มะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในเนื้องอกร้ายที่พบบ่อยที่สุดทั่วโลก จากข้อมูลภาระโรคมะเร็งทั่วโลกในปี ค.ศ. 2022 พบว่า อุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านมในสตรีอยู่ในอันดับรองจากมะเร็งปอด ในประเทศจีน มะเร็งเต้านมยังคงเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยข้อมูลภาระโรคมะเร็งที่เผยแพร่ในวารสาร JNCC ระบุว่า ในปี 2022 อุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านมในสตรีอยู่ที่ 51.17 ต่อประชากร 100,000 คน จำนวนผู้ป่วยที่สูงดังกล่าวไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังสร้างภาระต่อระบบสาธารณสุขและสังคมโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน การพัฒนาการรักษามะเร็งเต้านมโดยเฉพาะเคมีบำบัดและยาต้านมะเร็งชนิดต่าง ๆ มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การรักษาเหล่านี้มักก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และอาการทางระบบทางเดินอาหาร ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
กรณีศึกษานี้ได้นำเสนอการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เพื่อเป็นแนวทางอ้างอิงสำหรับแพทย์ในการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม
ข้อมูลพื้นฐานผู้ป่วย
- ผู้ป่วยหญิง อายุ 42 ปี
- มาพบแพทย์ด้วยอาการพบก้อนที่เต้านมขวา 1 เดือน
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต (Past Medical History)
โสด ไม่เคยมีบุตร ประจำเดือนมาปกติ ปฏิเสธประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง
การตรวจร่างกาย (Physical Examination)
- ตรวจเต้านมพบว่า เต้านมและลานหัวนมทั้งสองข้างสมมาตร ไม่พบผิวหนังแดงบวม แผล ลักษณะผิวส้ม หรือรอยบุ๋ม หัวนมไม่บุ๋ม ไม่มีสารคัดหลั่ง
- คลำพบก้อนใต้ลานหัวนมขวา ขนาดประมาณ 4 × 3 ซม. ขอบไม่เรียบ ผิวไม่เรียบ การเคลื่อนไหวค่อนข้างน้อย และคลำพบก้อนที่ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ขวา ขนาดประมาณ 2.5 × 1.0 ซม. ลักษณะแข็ง เคลื่อนไหวได้น้อย
การตรวจเพิ่มเติม (Additional Investigations)
1. อัลตราซาวด์เต้านม
- พบก้อนแข็งในเต้านมขวา (BI-RADS IV A)
- ไม่สามารถตัดภาวะอักเสบออกได้
- พบต่อมน้ำเหลืองรักแร้ขวาโต
2. การตรวจ CT ทรวงอก
- พบก้อนในเต้านมขวา ขนาดประมาณ 3.8 × 2.9 ซม. ขอบไม่ชัด
- พบต่อมน้ำเหลืองรักแร้ขวาโตหลายตำแหน่ง ก้อนใหญ่สุดประมาณ 2.6 × 1.7 ซม.
- ไม่พบความผิดปกติชัดเจนในปอด
3. แมมโมแกรม
ต่อมเต้านมหนาตัว (BI-RADS II)
4. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Tests)
- CEA = 1.82 ug/L
- CA-125 = 93.7 U/mL
- CA-153 = 36.3 U/mL
5. เจาะชิ้นเนื้อก้อนเต้านมและต่อมน้ำเหลืองรักแร้ขวา
ก้อนเต้านมและต่อมน้ำเหลืองรักแร้ขวา ผลพบว่ามะเร็งเต้านมชนิดลุกลาม (Invasive carcinoma) ผลเพิ่มเติม Ki-67 20%, ER 40% (2+), PR 70% (3+), HER-2 (2+) แนะนำตรวจ FISH
6. การเพิ่มจำนวนยีน HER-2
HER2 (-)


การวินิจฉัย (Diagnosis)
มะเร็งเต้านมข้างขวา (T3N2M0)
แผนการรักษา (Treatment Plan)
- ให้การรักษาด้วยสูตร AT: ได้แก่ Paclitaxel liposome 270 mg และ Epirubicin 120 mg ให้ทางหลอดเลือดดำ (IV) ทุก 3 สัปดาห์ รวมทั้งหมด 6 คอร์ส
- ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม
การประเมินผลการรักษา (Efficacy Evaluation)
- หลังจบเคมีบำบัด 6 คอร์ส ก้อนบริเวณใต้หัวนมขวาลดลงอย่างชัดเจน และต่อมน้ำเหลืองรักแร้ขวาลดลงอย่างชัดเจน ประเมินผลได้ระดับ PR (การตอบสนองบางส่วน)
- 7 มกราคม 2022 จนถึงปัจจุบัน ระหว่างรับประทานตำรับยาสมุนไพรจีน พบว่า ค่าเอนไซม์ตับ ALT และ AST คงอยู่ในระดับปกติ ก้อนเต้านมขวาและต่อมน้ำเหลืองรักแร้ขวาลดลงชัดเจน ระหว่างเคมีบำบัดไม่พบภาวะเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลลดลงระดับ 2 ขึ้นไป
- 16 กุมภาพันธ์ 2022 อัลตราซาวนด์เต้านมระหว่างการรักษาแบบนีโอแอดจูแวนท์ พบก้อนความทึบเสียงต่ำใต้หัวนมขวา ขนาดประมาณ 2.0 × 1.8 ซม. รูปร่างไม่สม่ำเสมอ ขอบเขตไม่ชัด มีลักษณะเป็นหนาม (spiculation) และแยกจากกล้ามเนื้อหน้าอกใหญ่ด้านลึกไม่ชัด CDFI: ไม่พบสัญญาณเลือดไหลเวียนเด่นชัด ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ขวา 2.1 × 1.0 ซม.
