หากแผลเป็นหนอง ควรหลีกเลี่ยงการบีบหรือเจาะหนองด้วยตนเอง ทำความสะอาดบริเวณแผลอย่างอ่อนโยน ปิดด้วยวัสดุปิดแผลที่สะอาด และเข้ารับการประเมินทางการแพทย์ เพราะการมีหนองมักบ่งบอกถึงการติดเชื้อ ซึ่งบางกรณีอาจต้องระบายหนองหรือใช้ยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม การปล่อยไว้โดยไม่รักษาหรือพยายามบีบหนองออกเองอาจทำให้การติดเชื้อลุกลามและแผลหายช้าลงได้
แผลเป็นหนองเกิดจากอะไร?
หนองเป็นของเหลวที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อการติดเชื้อ โดยมีส่วนประกอบของเม็ดเลือดขาว เซลล์ที่ตายแล้ว และสิ่งอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการอักเสบ เมื่อเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่บาดแผล ร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวไปกำจัดเชื้อ หากมีการอักเสบและสะสมของเซลล์จำนวนมาก อาจเกิดหนองขึ้นบริเวณแผลหรือใต้ผิวหนัง สาเหตุที่พบได้ เช่น
- สิ่งสกปรกตกค้างในแผล เช่น ดิน ทราย หรือเศษวัสดุ
- การดูแลแผลไม่เหมาะสม ทำให้เกิดการปนเปื้อนเพิ่มเติม
- การแกะ เกา หรือบีบแผล จนผิวหนังบาดเจ็บซ้ำ
- การติดเชื้อใต้ผิวหนัง จนเกิดฝีหรือโพรงหนอง
- โรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวาน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและแผลหายช้า
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ของเหลวทุกชนิดที่ออกจากแผลจะเป็นหนอง เพราะแผลที่กำลังสมานอาจมีน้ำเหลืองใสหรือสีเหลืองอ่อนซึมออกมาได้เช่นกัน
แผลเป็นหนองควรทำอย่างไร?
เมื่อพบว่าแผลมีหนอง สิ่งสำคัญคือการลดการปนเปื้อนและป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บเพิ่มขึ้นระหว่างรอรับการรักษา
1. หยุดบีบหรือแกะบริเวณที่มีหนอง
ไม่ควรพยายามบีบหนองออกให้หมด เพราะแรงกดอาจทำให้เนื้อเยื่อรอบแผลบาดเจ็บ และไม่สามารถกำจัดหนองที่สะสมอยู่ลึกใต้ผิวหนังได้อย่างปลอดภัย หากเป็นฝีหรือมีโพรงหนอง อาจจำเป็นต้องได้รับการเปิดระบายหนองโดยบุคลากรทางการแพทย์
2. ทำความสะอาดบริเวณแผลอย่างอ่อนโยน
ก่อนสัมผัสแผลควรล้างมือให้สะอาด หากมีหนองไหลออกมา สามารถใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อหรือน้ำสะอาดที่ปลอดภัยชะล้างบริเวณแผลอย่างเบามือได้ ไม่ควรขัดถูแผลแรง ๆ หรือใช้สำลีแหย่เข้าไปในโพรงแผล เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหายเพิ่มเติม
3. ใช้วัสดุปิดแผลที่สะอาด
หลังทำความสะอาด ควรใช้วัสดุปิดแผลที่เหมาะสมเพื่อรองรับของเหลวและลดการสัมผัสสิ่งสกปรกจากภายนอก หากผ้าปิดแผลเปียกชุ่มด้วยหนอง หลุด หรือสกปรก ควรเปลี่ยนใหม่โดยระมัดระวัง ไม่ควรใช้วัสดุที่ปิดแน่นจนกดทับบริเวณอักเสบ
4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสและใช้ของร่วมกับผู้อื่น
หนองจากแผลติดเชื้ออาจมีเชื้อแบคทีเรียปะปนอยู่ จึงควรล้างมือก่อนและหลังทำแผล รวมถึงไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรืออุปกรณ์ทำแผลร่วมกับผู้อื่น วัสดุปิดแผลที่ใช้แล้วควรทิ้งอย่างเหมาะสม และทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสหนอง
5. เข้ารับการประเมินเพื่อรักษาสาเหตุ
แผลที่มีหนองควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยไม่ปล่อยทิ้งไว้หลายวัน โดยเฉพาะหากมีอาการบวมแดง ปวด หรือมีหนองสะสมใต้ผิวหนัง การรักษาอาจแตกต่างกันตามลักษณะของแผล เช่น การระบายหนอง การกำจัดเนื้อเยื่อที่เสียหาย การดูแลแผลเฉพาะทาง หรือการใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อมีข้อบ่งชี้
5 สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อแผลเป็นหนอง
การดูแลผิดวิธีอาจทำให้การติดเชื้อรุนแรงขึ้น หรือรบกวนกระบวนการสมานแผล
| สิ่งที่ไม่ควรทำ | เพราะอะไร |
|---|---|
| บีบหรือเค้นหนองเอง | อาจทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บและไม่สามารถกำจัดหนองที่อยู่ลึกได้ |
| ใช้เข็มเจาะหรือกรีดแผลเอง | เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ เลือดออก และการติดเชื้อเพิ่มเติม |
| เทแอลกอฮอล์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ลงแผลซ้ำ ๆ | อาจระคายเคืองและทำลายเซลล์ที่กำลังซ่อมแซม |
| ซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง | อาจเลือกยาไม่ตรงกับเชื้อ และบางกรณีต้องระบายหนองร่วมด้วย |
| ปิดแผลทับหนองโดยไม่ประเมินสาเหตุ | อาจทำให้การติดเชื้อที่ต้องรักษาไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม |
แผลเป็นหนองแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?
