หน้าแรก  »  ข้อมูลทางคลินิกด้านมะเร็ง  »  การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งไต

การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งไต

การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งไต

มะเร็งไต (Renal cell carcinoma; RCC) เป็นเนื้องอกร้ายที่เกิดจากเซลล์เยื่อบุท่อไต (renal tubular epithelium) คิดเป็นประมาณ 80–90% ของมะเร็งไตทั้งหมด และเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยของระบบทางเดินปัสสาวะ ในระดับโลก มะเร็งไตมีอุบัติการณ์เป็นอันดับที่ 14 และอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับที่ 15 ของมะเร็งทั้งหมด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยความก้าวหน้าของการรักษาแบบมุ่งเป้า (targeted therapy) และการเพิ่มบทบาทของภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) ทำให้ผลลัพธ์การรักษาของผู้ป่วยมะเร็งไตระยะลุกลามดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงแนวทางการรักษาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อลดอาการของผู้ป่วย เพิ่มพยากรณ์โรค และยกระดับคุณภาพชีวิต ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องในทางคลินิก

กรณีศึกษานี้ได้นำเสนอการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริมในผู้ป่วยมะเร็งไต เพื่อเป็นแนวทางอ้างอิงสำหรับแพทย์ในการใช้ยาแพทย์แผนจีนร่วมกับการรักษามาตรฐาน

ข้อมูลพื้นฐานผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยชาย อายุ 58 ปี
  • มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดข้อเข่าซ้ายมากกว่า 3 เดือน

ประวัติการรักษาก่อนหน้า (Prior Treatment History)

  • ประมาณ 3 เดือนก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยเผลอทำให้เข่าซ้ายบาดเจ็บ หลังจากนั้นรู้สึกว่าข้อเข่าซ้ายบวมและปวดชัดเจน แม้พักแล้วอาการก็ไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจน จึงได้รับการรักษาด้วยการเจาะข้อเข่าซ้าย ระหว่างนั้นอาการบวมและปวดเป็น ๆ หาย ๆ
  • ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2024 ได้รับการตรวจ MRI พบว่ามีรอยโรคชนิดก้อนที่บริเวณ กระดูกสะบ้าเข่าซ้าย โดยพิจารณาว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าเป็น รอยโรคชนิดเนื้องอก จึงรับไว้รักษาในโรงพยาบาลเพื่อการวินิจฉัยและรักษาเพิ่มเติม

ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต (Past Medical History)

  • ในอดีตสุขภาพแข็งแรง
  • ปฏิเสธประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง

การตรวจเพิ่มเติม (Additional Investigations)

1. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Tests)

  • SCC = 2.04 ng/mL ↑
  • ค่าอื่นอยู่ในเกณฑ์ปกติ ได้แก่
    1. CA125
    2. CA199
    3. CA153
    4. AFP
    5. CEA

2. การตรวจ CT ทรวงอก

พบปมหลายตำแหน่งและก้อนในปอดทั้งสองข้าง ก้อนที่ใหญ่กว่ามีขนาดประมาณ 36 × 35 มม. พิจารณาร่วมทางคลินิกแล้วเข้าได้กับ

3. การตรวจ CT ช่องท้องทั้งหมด

  • พบรอยโรคชนิดเนื้องอกที่ไตซ้าย ขนาดประมาณ 42 × 52 × 43 มม. พิจารณาว่าเป็นไปได้สูงว่าเป็น มะเร็งไตชนิดเซลล์ใส
  • พบเงาความหนาแน่นเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณหน้าสะดือ ขนาดประมาณ 51 × 57 × 49 มม. พิจารณาว่าอาจเป็น รอยโรคแพร่กระจาย

4. การตรวจ CT ข้อเข่าซ้ายแบบสแกนธรรมดา + สร้างภาพสามมิติ

กระดูกสะบ้าเข่าซ้ายถูกทำลายร่วมกับก้อนเนื้อเยื่ออ่อน พบการทำลายของกระดูกแบบเป็นปุ่มที่ปลายบนของกระดูกหน้าแข้งซ้าย พิจารณาได้ว่า เป็นรอยโรคชนิดเนื้องอก

5. พยาธิจากการเจาะข้อเข่าผ่านผิวหนังภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวด์

ผลพยาธิวิทยาพบว่า เป็นมะเร็งแพร่กระจาย เมื่อพิจารณาร่วมกับประวัติทางคลินิก ผลภูมิคุ้มกันวิทยา สรุปได้ว่า เนื้องอกมีต้นกำเนิดจากไต เป็นมะเร็งเซลล์ใสชนิดแพร่กระจาย

6. การตรวจภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunohistochemistry)

  • CK-Pan (+)
  • Vimentin (+)
  • CK7 (-)
  • Napsin A (-)
  • TTF-1 (-)
  • CDX-2 (-)
  • Pax-8 (+)
  • GATA3 (-)
  • PSA (-)
  • Hepatocyte (-)
  • Pax-2 (weak +)
  • CA IX / Carbonic anhydrase 9 (+)
  • Ki-67 ประมาณ 15%
ผลการตรวจพยาธิวิทยา ผู้ป่วยมะเร็งไต