- 30 มีนาคม 2022 อัลตราซาวนด์เต้านมระหว่างนีโอแอดจูแวนท์ พบก้อนใต้หัวนมขวา ขนาดประมาณ 1.9 × 1.5 ซม. รูปร่างไม่สม่ำเสมอ ขอบเขตไม่ชัด มีลักษณะเป็นหนาม (CDFI) ไม่พบสัญญาณเลือดไหลเวียน ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ขวา 1.1 × 0.4 ซม.
- ค่า KPS (Performance status)
- ก่อนรักษา: 80
- สัปดาห์ที่ 4: 90
- สัปดาห์ที่ 8: 100
- สัปดาห์ที่ 12: 100
สรุปกรณีศึกษา
ผู้ป่วยหญิงอายุ 42 ปี มาพบแพทย์ด้วยอาการ พบก้อนเต้านมขวา หลังการตรวจเพิ่มเติมและผลพยาธิวิทยา ยืนยันว่าเป็น มะเร็งเต้านมชนิดลุกลาม ระยะ T3N2M0 จึงได้รับการรักษาด้วยสูตรเคมีบำบัด AT ร่วมกับตำรับยาสมุนไพรจีน รวม 6 คอร์ส หลังจบการรักษาพบว่า ก้อนใต้หัวนมขวาและต่อมน้ำเหลืองรักแร้ขวาลดลงอย่างชัดเจน ประเมินผลเป็น PR ตำรับยาสมุนไพรจีนสามารถช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์ทางระบบทางเดินอาหารจากเคมีบำบัดได้ชัดเจน ช่วยคงค่าภาพเลือดให้ปกติ และช่วยคงสภาพการทำงานของตับอย่างมีนัยสำคัญ
ตำรับยาสมุนไพรจีนประกอบด้วยสมุนไพรจีน 16 ชนิด เช่น Huangqi และ Nüzhenzi เพื่อเสริมม้ามและไต บำรุงพลังชี่และอิน และช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการต้านมะเร็ง รวมถึง Renshen และ Lingzhi ที่ช่วยบำรุงอินและพลังชีวิต ส่งผลให้สามารถฟื้นฟูสมดุลของม้ามและไต อันเป็นพื้นฐานของการ “บำรุงร่างกายและสลายก้อน” จากการวิจัยก่อนหน้านี้ พบว่าการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับเคมีบำบัดในมะเร็งเต้านมที่มีการแพร่กระจาย สามารถเพิ่มประสิทธิผลการรักษา ลดอาการไม่พึงประสงค์ระหว่างคอร์ส และช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตรวมถึงภูมิคุ้มกันระดับเซลล์
จากกรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ป่วยรายนี้ที่ได้รับตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม แสดงให้เห็นถึงคุณค่าในทางคลินิก และคาดหวังว่าจะมีหลักฐานเชิงประจักษ์คุณภาพสูงเพิ่มเติมในอนาคต
Source
Department of Breast Surgery, Beijing Shijitan Hospital, Capital Medical University, China
แหล่งข้อมูล
แผนกศัลยกรรมเต้านม โรงพยาบาล Beijing Shijitan ในเครือมหาวิทยาลัยแพทย์นครหลวง (Capital Medical University) ประเทศจีน
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้ดูแลได้ ผลการรักษาอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย





