พบเซลล์มะเร็ง ต่อมน้ำเหลืองที่ตัดออกไม่พบเซลล์มะเร็ง

6. ให้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม (10 กุมภาพันธ์ 2020)

  • ผลการส่องกล้องกระเพาะอาหารติดตามล่าสุดพบว่า เยื่อเมือกบริเวณรอยต่อมีการอักเสบเรื้อรังและมีภาวะเยื่อบุกระเพาะอักเสบ
  • ผลการตรวจ PET-CT ไม่พบการกลับเป็นซ้ำของเนื้องอกและไม่พบการแพร่กระจาย

สรุปกรณีศึกษา

ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งกระเพาะอาหารระยะลุกลาม และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องแบบหลายสาขา ได้แก่ เคมีบำบัด ภูมิคุ้มกันบำบัด การผ่าตัด และการรักษาเสริมด้วยตำรับยาสมุนไพรจีน แม้ในช่วงแรกผู้ป่วยจะมีภาวะแทรกซ้อนสำคัญจากเคมีบำบัด เช่น ภาวะอุดกั้นทางเดินอาหาร การติดเชื้อรุนแรง ภาวะช็อกจากการติดเชื้อ และเลือดออกทางเดินอาหาร แต่หลังจากเริ่ม Pembrolizumab พบว่าอาการปวดท้องดีขึ้นอย่างชัดเจน และทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าสู่การผ่าตัดรักษาได้ในเวลาต่อมา หลังการผ่าตัดและการติดตามผล ไม่พบมะเร็งคงเหลือที่ขอบตัดหรือในต่อมน้ำเหลือง และผล PET-CT ล่าสุดไม่พบการกลับเป็นซ้ำหรือการแพร่กระจายของโรค

ในด้านการรักษาเสริมด้วยตำรับยาสมุนไพรจีน มีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังผ่าตัด ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร ลดความเหนื่อยล้า และเสริมภูมิคุ้มกัน โดยตำรับนี้ประกอบด้วยสมุนไพรหลายชนิดที่มีบทบาทแตกต่างกัน เช่น

  • Dongchongxiacao ช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกันและลดความเหนื่อยล้า
  • Ezhu, Tubiechong, Sanqi ช่วยสลายก้อน กระตุ้นการไหลเวียน และยับยั้งการเจริญของเนื้องอก
  • Xuchangqing, Baihuasheshecao, Banzhilian ช่วยขับพิษ สลายเลือดคั่ง และลดโอกาสการแพร่กระจาย
  • Huangqi, Renshen, Nvzhenzi, Lingzhi, Jiaogulan ช่วยบำรุงม้ามและไต เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยต้านมะเร็ง
  • Baizhu, Fuling, Shenqu ช่วยบำรุงม้ามและกระเพาะ และช่วยเพิ่มความอยากอาหาร

กรณีศึกษานี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพในมะเร็งกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะการใช้ ภูมิคุ้มกันบำบัดร่วมกับการผ่าตัดและตำรับยาสมุนไพรจีนเสริม สามารถช่วยยืดอายุผู้ป่วย ชะลอการกลับเป็นซ้ำและการแพร่กระจาย และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องได้

Source

Department of General Medicine, The First Affiliated Hospital of Wenzhou Medical University, China

แหล่งข้อมูล

แผนกเวชศาสตร์ทั่วไป โรงพยาบาลในเครือแห่งที่หนึ่ง มหาวิทยาลัยการแพทย์เวินโจว ประเทศจีน

หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้ดูแลได้ ผลการรักษาอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top