มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colorectal cancer) เป็นหนึ่งในเนื้องอกร้ายที่พบบ่อยทั่วโลก โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อัตราการเกิดโรคและอัตราการเสียชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรคนี้มักมีลักษณะดำเนินไปอย่างเงียบ (Insidious Onset) ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการวินิจฉัยเมื่อเข้าสู่ระยะกลางหรือระยะลุกลามแล้ว ซึ่งส่งผลให้การรักษามีความซับซ้อนและยากลำบากมากขึ้น ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว วงการแพทย์ยังคงมุ่งค้นหาแนวทางการวินิจฉัยและการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ทางคลินิกและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
กรณีศึกษานี้ได้นำเสนอการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริมในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ตรงที่มีการกระจายหลายตำแหน่ง เพื่อเป็นแนวทางอ้างอิงสำหรับแพทย์ในการใช้ยาแพทย์แผนจีนร่วมกับการรักษามาตรฐาน
ข้อมูลพื้นฐานผู้ป่วย
- ผู้ป่วยหญิง อายุ 67 ปี
- มาพบแพทย์ด้วยอาการอ่อนเพลียร่วมกับน้ำหนักลดเป็นเวลา 2 เดือน
ประวัติการรักษาก่อนหน้า (Prior Treatment History)
- ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) ที่โรงพยาบาลแห่งที่สองของเมืองอู๋ซี (Wuxi Second Hospital) ผลการตรวจพบว่า
- บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วน ascending colon ใกล้ ileocecal region พบก้อนขนาดใหญ่ ลักษณะไม่สม่ำเสมอ (irregular mass) ก้อนดังกล่าว กินพื้นที่ประมาณ 2/3 ของลูเมนลำไส้ (intestinal lumen)
- นอกจากนี้ ในลำไส้ใหญ่และทวารหนักส่วนอื่น ยังพบติ่งเนื้อ (polypoid lesions) หลายตำแหน่ง ขนาดประมาณ 0.4–0.8 ซม.
- ผลการตรวจชิ้นเนื้อ (biopsy) ยืนยันการวินิจฉัยเป็น adenocarcinoma ของลำไส้ใหญ่ (colon adenocarcinoma)
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต (Past Medical History)
- เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มา 5 ปี รับประทานยา glimepiride และ pioglitazone
- ปฏิเสธประวัติความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดหัวใจ
- ไม่มีโรคร้ายแรงอื่น
การตรวจเพิ่มเติม (Additional Investigations)
1. การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
- บริเวณ ascending colon ใกล้ ileocecal region พบก้อนขนาดใหญ่ ลักษณะไม่สม่ำเสมอ กินพื้นที่ประมาณ 2/3 ของลูเมนลำไส้
- ส่วนอื่นของลำไส้ใหญ่และทวารหนัก พบ ติ่งเนื้อหลายตำแหน่ง (multiple polypoid lesions) ขนาดประมาณ 0.4–0.8 ซม.
- ผลชิ้นเนื้อ (biopsy) ยืนยันเป็น colon adenocarcinoma
2. การตรวจ CT ทรวงอก ช่องท้อง และอุ้งเชิงกราน
- ลำไส้ใหญ่ส่วน ascending colon ลักษณะเข้าได้กับ malignant tumor (MT)
- พบต่อมน้ำเหลืองโตหลายตำแหน่งในช่องท้องและ retroperitoneum สงสัย lymph node metastases (LNM)
- ปอดทั้งสองข้าง พบก้อน solid nodules หลายตำแหน่ง สงสัย lung metastases (M)
- พบรอยโรคเรื้อรังเล็กน้อยที่ปอด
- ภายหลังใส่ port-a-cath มีลมใต้ผิวหนังเล็กน้อย
- ถุงน้ำในตับ (hepatic cyst)
- ถุงน้ำในไตทั้งสองข้างและนิ่วในไต (ซ้ายเด่น)
- ไตซ้ายมี hydronephrosis และ perinephric fascia หนาตัว
- พบน้ำในช่องท้องเล็กน้อย (ascites)
3. MRI กระดูกสันหลังส่วนเอวและกระเบนเหน็บ
- พบการเสื่อมของกระดูกสันหลัง (degenerative changes)
- L4/5 disc bulging
- L4 vertebral spondylolisthesis grade I
- พบก้อนขนาดเล็กที่ L1 vertebral body ยังสรุปไม่ได้ว่าไม่มีการกระจายของมะเร็งไปที่กระดูก
4. การตรวจยีน (Genetic Testing)