การวินิจฉัย (Diagnosis)

  • มะเร็งไตซ้าย (left renal cell carcinoma) ชนิด clear cell carcinoma ระยะ IV (pTNM)  
  • มะเร็งแพร่กระจายที่กระดูก
  • มะเร็งแพร่กระจายที่ปอด
  • มะเร็งแพร่กระจายในอุ้งเชิงกราน

แผนการรักษา (Treatment Plan)

  • หลังรับไว้รักษาในโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 26 มกราคม ให้ Oxycodone hydrochloride เพื่อระงับปวด คะแนนปวด NRS = 2
  • 5 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม ให้รังสีรักษาที่รอยโรคแพร่กระจายบริเวณขาซ้ายส่วนล่าง ขนาดรังสีรวม 57.5 Gy / 25 fractions
  • 5 กุมภาพันธ์ เริ่มรับประทาน Sunitinib เป็นการรักษาแบบมุ่งเป้า หลังรับประทานประมาณ 1 สัปดาห์ พบอาการไม่พึงประสงค์ ได้แก่ ผิวหนังทั่วร่างกายเหลือง แผลในปากขนาดใหญ่ เลือดออกตามเหงือก
  • 13 กุมภาพันธ์ ลดขนาดยา Sunitinib และให้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม หลังจากนั้นพบว่า อาการผิวเหลืองดีขึ้น แผลในปากดีขึ้น อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ค่อย ๆ ดีขึ้น

การประเมินผลการรักษา (Efficacy Evaluation)

1. ผลการตรวจ CT ทรวงอก

ยังพบปมและก้อนในปอดทั้งสองข้าง ก้อนที่ใหญ่กว่ามีขนาดประมาณ 26 มม. เมื่อเทียบกับก่อนหน้า พบว่า บางส่วนเล็กลง

2. ผลการตรวจ CT ช่องท้อง

  • รอยโรคที่ไตซ้ายยังคงพบอยู่ แต่หลังรักษาขนาดเล็กลงเมื่อเทียบกับก่อนหน้า
  • ก้อนเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณหน้าสะดือเล็กลง

3. ผลการตรวจ CT ข้อเข่าซ้าย

รอยโรคทำลายกระดูกสะบ้าเข่าซ้ายร่วมกับก้อนเนื้อเยื่ออ่อน หลังรักษาขอบเขตรอยโรคเล็กลง

4. ผลด้านอาการ

หลังสิ้นสุดรังสีรักษา ผู้ป่วยสามารถหยุด Oxycodone hydrochloride ชั่วคราวได้ คะแนนปวดปัจจุบัน NRS = 1

การประเมินผลการรักษาทางภาพ ก่อน-หลังรักษา ผู้ป่วยมะเร็งไต

สรุปกรณีศึกษา

กรณีศึกษานี้เป็นผู้ป่วยชายอายุ 58 ปี เข้ารับการรักษาด้วยอาการปวดเข่าซ้ายนานกว่า 3 เดือน ภายหลังการตรวจเพิ่มเติมทั้งทางภาพวินิจฉัยและพยาธิวิทยาของก้อนบริเวณข้อเข่าซ้าย ได้รับการวินิจฉัยเป็นมะเร็งไตชนิด clear cell carcinoma ของไตซ้าย ระยะ IV (pT4N0M1) ร่วมกับการแพร่กระจายไปยังกระดูก ปอด และอุ้งเชิงกราน ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยรังสีรักษาต่อรอยโรคกระดูกบริเวณข้อเข่าซ้าย ร่วมกับการรักษาแบบมุ่งเป้าด้วย sunitinib และการรักษาเสริมด้วยตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือน ผลการรักษาพบว่า ขนาดก้อนมะเร็งทั้งตำแหน่งหลักและตำแหน่งแพร่กระจายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาการปวดลดลงอย่างชัดเจน และประเมินผลการตอบสนองเป็น partial response (PR)

ตำรับยาสมุนไพรจีนประกอบด้วยสมุนไพรจีนหลายชนิด มีสรรพคุณในการ ต้านมะเร็ง บำรุงม้ามและไต กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และขับพิษ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษาต้านมะเร็ง เช่น รังสีรักษา และช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย จากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของตำรับยาพบว่า มีทั้งสารที่ละลายในไขมันประมาณ 20 ชนิด และสารที่ละลายในน้ำประมาณ 38 ชนิด ซึ่งสามารถเข้าสู่เซลล์ได้อย่างมีเสถียรภาพ และออกฤทธิ์ในด้าน ต้านมะเร็ง ลดอาการอ่อนเพลีย และปกป้องการทำงานของตับ

ในกรณีนี้ แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของตำรับยาสมุนไพรจีนในฐานะการรักษาเสริมสำหรับมะเร็งไต อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเชิงประจักษ์เพิ่มเติม เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย รวมถึงขยายการประยุกต์ใช้ในเนื้องอกชนิดอื่นต่อไป

Source

Department of Oncology, Wuhan Fourth Hospital, China

แหล่งข้อมูล

แผนกมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลที่สี่ เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน

หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้ดูแลได้ ผลการรักษาอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top