โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ จนเกิดผื่นหนาแดง มีขุยสีขาวหรือสีเงินปกคลุม อาจมีอาการคัน แสบ หรือผิวหนังแตกตามมา โดยสาเหตุของโรคเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ระบบภูมิคุ้มกัน และปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม แม้โรคสะเก็ดเงินจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่สามารถควบคุมอาการและลดการกำเริบได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม
โรคสะเก็ดเงินคืออะไร?
โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยมีลักษณะสำคัญคือผิวหนังสร้างเซลล์ใหม่เร็วกว่าปกติ ทำให้เซลล์ผิวหนังสะสมอยู่บนผิวชั้นนอกและเกิดเป็นผื่นหนาที่มีขุยปกคลุม ตำแหน่งที่พบผื่นสะเก็ดเงินได้บ่อย ได้แก่
- หนังศีรษะและบริเวณหลังใบหู
- ข้อศอกและหัวเข่า
- หลังส่วนล่าง
- ลำตัว แขน และขา
- ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบริเวณซอกพับ
โรคสะเก็ดเงินมักมีช่วงที่อาการสงบสลับกับช่วงที่ผื่นกำเริบ ความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละคน บางรายมีผื่นเพียงเล็กน้อย ขณะที่บางรายมีผื่นกระจายเป็นบริเวณกว้างและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
โรคสะเก็ดเงินเกิดจากอะไร?
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุเริ่มต้นของโรคสะเก็ดเงินอย่างแน่ชัด แต่พบว่ามีปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรค ได้แก่
- ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ โดยปกติระบบภูมิคุ้มกันมีหน้าที่ป้องกันร่างกายจากเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม แต่ในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน ระบบภูมิคุ้มกันบางส่วนกลับทำงานมากเกินไป ทำให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนัง การอักเสบดังกล่าวส่งสัญญาณกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังสร้างตัวใหม่อย่างรวดเร็ว จากปกติที่ใช้เวลาประมาณ 3–4 สัปดาห์ เหลือเพียงไม่กี่วัน ส่งผลให้เซลล์ผิวหนังเก่าสะสมและหลุดลอกไม่ทัน จนเกิดเป็นผื่นหนาและมีขุย
- ปัจจัยทางพันธุกรรม ผู้ที่มีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นโรคสะเก็ดเงินจะมีความเสี่ยงเกิดโรคมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากยีนบางชนิดมีความเกี่ยวข้องกับการควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม การมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคสะเก็ดเงินไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นโรคนี้เสมอไป และผู้ที่ไม่มีประวัติครอบครัวก็สามารถเป็นโรคสะเก็ดเงินได้เช่นกัน
- ปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม ผู้ที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมอาจไม่มีอาการเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งได้รับปัจจัยกระตุ้นบางอย่าง เช่น ความเครียด การติดเชื้อ หรือการบาดเจ็บของผิวหนัง ซึ่งอาจกระตุ้นให้โรคแสดงอาการเป็นครั้งแรกหรือกลับมากำเริบอีกครั้ง
โรคสะเก็ดเงินมีอาการอย่างไร?
อาการของโรคสะเก็ดเงินแตกต่างกันตามชนิดและความรุนแรงของโรค โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ผื่นหนาแดง มีขุย ผิวหนังเป็นปื้นหนา มีขุยสีขาวหรือสีเงินปกคลุม ในผู้ที่มีผิวสีเข้ม ผื่นอาจมีสีม่วงหรือน้ำตาล
- คันหรือแสบร้อน บางรายมีอาการคันมากจนรบกวนการนอนหลับ
- ผิวแห้งแตก ผื่นที่หนาและแห้งมากอาจแตกจนมีเลือดซึม
- เล็บผิดปกติ เล็บอาจมีรอยบุ๋มเล็ก ๆ หนาตัว เปลี่ยนสี หรือแยกออกจากเนื้อใต้เล็บ
- ปวดหรือบวมตามข้อ ผู้ป่วยบางรายอาจมีข้ออักเสบสะเก็ดเงินร่วมด้วย
หากมีอาการปวดข้อ ข้อบวม หรือข้อติดแข็งตอนเช้า ควรได้รับการประเมิน เพราะข้ออักเสบสะเก็ดเงินอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อข้ออย่างถาวรหากไม่ได้รับการรักษา

ปัจจัยอะไรบ้างที่กระตุ้นให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ?