- KRAS / NRAS / BRAF: wild type
- พบการกลายพันธุ์ของ TP53 mutation และ PIK3CA mutation
- PD-L1 CPS = 30 (สูง)
- Microsatellite status: MSS (microsatellite stable)
การวินิจฉัย (Diagnosis)
- มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วน ascending colon (adenocarcinoma)
- มีการแพร่กระจายไปยังปอด (lung metastasis) ต่อมน้ำเหลืองหลังช่องท้อง (retroperitoneal lymph node metastasis)และกระดูก (bone metastasis)
- ระยะ IV (metastatic colorectal cancer)
แผนการรักษา (Treatment Plan)
- ให้การรักษาแบบ เคมีบำบัดร่วมกับยาต้านการสร้างหลอดเลือด (anti-angiogenesis) รวม 6 รอบ ด้วย
- Oxaliplatin 180 mg
- Capecitabine 1500 mg เช้า + 1500 mg เย็น (รับประทาน) วันที่ 1–4
- Bevacizumab 400 mg
- ให้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม
การประเมินผลการรักษา (Efficacy Evaluation)
- หลังเคมีบำบัด 4 รอบ ตรวจ CT (ทรวงอก ช่องท้อง และอุ้งเชิงกราน) ผลการประเมินพบว่า โรคอยู่ในระดับ Stable Disease (SD) ตัวบ่งชี้มะเร็ง (tumor markers) มีการเปลี่ยนแปลงตามการรักษา (รายละเอียดตามกราฟ)
- หลังเคมีบำบัดรอบที่ 5 เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำระดับ II (Grade II thrombocytopenia) ได้รับการรักษาด้วย recombinant human thrombopoietin ภายหลังการรักษาค่าเกล็ดเลือดกลับสู่ปกติ แต่ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร จึงเริ่มให้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม





สรุปกรณีศึกษา
ผู้ป่วยรายนี้เป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะลุกลามร่วมกับการแพร่กระจายหลายตำแหน่ง โดยได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดร่วมกับยาต้านการสร้างหลอดเลือด (anti-angiogenesis therapy) และหลังการรักษา 4 รอบ พบว่าโรคอยู่ในระดับ stable disease (SD) แสดงถึงประสิทธิภาพของการรักษาโดยรวมในด้านการควบคุมโรค
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการรักษาผู้ป่วยมีอาการไม่พึงประสงค์ ได้แก่ อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร ซึ่งส่งผลต่อสภาพร่างกายและความสามารถในการทนต่อการรักษา (tolerability) จึงได้เพิ่มการรักษาเสริมด้วยตำรับยาสมุนไพรจีนและภายหลัง 2 รอบการรักษา พบว่าอาการดังกล่าวดีขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงบทบาทของแพทย์แผนจีนในการลดผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็ง มีหลักฐานจากการศึกษาแสดงว่า ตำรับยาสมุนไพรจีนมีความปลอดภัยและสามารถปรับการทำงานของ T lymphocytes สามารถยับยั้ง GSK-3 และ FAK signaling pathways ส่งผลให้ลดการยึดเกาะและการเคลื่อนที่ของเซลล์มะเร็ง
กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริมร่วมกับเคมีบำบัดและ targeted therapy สามารถลดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร เพิ่มความสามารถในการทนต่อการรักษา และช่วยสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ผลลัพธ์ดังกล่าวสนับสนุนบทบาทของการรักษาแบบผสมผสานระหว่างแพทย์แผนจีนและแพทย์แผนตะวันตกในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ระยะลุกลาม และคาดว่าจะมีหลักฐานเชิงประจักษ์เพิ่มเติมในอนาคตเพื่อยืนยันประสิทธิผลของแนวทางนี้ในวงกว้าง
Source
Department of Medical Oncology, Affiliated Hospital of Jiangnan University, China
แหล่งข้อมูล
แผนกอายุรกรรมมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยเจียงหนาน ประเทศจีน
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้ดูแลได้ ผลการรักษาอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย


