มะเร็งลิ้น (Tongue cancer) เป็นเนื้องอกร้ายที่เกิดบริเวณลิ้น และเป็นหนึ่งในมะเร็งช่องปากที่พบบ่อย เนื่องจากตำแหน่งของโรคมีความสำคัญต่อการทำงานหลายด้าน การรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด รังสีรักษา หรือเคมีบำบัด ล้วนสามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างเช่น การผ่าตัดแบบ radical resection อาจทำให้เกิดความเสียหายถาวรต่อโครงสร้างของลิ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาในการพูด (speech impairment) การอ้าปากลำบาก และความผิดปกติในการกลืนและการเคี้ยวอาหาร ขณะที่รังสีรักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เยื่อบุช่องปากอักเสบ (oral mucositis) ต่อมน้ำลายอักเสบ (sialadenitis) และภาวะปากแห้ง (xerostomia) ผลข้างเคียงเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการ เพิ่มภาระในการใช้ยา ลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงด้านจิตสังคมของผู้ป่วยอย่างชัดเจน ซึ่งท้ายที่สุดจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญ
กรณีนี้ได้นำเสนอการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนในผู้ป่วยมะเร็งลิ้น ร่วมกับการรักษาแบบผสมผสาน ได้แก่ เคมีบำบัด รังสีรักษา การรักษาแบบมุ่งเป้า เพื่อเป็นแนวทางอ้างอิงสำหรับแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยในทางคลินิก
ข้อมูลพื้นฐานผู้ป่วย
- ผู้ป่วยชาย อายุ 57 ปี
- มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดบริเวณลิ้นเป็น ๆ หาย ๆ 1 ปี ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งลิ้นมา 3 วัน
ประวัติการรักษาก่อนหน้า (Prior Treatment History)
- ประมาณ 1 ปีก่อน ผู้ป่วยเริ่มมีอาการปวดบริเวณลิ้นด้านขวาเวลารับประทานอาหาร โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน และได้รับการรักษาต้านการอักเสบเป็นช่วง ๆ แต่อาการยังเป็นซ้ำอยู่เรื่อย ๆ ต่อมา 2 เดือนก่อนมาโรงพยาบาล อาการปวดรุนแรงขึ้น และมีอาการปวดบริเวณมุมขากรรไกรล่างด้านขวาร่วมด้วย
- 15 กันยายน 2021 ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเจิ้งโจว และได้ทำ biopsy จากขอบก้อนเนื้องอกที่ลิ้น ผลพยาธิวิทยาระบุว่าเป็น มะเร็งเซลล์สความัส (squamous cell carcinoma) แพทย์แนะนำให้ผ่าตัด แต่ผู้ป่วยและครอบครัวปฏิเสธการผ่าตัด จึงมารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาล
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต (Past Medical History)
- มีประวัติสูบบุหรี่ 30 ปี วันละประมาณ 20 มวน
- ปฏิเสธประวัติดื่มแอลกอฮอล์
การตรวจร่างกาย (Physical Examination)
- พบบริเวณก้อนที่ลิ้นด้านขวา ขนาดประมาณ 5 ซม. ไม่พบแผลหรือเลือดออก เมื่อแลบลิ้น พบว่า ลิ้นเอียง
- บริเวณคอด้านขวาคลำได้ต่อมน้ำเหลืองโตหลายแห่ง เคลื่อนไหวได้ กดไม่เจ็บ
การตรวจเพิ่มเติม (Additional Investigations)
1. การตรวจพยาธิวิทยา
ชิ้นเนื้อจากก้อนบริเวณลิ้น ผลตรวจยืนยันว่าเป็น มะเร็งเซลล์สความัส (squamous cell carcinoma)
2. การตรวจ MRI
- เมื่อพิจารณาร่วมกับประวัติแล้ว เข้าได้กับมะเร็งลิ้น
- พบไซนัสขากรรไกรบนอักเสบทั้งสองข้าง อาจมีถุงน้ำที่ไซนัสขากรรไกรบนด้านซ้าย
3. การตรวจ CT ศีรษะและคอ
- เมื่อพิจารณาร่วมกับประวัติแล้ว เข้าได้กับมะเร็งลิ้น
- พบต่อมน้ำเหลืองโตหลายแห่งที่คอด้านขวา สงสัยการแพร่กระจาย
- พบไซนัสขากรรไกรบนอักเสบทั้งสองข้าง อาจมีถุงน้ำที่ไซนัสขากรรไกรบนด้านซ้าย
4. การตรวจ CT ทรวงอกและช่องท้อง
- ถุงลมโป่งพองในปอดทั้งสองข้างมี bullae
- พบรอยโรคเก่าในกลีบบนปอดขวา
- พบเยื่อหุ้มปอดหนาตัวเฉพาะที่ทั้งสองข้าง
- พบน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ
- พบเงาความหนาแน่นเพิ่มขึ้นเป็นแผ่น ๆ บริเวณ ช่องกลางอกส่วนหน้า อาจเป็นต่อมไทมัสที่ยังไม่ฝ่อสมบูรณ์
- อาจมีถุงน้ำหลายตำแหน่งในตับ
- พบจุดแคลเซียมสะสมในตับ
- พบการเปลี่ยนแปลงหลัง ใส่สายค้ำยันหลอดไตทั้งสองข้าง
5. อัลตราซาวด์ทั้งร่างกาย
- มีต่อมน้ำเหลืองผิดปกติที่คอทั้งสองข้าง
- พบต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ทั้งสองข้างและขาหนีบ