แม้แผลเป็นหนองบางกรณีจะมีอาการเฉพาะที่ แต่การติดเชื้อสามารถลุกลามไปยังเนื้อเยื่อรอบข้างหรือเข้าสู่กระแสเลือดได้ ควรรีบรับการประเมินหากมีอาการต่อไปนี้
- มีไข้ หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียมาก
- รอยแดงหรืออาการบวมลุกลามอย่างรวดเร็ว
- ปวดแผลรุนแรงหรือปวดมากผิดปกติ
- มีเส้นแดงทอดออกจากบริเวณแผล
- ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำหรือดำ
- แผลอยู่บริเวณใบหน้าใกล้ดวงตา มือ หรืออวัยวะเพศ
- มีโรคเบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือโรคหลอดเลือดร่วมด้วย
หากมีอาการสับสน หายใจเร็ว หน้ามืด หรืออาการป่วยรุนแรงร่วมกับการติดเชื้อ ควรเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรุนแรงทั่วร่างกาย
สรุป
แผลเป็นหนองควรได้รับการประเมินและรักษาตามสาเหตุ ไม่ควรบีบหรือเจาะหนองด้วยตนเอง ระหว่างรอรับการรักษาสามารถดูแลเบื้องต้นด้วยการรักษาความสะอาด ปกป้องแผล และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บซ้ำ หากมีหนองสะสมใต้ผิวหนัง อาจจำเป็นต้องได้รับการระบายหนอง ส่วนการใช้ยาปฏิชีวนะขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของการติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวานหรือมีอาการบวมแดงลุกลาม ควรได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้แผลกลับเข้าสู่กระบวนการสมานอย่างเหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย
Q: แผลเป็นหนองสามารถหายเองได้ไหม?
A: การติดเชื้อเล็กน้อยบางกรณีอาจดีขึ้นได้ แต่ไม่ควรคาดหวังว่าแผลที่มีหนองจะหายเองเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อมีหนองสะสมใต้ผิวหนัง เพราะอาจต้องได้รับการระบายหนองและรักษาตามสาเหตุ
Q: หนองไหลออกมาเอง ต้องบีบออกให้หมดไหม?
A: ไม่ควรบีบหนองเพิ่มเติม แม้หนองจะไหลออกมาเองแล้วก็ตาม ควรทำความสะอาดบริเวณแผลอย่างอ่อนโยน ปิดแผลด้วยวัสดุสะอาด และเข้ารับการประเมินว่ามีหนองตกค้างหรือไม่
Q: แผลเป็นหนองใช้ยาทาอย่างเดียวได้ไหม?
A: ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและชนิดของการติดเชื้อ แต่หากมีโพรงหนองหรือฝี ยาทาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะหนองที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังอาจต้องได้รับการระบายออกอย่างเหมาะสม
Q: แผลเป็นหนองกี่วันหาย?
A: ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับขนาดและความลึกของแผล ตำแหน่งการติดเชื้อ โรคประจำตัว และการรักษาที่ได้รับ หากแผลไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรงขึ้น ไม่ควรรอให้ครบจำนวนวันใดวันหนึ่งก่อนเข้ารับการรักษา
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