แม้โรคสะเก็ดเงินจะเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและพันธุกรรม แต่ปัจจัยภายนอกหลายอย่างสามารถกระตุ้นให้อาการรุนแรงขึ้นได้ ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อย ได้แก่
- ความเครียด ความเครียดทางร่างกายหรือจิตใจอาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้ผื่นกำเริบ
- การติดเชื้อ โดยเฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตค็อกคัสที่ลำคอ ซึ่งสัมพันธ์กับสะเก็ดเงินชนิดผื่นหยดน้ำ
- การบาดเจ็บของผิวหนัง เช่น รอยขีดข่วน แผลถลอก หรือผิวไหม้แดด อาจทำให้เกิดผื่นใหม่บริเวณที่บาดเจ็บ
- อากาศหนาวและแห้ง ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นและอาจกระตุ้นอาการ
- การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์มาก มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหรืออาการที่รุนแรงขึ้น
- ยาบางชนิด เช่น Lithium และยาบางชนิดสำหรับโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูง อาจกระตุ้นอาการในผู้ป่วยบางราย
ปัจจัยกระตุ้นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การสังเกตว่าอาการกำเริบหลังจากเหตุการณ์ใดจึงช่วยให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่เกี่ยวข้องกับตนเองได้ดีขึ้น ทั้งนี้ไม่ควรหยุดยาประจำด้วยตนเองหากสงสัยว่ายาเป็นปัจจัยกระตุ้น
โรคสะเก็ดเงินรักษาอย่างไร?
แม้โรคสะเก็ดเงินจะเป็นโรคเรื้อรัง แต่ปัจจุบันมีการรักษาหลายวิธีที่ช่วยลดการอักเสบ ควบคุมผื่น และทำให้อาการสงบได้นานขึ้น โดยเลือกตามความรุนแรงและตำแหน่งของรอยโรค
- ยาทาภายนอก เช่น ยาทากลุ่มสเตียรอยด์และอนุพันธ์วิตามินดี เหมาะกับผู้ป่วยที่มีผื่นไม่รุนแรง
- การฉายแสงรักษา ใช้แสงอัลตราไวโอเลตภายใต้การควบคุมของบุคลากรทางการแพทย์
- ยารับประทานหรือยาฉีด ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปานกลางถึงรุนแรง หรือมีข้ออักเสบร่วมด้วย
- การดูแลผิวหนัง ใช้มอยส์เจอไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการเกาผื่น และลดปัจจัยกระตุ้นที่เกี่ยวข้อง
สรุป
โรคสะเก็ดเงินเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วผิดปกติจนเกิดผื่นหนาแดงและมีขุยปกคลุม แม้โรคนี้จะไม่ติดต่อและยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม การดูแลผิวหนัง และการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น หากมีผื่นเรื้อรังที่สงสัยว่าเป็นสะเก็ดเงิน หรือมีอาการปวดบวมตามข้อร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจเพื่อวินิจฉัยและวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย
Q: โรคสะเก็ดเงินติดต่อกันได้ไหม?
A: ไม่ติดต่อ โรคสะเก็ดเงินไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคที่แพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง จึงไม่ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนัง การใช้ชีวิตร่วมกัน หรือการว่ายน้ำในสระเดียวกัน
Q: โรคสะเก็ดเงินเกิดจากความเครียดอย่างเดียวหรือไม่?
A: ไม่ใช่ ความเครียดเป็นเพียงปัจจัยกระตุ้นอย่างหนึ่ง แต่การเกิดโรคเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน พันธุกรรม และปัจจัยแวดล้อมร่วมกัน
Q: โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคภูมิแพ้หรือไม่?
A: โรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคภูมิแพ้ทั่วไป แต่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการอักเสบและการสร้างเซลล์ผิวหนังมากกว่าปกติ
Q: โรคสะเก็ดเงินหายเองได้ไหม?
A: อาการของโรคอาจสงบลงได้เองในบางช่วง แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ จึงควรดูแลผิวหนังและติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