- เนื้อเยื่อตับมีเสียงสะท้อนหนาแน่นขึ้นและโครงสร้างหยาบขึ้น
- พบถุงน้ำในตับ
- พบท่อน้ำดีในและนอกตับขยาย
- พบถุงน้ำที่ไตซ้าย
การวินิจฉัย (Diagnosis)
มะเร็งลิ้นชนิดเซลล์สความัสด้านขวา ระยะ IVA (cT4aN2bM0)
แผนการรักษา (Treatment Plan)
1. การฉายรังสีร่วมเคมีบำบัด (Concurrent chemoradiotherapy)
- 21 กันยายน – 12 พฤศจิกายน 2021 การฉายรังสี
- PGTV 69.96 / 2.12 Gy / 33 fractions
- PTV1 60.06 / 1.82 Gy / 33 fractions
- PTV2 54 / 1.8 Gy / 30 fractions
- การให้เคมีบำบัดพร้อมกัน วันที่ 23 กันยายน 2021, 30 กันยายน 2021, 7 ตุลาคม 2021, 14 ตุลาคม 2021, 11 พฤศจิกายน 2021
- ให้ Naidabo 50 mg รวม 5 ครั้ง
- ระหว่างฉายรังสีและเคมีบำบัด ให้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมด้วย
2. เคมีบำบัดต่อเนื่องหลังฉายรังสี
26 พฤศจิกายน 2021, 20 ธันวาคม 2021, 11 มกราคม 2022, 3 กุมภาพันธ์ 2022 ให้สูตร Duoxitasai + Naidaboรวม 4 ครั้ง ร่วมกับตำรับยาสมุนไพรจีน
3. การรักษาแบบมุ่งเป้า
23 มีนาคม – 28 ตุลาคม 2022 ให้ Xitu Xidan Kang ร่วมกับ Yangzheng Xiaoji Jiaonang
การประเมินผลการรักษา (Efficacy Evaluation)
- MRI ซ้ำ พบว่า รอยโรคมะเร็งลิ้นมีขนาดเล็กลง
- ตัวบ่งชี้มะเร็ง SCC พบว่า ค่า SCC อยู่ในเกณฑ์ปกติทั้งหมด
- ก้อนบริเวณลิ้นยุบลงอย่างชัดเจน ผู้ป่วยพูดได้คล่องขึ้น การเคลื่อนไหวของลิ้นกลับเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- ระหว่างฉายรังสีและเคมีบำบัด ผู้ป่วยมีอาการไม่พึงประสงค์หลายประการ ได้แก่ ภาวะกดไขกระดูกซ้ำ ๆ เม็ดเลือดขาวลดลง เกล็ดเลือดลดลง ความผิดปกติของอิเล็กโทรไลต์ โซเดียมต่ำ โพแทสเซียมต่ำ รับประทานอาหารได้น้อย เยื่อบุช่องปากปวด พูดไม่คล่อง ภาวะโภชนาการแย่ น้ำหนักลด ต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน ภายหลังจึงมีการปรับแผนเป็นการรักษาแบบมุ่งเป้าร่วมกับตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม ซึ่งพบว่าไม่เกิดผลข้างเคียงเด่นชัดเพิ่มเติม ก้อนบริเวณลิ้นยุบลงอย่างเห็นได้ชัด


สรุปกรณีศึกษา
ผู้ป่วยรายนี้เป็นมะเร็งลิ้นชนิดเซลล์สความัสระยะ IVA ซึ่งโดยทั่วไปมะเร็งชนิดสความัสในกลุ่มศีรษะและลำคอระยะลุกลามเฉพาะที่ มักมีเป้าหมายการรักษาเพื่อรักษาให้หายขาดและยืดระยะเวลาการอยู่รอดร่วมกับการรักษาคุณภาพชีวิต ผู้ป่วยรายนี้มีตำแหน่งโรคค่อนข้างพิเศษ เนื่องจากรอยโรคอยู่บริเวณลิ้น มีภาระก้อนค่อนข้างมากและขอบเขตการลุกลามกว้าง ผู้ป่วยมีความต้องการอย่างชัดเจนที่จะ เก็บอวัยวะไว้ และปฏิเสธการผ่าตัด จึงเลือกแนวทางรักษาแบบ ฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัดพร้อมกัน แทนการผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการรักษา ผู้ป่วยเกิดผลข้างเคียงหลายด้านจากการฉายรังสีและเคมีบำบัด เช่น ภาวะกดไขกระดูก เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดลดลง ความผิดปกติของอิเล็กโทรไลต์ รับประทานอาหารได้น้อย เยื่อบุช่องปากปวด ภาวะโภชนาการแย่ และสมรรถภาพการเคลื่อนไหวลดลง ทำให้ไม่สามารถทนต่อการรักษาเชิงรุกต่อเนื่องในระยะหลังได้เต็มที่
ในบริบทนี้ การเสริมด้วยตำรับยาสมุนไพรจีนมีบทบาทสำคัญ โดยช่วยสนับสนุนสภาพร่างกาย ลดผลข้างเคียงจากการรักษา และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินการรักษาต่อได้ เมื่อมีการปรับแผนเป็น การรักษาแบบมุ่งเป้าร่วมกับตำรับยาสมุนไพรจีนพบว่าก้อนบริเวณลิ้นยุบลงอย่างชัดเจน ผู้ป่วยพูดได้คล่องขึ้น และการเคลื่อนไหวของลิ้นกลับมาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประสิทธิผลทางคลินิกของตำรับนี้ได้รับการกล่าวถึงในแนวทางจีนหลายฉบับ โดยเฉพาะด้านการช่วยจัดการอาการในผู้ป่วยมะเร็ง เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และผลข้างเคียงจากการรักษา
Source
Department of Gynecologic Oncology Radiotherapy, Henan Provincial People’s Hospital, China
แหล่งข้อมูล
แผนกรังสีรักษามะเร็งนรีเวช ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลประชาชนมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้ดูแลได้ ผลการรักษาอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย


